มาตรา 222 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๑ หลักทั่วไป
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
96 คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 563/2521
พ.ศ. 2521
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คนโดยสารเรือยนต์ตกน้ำ เรือถอยหลังไปช่วย ทำให้ใบจักรฟันคนที่ตกน้ำตาย แทนที่จะโยนชูชีพลงไปช่วยตามข้อบังคับการเดินเรือเป็นการขาดความระวังตามควรแก่เหตุการณ์และนายท้ายผู้ประกอบวิชาชีพเดินเรือควรได้คาดคิด จึงเป็นประมาททำให้คนตายตาม มาตรา 291 ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังและพิพากษายืน ให้ยกฟ้องนั้น ศาลฎีกาฟังพยานในสำนวนเพิ่มเติมให้พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมายได้โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยใหม่
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 59
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ไม้สักของกลางทำเป็นถาดแบบฝักถั่ว ทำขึ้นเพื่อใส่อาหารมีรูปร่างเช่นเดียวกับถาดที่สำเร็จรูปแล้ว แม้จะยังไม่ขัดน้ำมันอย่างเช่นถาดสำเร็จรูป แต่เมื่อไม่อาจนำไปเปลี่ยนแปลงทำเป็นสิ่งอื่นต่อไปได้ และใช้ใส่อาหารได้แล้ว ไม้สักของกลางจึงมีสภาพเป็นเครื่องใช้ แต่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4(4) ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 116 ข้อ 1 นั้น แม้ไม้สักของกลางมีสภาพเป็นเครื่องใช้ แต่ถ้าเครื่องใช้นั้นเป็นเครื่องใช้ที่ไม่ชอบด้วยลักษณะขอ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 220
ป.วิ.อ. มาตรา 222
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2519
พ.ศ. 2519
สืบค้นที่ศาลฎีกา
แม้จะมีประเด็นในชั้นอุทธรณ์เพียงประเด็นเดียวว่าจะริบถ่านไม้ของกลางได้หรือไม่ก็ตาม ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจวินิจฉัยในทางที่เป็นประโยชน์แก่จำเลยว่า จำเลยไม่มีความผิดในข้อหานำของป่าเคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยได้ถ่านไม้ของกลางมาโดยมิชอบ การที่จำเลยนำถ่านไม้ของกลางเคลื่อนที่ จึงมิใช่เป็นกรณีตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 176
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.อ. มาตรา 222
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 29 ทวิ
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 38
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 39
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2518 มาตรา 18
ฎีกาปัญหาที่ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่าจำเลยไม่ได้ทำความผิดเสียแล้ว ข้อกฎหมายของโจทก์จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 881/2515
พ.ศ. 2515
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกจำเลย 2 เดือน โดยวินิจฉัยข้อเท็จจริงต้องกันมาแล้วว่า จำเลยออกเช็คให้โจทก์ร่วมโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค เมื่อข้อฎีกาขอบจำเลยที่อ้างว่าเป็นข้อกฎหมาย มีใจความเป็นการโต้แย้งว่า จำเลยออกเช็ค โดยมิได้มีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ฎีกาของจำเลยย่อมเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 222
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2509
พ.ศ. 2509
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้ยาทำให้ผู้เสียหายมึนเมา เป็นเหตุให้ตกอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถจะขัดขืนได้ดังนี้ จึงถือได้ว่าเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายเมื่อจำเลยได้กระทำการดังนั้นเพื่อให้เป็นความสะดวกแก่การลักทรัพย์และการพาทรัพย์นั้นไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวและเป็นการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 339
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 222
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2509
พ.ศ. 2509
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้ยาทำให้ผู้เสียหายมึนเมา เป็นเหตุให้ตกอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถจะขัดขืนได้ดังนี้ จึงถือได้ว่าเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายเมื่อจำเลยได้กระทำการดังนั้นเพื่อให้เป็นความสะดวกแก่การลักทรัพย์และการพาทรัพย์นั้นไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวและเป็นการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 339
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 222
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 207/2509
พ.ศ. 2509
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คำขอที่ขอให้บังคับจำเลยออกจากป่าที่จำเลยแผ้วถางครอบครองก่อนใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ ฉบับที่ 4 นั้น เป็นคำขอในทางแพ่ง โจทก์มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำขอที่เป็นทางแพ่ง ศาลจึงไม่บังคับให้คำขอที่ขอให้บังคับจำเลยออกจากป่าที่จำเลยแผ้วถางครอบครองภายหลังใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นคำขอในทางอาญา เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยแผ้วถางในที่ตอนใด จึงไม่มีทางจะบังคับให้ได้ ปัญหาที่ว่าความผิดของจำเลยเป็นความผิดต่อเนื่องกันนั้น เป็นปัญหาที่โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ามาในชั้นอุทธร…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 72 ตรี
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 11
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 16
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.วิ.พ. มาตรา 172
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 207/2509
พ.ศ. 2509
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คำขอที่ขอให้บังคับจำเลยออกจากป่าที่จำเลยแผ้วถางครอบครองก่อนใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ ฉบับที่ 4 นั้น เป็นคำขอในทางแพ่ง โจทก์มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำขอที่เป็นทางแพ่ง ศาลจึงไม่บังคับให้คำขอที่ขอให้บังคับจำเลยออกจากป่าที่จำเลยแผ้วถางครอบครองภายหลังใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นคำขอในทางอาญา เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยแผ้วถางในที่ตอนใด จึงไม่มีทางจะบังคับให้ได้ ปัญหาที่ว่าความผิดของจำเลยเป็นความผิดต่อเนื่องกันนั้น เป็นปัญหาที่โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ามาในชั้นอุทธร…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 72 ตรี
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 11
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 16
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.วิ.พ. มาตรา 172
คดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิด โจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ฎีกาของโจทก์ในเรื่องกรรมสิทธิ์ร่วมแม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่เมื่อศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติแล้วว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิด ดังนั้นแม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยข้อกฎหมายไปตามที่โจทก์ฎีกาก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ข้อกฎหมายของโจทก์จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2504
พ.ศ. 2504
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยเขียนเลขสลากกินรวบไว้สำหรับขาย แต่ยังไม่ทันลงมือขายก็ถูกจับ ดังนี้ ยังไม่ผิดฐานพยายามขายสลากกินรวบ เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นแล้ว พิพากษาลงโทษจำเลยฐานพยายามขายสลากกินรวบ ถ้าโจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์พิพากษากลับในข้อกฎหมายว่า ไม่ผิดฐานพยายามขายสลากกินรวบแล้ว โจทก์จะฎีกาข้อเท็จจริงว่าจำเลยลงมือขายแล้วจึงถูกจับหรือฎีกาว่า จำเลยเป็นผู้สลากกินรวม หาได้ไม่.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 17
ป.อ. มาตรา 80
ป.วิ.อ. มาตรา 194
ป.วิ.อ. มาตรา 222
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2504
พ.ศ. 2504
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยเขียนเลขสลากกินรวบไว้สำหรับขาย แต่ยังไม่ทันลงมือขายก็ถูกจับ ดังนี้ ยังไม่ผิดฐานพยายามขายสลากกินรวบ เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นแล้ว พิพากษาลงโทษจำเลยฐานพยายามขายสลากกินรวบ ถ้าโจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์พิพากษากลับในข้อกฎหมายว่า ไม่ผิดฐานพยายามขายสลากกินรวบแล้ว โจทก์จะฎีกาข้อเท็จจริงว่าจำเลยลงมือขายแล้วจึงถูกจับหรือฎีกาว่า จำเลยเป็นผู้สลากกินรวม หาได้ไม่.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 17
ป.อ. มาตรา 80
ป.วิ.อ. มาตรา 194
ป.วิ.อ. มาตรา 222
จำเลยปิดกั้นเหมืองสาธารณเพราะเชื่อมั่นโดยสุจริตว่าเป็นเหมืองของจำเลยนั้น จำเลยย่อมไม่รู้ว่าเหมืองนั้นเป็นสาธารณูปโภคซึ่งเป็นองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 228 จำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรานี้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 26/2504) เมื่อเป็นเช่นนี้ ฎีกาของจำเลยที่ว่าเป็นเหมืองของจำเลยก็ไม่ต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง หากจำเลยมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในเหมืองอย่างไร ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 228
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.วิ.อ. มาตรา 185
จำเลยปิดกั้นเหมืองสาธารณเพราะเชื่อมั่นโดยสุจริตว่าเป็นเหมืองของจำเลยนั้น จำเลยย่อมไม่รู้ว่าเหมืองนั้นเป็นสาธารณูปโภคซึ่งเป็นองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 228 จำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรานี้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 26/2504) เมื่อเป็นเช่นนี้ ฎีกาของจำเลยที่ว่าเป็นเหมืองของจำเลยก็ไม่ต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง หากจำเลยมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในเหมืองอย่างไร ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 228
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.วิ.อ. มาตรา 185
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายด้วย สำหรับข้อเท็จจริงเป็นอันเสร็จเด็ดขาดแล้ว ฎีกาของโจทก์ในข้อกฎหมายที่ว่า ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วนั้น แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยไปก็ไม่มีประโยชน์ หากจะฟังว่าฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับประโยชน์ เพราะจะเอาความผิดแก่จำเลยมิได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ เพราะไม่เป็นสารแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 217
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 247
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา