มาตรา 163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ลักษณะ ๑ ฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง
เมื่อมีเหตุอันควร จำเลยอาจยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของเขาก่อนศาลพิพากษา ถ้าศาลเห็นสมควรอนุญาต ก็ให้ส่งสำเนาแก่โจทก์
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
178 คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การขอแก้ฟ้องเมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้วและสืบตัวจำเลยอีก 1 ปากเช่นนี้ ต้องแสดงเหตุอันควรในการขอแก้นั้น ขอแก้ฟอ้งเพียงแต่กล่าวว่าฟ้องโจทก์คลาดเคลื่อนเพราะเหตุใดโจทก์ไม่ได้กล่าว ถือว่าขอแก้โดยไม่มีเหตุอันควร
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.อ. มาตรา 164
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การขอแก้ฟ้องเมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้วและสืบตัวจำเลยอีก 1 ปากเช่นนี้ ต้องแสดงเหตุอันควรในการขอแก้นั้น ขอแก้ฟอ้งเพียงแต่กล่าวว่าฟ้องโจทก์คลาดเคลื่อนเพราะเหตุใดโจทก์ไม่ได้กล่าว ถือว่าขอแก้โดยไม่มีเหตุอันควร
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.อ. มาตรา 164
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 498/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ อุทธรณ์ในเรื่องเพิ่มเติมฟ้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องเดิมสมบูรณ์แล้ว จึงไม่วินิจฉัยถึงเรื่องเพิ่มเติมฟ้อง จำเลยฝ่ายเดี่ยวฎีกาศาลฎีกาถือว่า ไม่มีประเด็นเรื่องเพิ่มเติมฟ้องที่จะต้องวินิจฉัยถึง ประกาศสมหเทศาภิบาลว่าป่าที่ได้เป็นเขตต์หวงห้ามตัดไม้เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องกล่าวในฟ้องเมื่อโจทก์ไม่ได้กล่าวในฟ้อง ก็ไม่มีประเด็นที่โจทก์จะนำสืบในข้อนี้ คดีเช่นนี้ศาลต้องยกฟ้อง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.รักษาป่าไม้ พ.ศ.2456 มาตรา 5
กฎข้อบังคับวางระเบียบวิธีจัดการรักษาป่า มาตรา 2
กฎข้อบังคับวางระเบียบวิธีจัดการรักษาป่า มาตรา 17
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.อ. มาตรา 164
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 240
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 323/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พฤตติการณ์ที่ถือว่าทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ ศาลจึงไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 163 - 164
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จะร้องขอให้ศาลเปลี่ยนเลขคดีที่ศาลให้นับโทษภายหลังที่ศาลพิพากษาคดีแล้วไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 191
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.อ. มาตรา 32
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 293/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การที่ศาลไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องโดยเห็นว่าทำให้จำเลยหลงต่อสู้คดีนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.อ. มาตรา 164
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ศาลชั้นต้นลงโทษตามมาตรา 225-227 จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์แก้บทให้ลงโทษตามมาตรา 224-227 เป็นแก้ไขเล็กน้อย การที่ศาลจะอนุญาตให้แก้เดือนในฟ้องหรือไม่อยู่ในดุลยพินิจของศาลอันเป็นข้อเท็จจริง เอกใบคูปองยางไปใช้โดยรู้ว่าปลอมเป็นผิดตามมาตรา 224-227
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 224
ป.อ. มาตรา 225
ป.อ. มาตรา 227
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.อ. มาตรา 218
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้เลขคดีที่ขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อนั้น แม้จะถือว่าเป็นการแก้ฟ้องหรือแก้คำพิพากษาซึ่งมิใช่เป็นการเขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด ประมวลวิธีพิจารณาอาญาก็ห้ามไว้ทั้งสองประการ การที่ศาลสั่งให้แก้หมายแจ้งโทษให้นับโทษจำเลยใหม่นั้น หาใช่เป็นการแก้ไขคำพิพากษาไม่.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 32
ป.วิ.อ. มาตรา 190
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.อ. มาตรา 196
ป.วิ.อ. มาตรา 198
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2482
พ.ศ. 2482
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ของ ส. ไป ในระหว่างพิจารณาโจทก์ขอแก้ชื่อเจ้าทรัพย์เป็น ม. ดังนี้ เมื่อการแก้ชื่อเจ้าทรัพย์ไม่ใช่สาระสำคัญและจำเลยไม่เสียเปรียบหรือหลงต่อสู้คดีแล้วก็อนุญาตให้แก้ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.อ. มาตรา 164
ป.วิ.อ. มาตรา 158
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 774/2481
พ.ศ. 2481
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การขอแก้ฟ้องนั้นโจทก์จะฟ้องแสดงเหตุผลอันสมควรจะกล่าวสอย ๆ ว่าฟ้องคลาดเคลื่อนไปดังนี้ ศาลไม่อนุญาตให้แก้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิด+วันที่ 5 ครั้นสืบพะยานโจทก์หมดแล้วโจทก์ขอแก้ฟ้องว่าจำเลยทำผิดในวันที่ 4 เพื่อให้ตรงกับคำพะยานฝ่ายตนดังนี้ ไม่มีเหตุผลอันสมควรและทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ศาลไม่อนุญาตให้แก้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.อ. มาตรา 164
ป.วิ.อ. มาตรา 192
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยวิ่งราวทรัพย์ของนาย ส.ก่อนพิพากษาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ชื่อเจ้าทรัพย์เปนนาง ส.ดังนี้ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบหรือหลงสู้คดีอย่างไรศาลอนุญาตให้โจทก์แก้ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.อ. มาตรา 164
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 537/2479
พ.ศ. 2479
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก็ฟ้องว่าจำเลยทำผิดในวันแรม 9-10 ค่ำเวลากลางคืน ได้ความว่าจำเลยทำผิดในวันแรม 8 ค่ำจวนค่อนรุ่งลงโทษจำเลยไม่ได้ วันเวลาถือว่าเป็นรายละเอียดอันสำคัญที่ต้องแถลงในฟ้อง หากว่าฟ้องนั้นผิดวันและโจทก์มิได้ขอแก้เสียในเวลาสมควรปล่อยล่วงเลยมาศาลต้องยกฟ้อง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 6-295
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 163
ป.วิ.อ. มาตรา 164
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จ แต่มิได้กล่าวว่าจำเลยเบิกความเท็จในสำนวนไหน เพราะมีคดีที่จำเลยได้เคยเบิกความเกี่ยวข้องกัน 2 สำนวนและทั้งมิได้กล่าวว่าจำเลยเบิกความเท็จในข้อไร ข้อไหนเป็นเท็จข้อไหนเป็นจริง ข้อไหนเป็นสาระสำคัญ ดังนี้เป็นฟ้องเคลือบคลุม ศาลต้องยกฟ้อง ถ้าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมโจทก์ต้องยื่นคำร้องขอแก้ฟ้อง โจทก์จะแถลงอธิบายฟ้องลับหลังจำเลยมิได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 154
ป.วิ.อ. มาตรา 148
ป.อ. มาตรา 152
ป.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 163
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา