มาตรา 143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
หมวด ๒ ข้อความและผลแห่งคำพิพากษาและคำสั่ง
การทำคำสั่งเพิ่มเติมตามมาตรานี้ จะต้องไม่เป็นการกลับหรือแก้คำวินิจฉัยในคำพิพากษาหรือคำสั่งเดิม
เมื่อได้ทำคำสั่งเช่นว่านั้นแล้ว ห้ามไม่ให้คัดสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งเดิม เว้นแต่จะได้คัดสำเนาคำสั่งเพิ่มเติมนั้นรวมไปด้วย
มาตราที่อ้างถึงมาตรานี้
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
194 คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 814/2504
พ.ศ. 2504
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ทำสัญญาประนีประนอมกัน แบ่งที่ดินเป็น 4 ส่วน โดยถือตามหลักที่แบ่งไว้ต่อมาจำเลยไม่ยอมตามที่ตกลง โจทก์จึงฟ้องขอให้แบ่งตามสัญญา ศาลพิพากษาให้แบ่งเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กันคดีถึงที่สุด ดังนี้ ต่อมาศาลจะสั่งเปลี่ยนแก้ให้แบ่งตามที่ตกลงปักหลักกันตามสัญญา ไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 วรรค 2
อ่านฉบับเต็ม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2503
พ.ศ. 2503
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้โดยไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และศาลได้พิพากษาไปตามนั้นแล้ว เมื่อจำเลยกล่าวอ้างว่าสัญญายอมเกิดจากโจทก์ใช้กลฉ้อฉลหรืออ้างว่าสัญญายอมขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ก็ต้องอุทธรณ์คำพิพากษาเช่นว่านี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 จำเลยจะมาร้องขอให้งดการบังคับคดีโดยอ้างเหตุดังกล่าว และขอให้ศาลไต่สวนหาความจริงตามคำร้องของจำเลยนั้น หาได้ไม่
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 138
ป.วิ.พ. มาตรา 143
ป.วิ.พ. มาตรา 144
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 223
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 271
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2503
พ.ศ. 2503
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้โดยไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และศาลได้พิพากษาไปตามนั้นแล้ว เมื่อจำเลยกล่าวอ้างว่าสัญญายอมเกิดจากโจทก์ใช้กลฉ้อฉลหรืออ้างว่าสัญญายอมขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ก็ต้องอุทธรณ์คำพิพากษาเช่นว่านี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 จำเลยจะมาร้องขอให้งดการบังคับคดีโดยอ้างเหตุดังกล่าว และขอให้ศาลไต่สวนหาความจริงตามคำร้องของจำเลยนั้น หาได้ไม่
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 138
ป.วิ.พ. มาตรา 143
ป.วิ.พ. มาตรา 144
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 223
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 271
โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับวันถูกควบคุมตัวของจำเลยมาไม่ตรงกับความเป็นจริง จนกระทั่งศาลออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด โดยนับวันต้องขังตามวันที่โจทก์บรรยายในฟ้อง ดังนี้ โจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องขอแก้วันต้องขังของจำเลยให้ตรงกับความเป็นจริงได้ เพราะไม่ใช่เป็นการขอแก้ฟ้อง และไม่ทำให้ศาลต้องแก้ไขคำพิพากษาแต่อย่างใดเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับตามคำพิพากษาเท่านั้น(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 18/2503)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 115
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.พ. มาตรา 143
โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับวันถูกควบคุมตัวของจำเลยมาไม่ตรงกับความเป็นจริง จนกระทั่งศาลออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด โดยนับวันต้องขังตามวันที่โจทก์บรรยายในฟ้อง ดังนี้ โจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องขอแก้วันต้องขังของจำเลยให้ตรงกับความเป็นจริงได้ เพราะไม่ใช่เป็นการขอแก้ฟ้อง และไม่ทำให้ศาลต้องแก้ไขคำพิพากษาแต่อย่างใดเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับตามคำพิพากษาเท่านั้น(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 18/2503)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 115
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.พ. มาตรา 143
ตราบใดยังไม่มีคำพิพากษาแสดงว่าการยอมความและคำพิพากษาท้ายยอมนั้นไม่ถูกต้อง สิทธิตามคำพิพากษานั้นก็ยังคงอยู่เดิมผู้ร้องพิพาทกับจำเลย ที่สุดได้ประนีประนอมยอมความกันโดยผู้ร้องยอมชำระเงินแก่จำเลย 6,000 บาท จำเลยยอมให้โอนใส่ชื่อผู้ร้องในโฉนดรายพิพาทและศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว ดังนี้แม้จำเลยเป็นหนี้โจทก์และนำโฉนดให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันแต่ไม่ได้ไปจดทะเบียนไว้ และแม้ศาลจะได้พิพากษาให้จำเลยใช้หนี้โจทก์แล้วก็ตามโจทก์หามีสิทธิในที่พิพาทดีไปกว่าผู้ร้องอย…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 143
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 138
ป.วิ.พ. มาตรา 287
ป.พ.พ. มาตรา 1300
ตราบใดยังไม่มีคำพิพากษาแสดงว่าการยอมความและคำพิพากษาท้ายยอมนั้นไม่ถูกต้อง สิทธิตามคำพิพากษานั้นก็ยังคงอยู่เดิมผู้ร้องพิพาทกับจำเลย ที่สุดได้ประนีประนอมยอมความกันโดยผู้ร้องยอมชำระเงินแก่จำเลย 6,000 บาท จำเลยยอมให้โอนใส่ชื่อผู้ร้องในโฉนดรายพิพาทและศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว ดังนี้แม้จำเลยเป็นหนี้โจทก์และนำโฉนดให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันแต่ไม่ได้ไปจดทะเบียนไว้ และแม้ศาลจะได้พิพากษาให้จำเลยใช้หนี้โจทก์แล้วก็ตามโจทก์หามีสิทธิในที่พิพาทดีไปกว่าผู้ร้องอย…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 143
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 138
ป.วิ.พ. มาตรา 287
ป.พ.พ. มาตรา 1300
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทซึ่งอยู่ตอนหน้าที่ดินโฉนดของโจทก์ โดยอ้างว่าจำเลยทำสัญญาเช่า แล้วขัดขืน ไม่ยอมทำสัญญาใหม่ แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะก็ตาม เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าที่พิพาทอยู่หน้าที่ ดินของโจทก์จริงและการที่จำเลยเข้าไปอยู่ในที่พิพาทก็โดยภริยาจำเลยขอเช่าที่พิพาทจากโจทก์ จำเลยก็รู้เห็นด้วย แต่มิได้เป็นคู่สัญญาเพราะโจทก์เห็นว่าจำเลยเป็นคนตาบอด ทำสัญญาเช่าแล้วภริยาจำเลยก็ปลุกเรือนขึ้น จำเลย ก็มาอยู่ด้วยดังนี้ เมื่อภริ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1304
ป.พ.พ. มาตรา 1308
ป.พ.พ. มาตรา 1337
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 143
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คู่ความตกลงท้ากันว่า มีประเด็นข้อเดียวคือ ข้อที่ว่าที่พิพาทนี้ฝ่ายใดอาศัยอยู่จากอีกฝ่ายกันแน่ถ้าศาลชี้ขาดว่าโจทก์อาศัยจำเลย โจทก์ก็แพ้ ถ้าจำเลยอาศัยโจทก์ จำเลยก็แพ้ ประเด็นนอกนั้นต่างไม่สืบแต่ทางพิจารณาจะฟังว่าฝ่ายใดอาศัยฝ่ายหนึ่งดังที่ต่างอ้างและต่างท้ากันหาได้ไม่ คงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์และจำเลยด้วยกัน และต่างก็ครอบครองที่รายนี้มาด้วยกัน ดังนี้ โจทก์จะบังคับขับไล่จำเลยโดยถือว่าเป็นของโจทก์ทั้งหมดหาได้ไม่ ทั้งคดีของโจทก์ก็มิได้ตั…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 84
ป.วิ.พ. มาตรา 138
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 183
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2492
พ.ศ. 2492
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คำสั่งอันเกี่ยวกับการบังคับคดีนั้น หาใช่เป็นคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดี หรือในประเด็นข้อใดแห่งคดีตามนัยแห่ง มาตรา 143,144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ไม่ศาลอาจแก้ไขคำสั่งอันเกี่ยวกับการบังคับคดีนี้ได้ตามที่เห็นสมควร
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 143
ป.วิ.พ. มาตรา 144
ป.พ.พ. มาตรา 1330
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2492
พ.ศ. 2492
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คำสั่งอันเกี่ยวกับการบังคับคดีนั้น หาใช่เป็นคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดี หรือในประเด็นข้อใดแห่งคดีตามนัยแห่ง มาตรา 143,144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ไม่ศาลอาจแก้ไขคำสั่งอันเกี่ยวกับการบังคับคดีนี้ได้ตามที่เห็นสมควร
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 143
ป.วิ.พ. มาตรา 144
ป.พ.พ. มาตรา 1330
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2491
พ.ศ. 2491
สืบค้นที่ศาลฎีกา
บุตรบุญธรรมจะมีสิทธิรับมฤดกของผู้รับบุตรบุญธรรมได้ ก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมแล้ว โจทก์ฟ้องขอให้เอาทรัพย์มฤดกของผู้ตายประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งกัน ระหว่างโจทก์ ซึ่งเป็นทายาท เมื่อได้ความว่า จำเลยก็เป็นทายาทมีสิทธิได้รับมฤดกและโจทก์ก็มิได้คัดค้านในการที่ศาลจะแบ่งส่วนให้จำเลยด้วย ดังนี้ ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาแบ่งส่วนให้จำเลยด้วยได้ และในคดีเช่นนี้ค่าฤาชาธรรมเนียมทั้งค่าทนายศาลสั่งให้ชักจากกองมฤดกก่อนแล้วจึงให้แบ่งกันระหว่างทายาท.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1585
ป.พ.พ. มาตรา 1586
ป.พ.พ. มาตรา 1629
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 161
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งในทางแพ่งและอาญารวมกันมา ศาลฎีกาแยกพิจารณาแลพิพากษาคดีแพ่งแลคดีอาญาคนละส่วนได้ ขอถอนอุทธรณ์ ยืนคำร้องขอถอนอุทธรณ์โดยทางไปรษณีย์ ศาลไม่รับไว้วินิจฉัย ฏีกาอุทธรณ์การคัดค้านผู้พิพากษาว่าไม่มีอำนาจตัดสินต้องคัดค้านมาในชั้นศาลล่างมิฉะนั้นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ฎีกาที่ไม่มีเหตุผลสนับสนุนเสียเลย ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ ที่ดิน ใบเหยียบย่ำ ไม่ใช่หนังสือสำคัญแห่งกรรมสิทธิ์ เป็นเพียงพยานหลักฐานว่ามีชื่อในใบเหยียบย่ำมาจองที่รายนั้นเมื่อใดเท่าน…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 304
ป.วิ.พ. มาตรา 69
ป.วิ.พ. มาตรา 143
ป.วิ.พ. มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 41
พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.127 มาตรา 62
พิภาษกันเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินค่าขึ้นศาล
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 143
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา