มาตรา 118 ประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๒ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
54 คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2482
พ.ศ. 2482
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยจดคำให้การชั้นสอบสวนว่าผู้มีชื่อ 2 คน เป็นผู้นั่งทำการสอบสวนความจริงบุคคลทั้ง 2 นั้น มิได้อยู่ในเวลาสอบสวนนั้นเลย ครั้นข้าหลวงประจำจังหวัดถามจำเลย ๆ ก็ยืนยันว่าที่จดไว้ในคำให้การเป็นความจริงดังนี้ จำเลยมีผิดฐานแจ้งความเท็จ
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
ป.อ. มาตรา 154
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2482
พ.ศ. 2482
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยจดคำให้การชั้นสอบสวนมิได้จดต่อหน้าบุคคล 2 คน เมื่อข้าหลวงสอบถามจำเลย ๆ ก็ยืนยันว่าการเป็นไปตามที่จดไว้ในคำให้การนั้น ซึ่งไม่ตรงกับความในเรื่องสถานที่ ๆ จดคำให้การ ทั้งมิได้จดต่อหน้าบุคคล 2 คนนั้นดังนี้จำเลยมีผิดฐานแจ้งความเท็จ
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 526/2482
พ.ศ. 2482
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานทำใบสำคัญเบิกเงินค่าเช่าที่พักแห่งหนึ่ง แต่ความจริงจำเลยไปพักอยู่อีกแห่งหนึ่ง ส่วนใบสำคัญนั้นเจ้าของที่พักที่จำเลยอ้างว่าไปพักได้ลงชื่อให้จริง โดยจำเลยมากรอกข้อความ+ดังนี้ จำเลยคงมีผิดเพียงฐานแจ้งความเท็จเท่านั้นไม่มีผิดฐานปลอมหนังสือด้วย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
ป.อ. มาตรา 224
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2482
พ.ศ. 2482
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวนในฐานะเป็นผู้ต้องหาไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จ อ้างฎีกาที่ 262/2474 ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.137 พนักงานสอบสวนจะกักขังพะยานไว้ไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 189/2482
พ.ศ. 2482
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พฤตติการณ์ที่ถือว่าคำแจ้งความของจำเลยไม่มีลัษณะอันอาจสามารถเสีย-หายแก่โจทก์หรือแก่สาธารณชนได้คำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง อ้างฎีกาที่ 423/2478
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
ป.อ. มาตรา 155
ป.วิ.อ. มาตรา 219
กล่าวหาผู้มีชื่อว่ากระทำผิดต่อเจ้าพนักงานซึ่งเป็นความเท็จนั้น เป็นความผิดตามมาตรา 158.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 282
ป.อ. มาตรา 158
ป.อ. มาตรา 118
จำเลยแจ้งความเท็จแก่ตำรวจว่า เจ้าทุกข์ทำร้ายตน ตำรวจจึงจับเจ้าทุกข์ไปสถานีตำรวจ ดังนี้จำเลยมีผิดฐานแจ้งความเท็จ แต่ไม่มีผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพตาม ม.270 ด้วย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 64
ป.อ. มาตรา 118
ป.อ. มาตรา 270
เจ้าพนักงานเก็บเงินค่านาเรียกจำเลยไปสอบถามถึงเรื่องโฉนดที่นาที่ค้างค่านาเพื่อจะขายทองตลาดจำเลยแจ้งต่อเจ้าพนักงานนั้นด้วยความเท็จไม่เป็นผิดฐานแจ้งความเท็จ ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกฟ้องโดยเห็นว่าฟ้องไม่มีมูลทางอาญาศาลอุทธรณ์พิพากษาให้รับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปโดยเห็นว่าการกระทำตามฟ้องเป็นผิดทางอาญาได้เช่นนี้จำเลยฎีกาได้,(ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา) (หมายเหตุ อัยยการเป็นผู้ฟ้อง จำเลยถูกเรียกเข้ามาในคดีแล้ว.)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
ป.วิ.อ. มาตรา 196
ป.วิ.อ. มาตรา 225
พ.ร.บ.ลักษณะเก็บเงินค่านา ร.ศ.119 มาตรา 13
แม้จะไม่ใช่ประเด็นที่ฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา แต่การที่ศาลล่างลงโทษจำเลยโดยปรับบทผิดศาลฎีกาพิพากษาแก้ปรับบทใหม่ตามบทที่ถูกต้องนั้นได้ จำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ร้ายลักทรัพย์ ขอให้ไปจับกุมมาสอบสวน เขาจึงถูกจับมาควบคุมสอบสวนดังนี้ จำเลยยังไม่มีผิดตามกฎหมายอาญา ม.270 คงมีผิดเพียงฐานแจ้งความเท็จ อ้างฎีกาที่ 169/2479 , 484/2479
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.อ. มาตรา 118
ป.อ. มาตรา 270
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 991/2481
พ.ศ. 2481
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ความผิดฐานแจ้งความเท็จนั้นไม่จำเป็นว่าคำแจ้งความนั้นจะต้องเป็นสาระสำคัญ+คดีเหมือนอย่างเรื่องเบิกความเท็จชั้นศาลโจทก์ฟ้องอ้าง ม.118 เป็นบทลงโทษ แม้จะมิได้อ้างวรรค 2 ที่เพิ่มเติมใหม่มาด้วยก็ตาม ศาลก็ลงโทษจำเลยตามวรรค 2 ที่เพิ่มเติมใหม่ด้วยได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
ป.อ. มาตรา 156
พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ.2477 (ฉบับที่ 4) มาตรา 3
ป.วิ.อ. มาตรา 158
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2481
พ.ศ. 2481
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พฤตติการณ์ที่ถือว่าไม่ผิดฐานแจ้งความเท็จความผิดฐานแจ้งความเท็จเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้ศาลเห็นว่าคำแจ้งความของจำเลยอาจทำให้ผู้อื่นหรือสาธารณชนเสียหายได้ ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85,86 ศาลชั้นต้นงดสืบพะยานคู่ความไม่คัดค้าน ถือว่าคู่ความยอมไม่สืบพะยาน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2481
พ.ศ. 2481
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยให้การในฐานะเป็นพะยานในชั้นสอบสวนอย่างหนึ่งในชั้นศาลพิจารณาอีกอย่างหนึ่ง โจทก์จะต้องนำสืบว่าคำให้การชั้นไหนเป็นความเท็จความจริงจึงจะลงโทษจำเลยได้ คำให้การของจำเลยที่ว่าคำให้การชั้นสอบสวนไม่ถูกความจริง คำให้การชั้นศาลถูกดังนี้ ไม่เป็นการรับสารภาพว่าจำเลยแจ้งความเท็จ
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
ป.อ. มาตรา 156
ป.วิ.อ. มาตรา 134
ป.วิ.อ. มาตรา 165
จำเลยให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวนด้วยความรู้สึกอันแท้จริงว่าตนอยู่ในฐานะเปนผู้ต้องหา+เจ้าพนักงานจะแจ้งให้จำเลยทราบว่าจำเลยให้การ+ฐานะเปนพะยานและจด+ปากคำให้การจำเลยลงในแบบฟอร์มคำให้การก็ตามจำเลยก็ไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จ อ้างฎีกาที่ 263/2472 และที่ 1276/2479
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จทำให้เสื่อมเสียอิศรภาพและทำให้เสียทรัพย์ โดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยโกรธเคืองโจทก์ จึงจับโจทก์ส่งตำรวจหาว่าโจทก์ขุดมันและสับฟันรั้วสวนของจำเลย โจทก์ต้องถูกคุมขังอยู่ 3 วันจึงมีประกันไป โจทก์ต้องเสียทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้อง ภายหลังเจ้าพนักงานเห็นว่าคดีไม่มีมูลจึงปล่อยโจทก์ดังนี้ ฟ้องของโจทก์ไม่มีมูล ที่ศาลจะรับไว้พิจารณาต้องยกฟ้อง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
ป.อ. มาตรา 159
ป.อ. มาตรา 270
ป.อ. มาตรา 324
ป.วิ.อ. มาตรา 158
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2479
พ.ศ. 2479
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดในวันที่ 24 มกราคม 2478 ทางพิจารณาปรากฎจากคำพะยานฝ่ายโจทก์ว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ 24 ตุลาคม 2478 ศาลต้องตัดสินยกฟ้อง+
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 118
ป.วิ.อ. มาตรา 158-192
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูล Open Law Data Thailand — OCS Krisdika (CC-BY 4.0) จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา