มาตรา 15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ลักษณะ ๑ หลักทั่วไป
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
1,055 คดี
การกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันถึง 166 ครั้ง นั้นเพื่อความสะดวกศาลแขวงจะรวมคดีทั้ง 166 สำนวนพิจารณาพิพากษารวมกันก็ได้และเมื่อศาลแขวงลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละสำนวนโดยมีกำหนดโทษซึ่งอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะลงแล้ว แม้ในที่สุดจำเลยจะต้องรับโทษถึง 2490 วัน ก็ย่อมทำได้การลงโทษเรียงสำนวนทั้ง 166 สำนวน พึงให้นับโทษติดต่อกันไปไม่จำต้องรวมโทษทุกสำนวนเข้าด้วยกันแล้วคิดทอนจากวันเป็นปีเดือน เพราะจะทำให้จำเลยต้องรับโทษจริงเกินกว่าโทษที่จะต้องรับโดยการนับโทษติดต่อ
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 28
ป.อ. มาตรา 22
ป.อ. มาตรา 91
ป.อ. มาตรา 352
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 22
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2501
พ.ศ. 2501
สืบค้นที่ศาลฎีกา
แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 จะได้บัญญัติไว้ว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ดี แต่บัญญัติของมาตรานี้ก็อยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 กล่าวคือจะผูกพันก็แต่คู่ความเดียวกันเท่านั้น
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 46
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 145
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2501
พ.ศ. 2501
สืบค้นที่ศาลฎีกา
แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 จะได้บัญญัติไว้ว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ดี แต่บัญญัติของมาตรานี้ก็อยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 กล่าวคือจะผูกพันก็แต่คู่ความเดียวกันเท่านั้น
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 46
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 145
โจทก์ฟ้องคดีอาญาว่าจำเลยบุกรุก ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ไม่รู้หลักเขตที่ดินของตนแน่นอน จะฟังว่ามีเจตนาบุกรุกยังไม่ได้ และเป็นกรณีพิพาททางแพ่ง ดั่งนี้ ศาลไม่พึงสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ เพราะโจทก์ไม่ได้ทิ้งฟ้องหรือขาดนัด หากศาลชอบที่จะพิพากษาตามรูปคดีชี้ขาดไปตามท้องสำนวน.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 198
ป.วิ.พ. มาตรา 201
ป.วิ.พ. มาตรา 132
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ป.วิ.อ. มาตรา 15
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 745/2500
พ.ศ. 2500
สืบค้นที่ศาลฎีกา
บุคคลที่จะฟ้องความแทนนิติบุคคลผู้เสียหายได้ คือผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลนั้นๆไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจผู้แทนของนิติบุคคลมอบอำนาจให้ผู้อื่นเป็นตัวแทนฟ้องความในคดีอาญาได้และจะนำเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 มาอนุโลมใช้ไม่ได้สมุห์บัญชีเทศบาลไม่มีอำนาจรับมอบอำนาจจากนายกเทศมนตรีให้ฟ้องคดีอาญาที่กระทำต่อเทศบาล
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 2
ป.วิ.อ. มาตรา 4
ป.วิ.อ. มาตรา 5
ป.วิ.อ. มาตรา 6
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 60
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2500
พ.ศ. 2500
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พฤติการณ์ที่ไม่ถือว่าเป็นการฟ้องซ้ำในคดีอาญา.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 327
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 173
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2500
พ.ศ. 2500
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พฤติการณ์ที่ไม่ถือว่าเป็นการฟ้องซ้ำในคดีอาญา.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 327
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 173
เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลยได้โดยชอบแล้วทนายจำเลยก็ฎีกาแทนจำเลยได้ตามอำนาจในใบแต่งทนาย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 182
ป.วิ.อ. มาตรา 216
ป.วิ.พ. มาตรา 62
คดีนี้ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องตามกันให้ยกฟ้องโจทก์โดยฟังว่าคดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยนำเอาความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงาน และคดีซึ่งโจทก์อ้างว่าจำเลยแจ้งความเท็จนั้นยังฟังไม่ได้ว่าไม่ขาดอายุความ ดังนี้ ข้อฎีกาที่ว่าจำเลยแจ้งความเท็จนั้นเป็นฎีกาโต้เถียงในข้อเท็จจริง เมื่อศาลล่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยมิได้แจ้งความเท็จแล้ว ฎีกาที่ว่าคดีดังกล่าวไม่ขาดอายุความซึ่งอ้างเป็นข้อกฎหมายจึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามฎี…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 249
โจทก์ฟ้องคดีอาญาว่าจำเลยบุกรุก ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ไม่รู้หลักเขตที่ดินของตนแน่นอน จะฟังว่ามีเจตนาบุกรุกยังไม่ได้ และเป็นกรณีพิพาททางแพ่ง ดั่งนี้ศาลไม่พึงสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ เพราะโจทก์ไม่ได้ทิ้งฟ้องหรือขาดนัด หากศาลชอบที่จะพิพากษาตามรูปคดีชี้ขาดไปตามท้องสำนวน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 198
ป.วิ.พ. มาตรา 201
ป.วิ.พ. มาตรา 132
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ศาลอุทธรณ์พิพากษารวมกระทงลงโทษจำเลยสำหรับความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 243 และ 276 เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความกับจำเลยสำหรับความผิดตาม มาตรา 243 แล้ว ศาลฎีกาพิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา 276 เพียงกระทงเดียว และศาลฎีกามีอำนาจกำหนดโทษสำหรับความผิดตาม มาตรา 276 ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 39
ป.วิ.อ. มาตรา 182
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 147
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71
ศาลอุทธรณ์พิพากษารวมกระทงลงโทษจำเลยสำหรับความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 243 และ 276 เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความกับจำเลยสำหรับความผิดตาม มาตรา 243 แล้ว ศาลฎีกาพิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา 276 เพียงกระทงเดียว และศาลฎีกามีอำนาจกำหนดโทษสำหรับความผิดตาม มาตรา 276 ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 39
ป.วิ.อ. มาตรา 182
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 147
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71
การที่จำเลยกล่าวต่อโจทก์ด้วยความเชื่อ ว่าโจทก์จ้างคนจะมาฆ่าจำเลย แล้วจำเลยไปแจ้งความต่อตำรวจขอความคุ้มครองดั่งนี้ การกระทำของจำเลยไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท การพิมพ์โฆษณาเสนอข่าวไปตามธรรมดาโดยได้ข่าวมาจากที่มีผู้ไปแจ้งความต่อสถานีตำรวจ และการเสนอข่าวมิได้จงใจจะใส่ร้ายดั่งนี้ ย่อมไม่เป็นผิดฐานประมาทเช่นกัน คดีหมิ่นประมาทที่โจทก์อ้างว่า การกระทำของจำเลยอาจทำให้คนดูหมิ่นเกลียดชังโจทก์นั้น เมื่อศาลชั้นต้นมิได้ยืนยันว่ามีพฤติการณ์ขึ้นดังนั้นถือได้ว่า โจทก์อ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 282
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 339
ป.วิ.พ. มาตรา 238
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.อ. มาตรา 15
การที่จำเลยกล่าวต่อโจทก์ด้วยความเชื่อ ว่าโจทก์จ้างคนจะมาฆ่าจำเลย แล้วจำเลยไปแจ้งความต่อตำรวจขอความคุ้มครองดั่งนี้ การกระทำของจำเลยไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท การพิมพ์โฆษณาเสนอข่าวไปตามธรรมดาโดยได้ข่าวมาจากที่มีผู้ไปแจ้งความต่อสถานีตำรวจ และการเสนอข่าวมิได้จงใจจะใส่ร้ายดั่งนี้ ย่อมไม่เป็นผิดฐานประมาทเช่นกัน คดีหมิ่นประมาทที่โจทก์อ้างว่า การกระทำของจำเลยอาจทำให้คนดูหมิ่นเกลียดชังโจทก์นั้น เมื่อศาลชั้นต้นมิได้ยืนยันว่ามีพฤติการณ์ขึ้นดังนั้นถือได้ว่า โจทก์อ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 282
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 339
ป.วิ.พ. มาตรา 238
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.อ. มาตรา 15
โจทก์ขอหมายเรียกพยานทุกนัด พยานบางคนไม่มาศาลไม่แจ้งเหตุขัดข้อง บางคนเซ็นทราบวันนัดไว้ที่ศาลแล้วก็ยังไม่มาศาล ที่พยานไม่มาศาลเช่นนี้ไม่ใช่ความผิดของโจทก์ การที่พยานขัดหมายศาลเช่นว่านี้ ศาลอาจใช้อำนาจออกหมายจับพยานก็ได้ การที่ศาลไม่ใช้อำนาจออกหมายจับเอง จะว่าเป็นความผิดของโจทก์ไม่ได้ และจะว่าโจทก์ประวิงคดีให้ล่าช้าก็ไม่ได้ ในกรณีเช่นนี้ ศาลจะตัดพยานโจทก์เสียไม่ชอบ.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 179
ป.วิ.พ. มาตรา 110
ป.วิ.พ. มาตรา 111
ป.วิ.พ. มาตรา 86
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา