Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
กฎกระทรวง

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับประกันความเสี่ยงทางการเมือง พ.ศ. 2547

7 ข้อ · ประกาศ 30 ธ.ค. 2547

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ และมาตรา ๘ (๗) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้ “ผู้ลงทุน” หมายความว่า ผู้ประกอบกิจการในต่างประเทศซึ่งมีผู้ลงทุนหรือร่วมลงทุน ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้มีสัญชาติไทย หรือ (๒) เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีทุนเกินกึ่งหนึ่งของนิติบุคคลนั้นถือโดยบุคคลตาม (๑) หรือนิติบุคคลซึ่งมีบุคคลตาม (๑) ลงทุนมีมูลค่าเกินกึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดในนิติบุคคลนั้นและเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือข้อตกลงในการแต่งตั้งกรรมการส่วนใหญ่ของจำนวนกรรมการทั้งหมดหรือในการออกคะแนนเสียงข้างมาก เพื่อกำหนดนโยบายการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น “เงินสกุลที่ใช้ได้โดยเสรี” หมายความว่า เงินสกุลสำคัญที่คณะกรรมการกำหนด “กรมธรรม์” หมายความว่า กรมธรรม์ประกันความเสี่ยงทางการเมืองซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ลงทุนหรือธนาคารของผู้ลงทุน “ความเสี่ยงทางการเมือง” หมายความว่า ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การที่รัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุนดำเนินมาตรการจำกัดการโอนเงินออกนอกประเทศหรือไม่อนุญาตให้เงินสกุลของตนแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลที่ใช้ได้โดยเสรี หรือเงินสกุลอื่นที่เป็นที่ยอมรับของผู้ลงทุน ทั้งนี้ รวมถึงกรณีที่รัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุนไม่อนุญาตหรือไม่สามารถโอนเงินให้ตามที่ผู้ลงทุนร้องขอได้ภายในระยะเวลาตามที่คณะกรรมการกำหนด หรือกรณีที่รัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุนดำเนินมาตรการกีดกันผู้ลงทุนไม่ให้แลกเปลี่ยนสกุลเงิน โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้เป็นการทั่วไปในประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุน แต่ไม่รวมถึงการลดค่าเงินการใช้อัตราแลกเปลี่ยนหลายอัตราหรือการเสื่อมของค่าเงิน
(๒) การกระทำหรือการละเว้นการกระทำใดทางกฎหมายหรือทางการบริหารโดยรัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุน ซึ่งมีผลทำให้ผู้ลงทุนเสียสิทธิในการเป็นเจ้าของ การควบคุมหรือการได้รับผลประโยชน์เป็นจำนวนที่ทำให้ผู้ลงทุนได้รับความเสียหายจากการลงทุน เช่น การยึดหรืออายัด หรือริบทรัพย์สินของผู้ลงทุน เว้นแต่เป็นมาตรการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม มาตรการทางภาษี มาตรการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือแรงงาน หรือมาตรการอื่นใดที่ใช้เป็นการทั่วไปเพื่อควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุน
(๓) การที่รัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุนปฏิเสธภาระผูกพันตามสัญญาหรือผิดสัญญากับผู้ลงทุนโดย (ก) ผู้ลงทุนไม่สามารถดำเนินการตามกระบวนการทางศาลหรือทางอนุญาโตตุลาการเพื่อให้พิจารณาชี้ขาดข้อเรียกร้องอันเนื่องมาจากการไม่ยอมรับสัญญา หรือผิดสัญญาของรัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุน (ข) ศาลไม่มีคำพิพากษา หรืออนุญาโตตุลาการไม่มีคำตัดสินชี้ขาดภายในระยะเวลาอันสมควรตามที่คณะกรรมการกำหนด (ค) คำพิพากษาของศาล หรือคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่สามารถนำไปใช้บังคับได้
(๔) การกระทำใดทางการทหาร หรือการก่อความไม่สงบในดินแดนของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุน เช่น การปฏิวัติ รัฐประหาร การกบฏ การจลาจล หรือเหตุการณ์ทางการเมืองอื่นใดซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันและอยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุน จนผู้ลงทุนไม่สามารถดำเนินกิจการหรือโครงการได้ตามปกติภายในระยะเวลาตามที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวต้องเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองเป็นหลัก
ข้อ 2 ให้ธนาคารรับประกันความเสี่ยงทางการเมืองแก่ผู้ลงทุนหรือรับประกันความเสี่ยงในการให้สินเชื่อของธนาคารของผู้ลงทุน สำหรับความเสียหายจากการไม่ได้รับชำระคืนเงินกู้จากผู้ลงทุนเนื่องมาจากความเสี่ยงทางการเมือง การรับประกันความเสี่ยงทางการเมืองแก่ผู้ลงทุนหรือธนาคารของผู้ลงทุนรายใดรายหนึ่งตามวรรคหนึ่ง ให้มีวงเงินสูงสุดไม่เกินจำนวนที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 3 ในการรับประกันความเสี่ยงทางการเมือง ธนาคารไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ลงทุนหรือธนาคารของผู้ลงทุน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การกระทำหรือการละเว้นการกระทำใดของรัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุนซึ่งผู้ลงทุนได้ตกลงยินยอมด้วย
(๒) การกระทำหรือการละเว้นการกระทำใดที่ผู้ลงทุนมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายหรือปฏิบัติฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ หรือกฎเกณฑ์ของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุน
(๓) กรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 4 การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ให้แก่ผู้ลงทุนหรือธนาคารของผู้ลงทุน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ข้อกำหนดในกรมธรรม์อย่างน้อยต้องระบุกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) หน้าที่ของผู้ลงทุนหรือธนาคารของผู้ลงทุน ในการดำเนินการให้ได้มาซึ่งการชดเชยความเสียหายตามควรแก่กรณีตามกฎหมายของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุนในทันที หรือภายในระยะเวลาอันสมควรนับแต่วันที่เกิดความเสียหายหรือวันที่ผู้ลงทุนหรือธนาคารของผู้ลงทุนได้ทราบถึงความเสียหายนั้น
(๒) การกำหนดให้ธนาคารรับช่วงสิทธิหรือรับโอนสิทธิเรียกร้องใด ๆ ที่ผู้ลงทุนหรือธนาคารของผู้ลงทุนมีต่อประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุนและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เมื่อธนาคารได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ลงทุนหรือธนาคารของผู้ลงทุน แล้วแต่กรณี
ข้อ 5 ธนาคารอาจนำความเสี่ยงทางการเมืองที่ธนาคารรับประกันแก่ผู้ลงทุนหรือธนาคารของผู้ลงทุนไปประกันต่อกับบริษัทประกันภัยหรือองค์กรอื่นที่รับประกันความเสี่ยงทางการเมืองได้ทั้งจำนวนหรือเพียงบางส่วน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 5/1 ให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับประกันความเสี่ยงทางการเมืองและการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมาใช้บังคับกับการรับประกันภัยต่อของธนาคาร เฉพาะความเสี่ยงทางการเมือง โดยอนุโลม
ข้อ 6 ให้คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดอัตราเบี้ยประกัน ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นที่เรียกเก็บจากผู้ลงทุนหรือธนาคารของผู้ลงทุนที่เอาประกัน หรือบริษัทประกันภัยหรือองค์กรอื่นที่รับประกันความเสี่ยงทางการเมืองที่ธนาคารรับประกันภัยต่อ และให้มีการทบทวนอัตราดังกล่าวให้เหมาะสมกับความเสี่ยงทางการเมืองได้ตามสมควร

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ (๗) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒
บัญญัติให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยรับประกันความเสี่ยงทางการเมืองในการลงทุนในต่างประเทศของผู้ลงทุนได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับประกันความเสี่ยงทางการเมือง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับประกันความเสี่ยงทางการเมืองของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เนื่องจากได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

เพื่อขยายอำนาจกระทำกิจการของธนาคารให้ครอบคลุมการรับประกันความเสี่ยงทางการเมืองในการลงทุนในต่างประเทศของผู้ลงทุนและในการให้สินเชื่อของธนาคารของผู้ลงทุน รวมทั้งการรับประกันภัยต่อของธนาคารในความเสี่ยงดังกล่าวที่ธนาคารมิได้เป็นผู้ให้สินเชื่อ

อันจะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ส่งออกและผู้ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนดำเนินการประกอบธุรกิจได้อย่างครบวงจร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้