Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1019/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาซื้อขายข้อ3ระบุว่าจำเลยผู้ขายจะส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายตามสัญญาให้แก่โจทก์ผู้ซื้อภายในวันที่15ตุลาคม2528ส่วนข้อ10ระบุว่าเมื่อครบกำหนดส่งมอบตามสัญญาแล้วถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อหรือส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้องหรือไม่ครบจำนวนผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้และข้อ11ระบุว่าในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละศูนย์จุดสองของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดจนถึงวันที่ผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องและในระหว่างที่มีการปรับนั้นถ้าผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฎิบัติตามสัญญาต่อไปได้ผู้ซื้อจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและริบหลักประกันหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันกับเรียกร้องให้ชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญาด้วยก็ได้ปรากฎว่าจำเลยทั้งสองส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายล่าช้านับแต่วันถึงกำหนดจนถึงวันส่งมอบรวม13วันโจทก์มีสิทธิ์เรียกค่าปรับรายวันจากจำเลยทั้งสองได้รวมเป็นเงิน23,920บาทเมื่อหักเงินค่าปรับจำนวนดังกล่าวออกจากราคาสินค้าที่ตกลงซื้อขายเป็นเงิน920,000บาทแล้วโจทก์จึงชำระราคาแก่จำเลยทั้งสองไปเป็นเงิน896,080บาทแต่ต่อมาภายหลังโจทก์พบว่าสินค้าที่จำเลยทั้งสองส่งมอบชำรุดบกพร่องและไม่ถูกต้องตามสัญญาโจทก์จึงใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาดังนี้ผลการบอกเลิกสัญญาของโจทก์ย่อมไม่กระทบกระทั่งสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากการส่งมอบของล่าช้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา391วรรคท้ายการที่โจทก์ใช้สิทธิเรียกเอาค่าปรับจากจำเลยทั้งสองนั้นย่อมเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามบทกฎหมายดังกล่าวถือว่าโจทก์ได้ชำระราคาสินค้าแก่จำเลยทั้งสองไปจำนวน920,000บาทเมื่อมีการบอกเลิกสัญญาคู่กรณีจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมจำเลยทั้งสองจึงต้องคืนราคาสินค้าเต็มจำนวนเป็นเงิน920,000บาทแก่โจทก์ สัญญาซื้อขายข้อ10วรรคสองระบุว่า"ในกรณีที่ผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อริบหลักประกันหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันเป็นจำนวนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้แล้วแต่ผู้ซื้อจะเห็นสมควรและถ้าผู้ซื้อจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นผู้ขายยอมรับผิดชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาด้วย"คดีนี้จำเลยทั้งสองได้ส่งมอบสินคาแก่โจทก์แล้วต่อมาเมื่อโจทก์นำสินค้าไปใช้ปรากฎว่าสินค้าไม่ถูกต้องตามสัญญาโจทก์จึงบอกเลิกสัญญาโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันเป็นจำนวนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้วแต่โจทก์จะเห็นสมควรและให้จำเลยรับผิดชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาเนื่องจากโจทก์จัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นได้ตามสัญญาซื้อขายข้อ10วรรคสองเท่านั้นเมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเนื่องจากเหตุดังกล่าวแล้วจึงเป็นเรื่องโจทก์ไม่ได้รับสินค้าตามที่สัญญากำหนดไว้ถือว่าจำเลยไม่ได้ส่งมอบสินค้ามิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองได้ส่งมอบสินค้าที่ไม่ถูกต้องตามสัญญาแก่โจทก์และโจทก์ยอมรับไว้โดยจะใช้สิทธิปรับเป็นรายวันโจทก์จึงหามีสิทธิเรียกค่าปรับเป็นรายวันในส่วนนี้จากจำเลยทั้งสองไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ขายเครื่องเจาะและอัดฉีดน้ำปูนประสานรอยร้าวให้แก่โจทก์ 1 ชุด ในราคา 920,000 บาทและได้ส่งมอบให้โจทก์พร้อมสำเนาใบตราส่ง เมื่อวันที่ 28ตุลาคม 2528 ต่อมาโจทก์ตรวจสอบทางด้านเทคนิคพบว่าชุดเครื่องเจาะเป็นของที่ทำปลอมขึ้นแล้วใช้ชื่อยี่ห้อและเครื่องหมายการค้าของบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศตามที่ระบุไว้ในสัญญาติดไว้ สำเนาใบตราส่งเป็นเอกสารปลอม โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสอง ส่งมอบสิ่งของชุดใหม่ที่ถูกต้องตามสัญญา แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยโจทก์เบิกสัญญา และได้จัดซื้อสิ่งของดังกล่าวจากบุคคลอื่นในราคา 1,175,000 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน920,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมเบี้ยปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ 11 ในอัตราร้อยละศูนย์จุดสองของราคาซื้อขายนับแต่วันถัดจากวันที่จำเลยส่งมอบถึงวันที่โจทก์บอกเลิกสัญญาเป็นเงิน867,440 บาท และให้ชำระราคาที่เพิ่มขึ้นจำนวน 255,000 บาทแต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ

นอกจากนี้โจทก์ได้ใช้สิทธิริบหลักประกันที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาบุคคโล มาทำสัญญาไว้เป็นเงิน46,000 บาทแล้ว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินจำสวน 2,201,064.65 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 2,032,440 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้งว่า เครื่องเจาะอัดฉีดน้ำปูนประสานรอยร้าวเป็นของแท้จากต่างประเทศที่ประกอบขึ้นในประเทศไทย แต่ไม่มีการส่งมอบใบตราส่ง โจทก์ได้ตรวจสอบและทดลองเครื่องแล้วปรากฎว่าถูกต้องตามแบบและใช้งานได้ดี จึงรับมอบไว้และชำระราคาให้จำเลยที่ 1 การซื้อขายเสร็จเด็ดขาดไปตามกฎหมายแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1คืนเงินหรือชดใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นจำเลยที่ 1 ไม่ได้ผิดสัญญา

โจทก์จึงไม่มีสิทธิริบเงินตามสัญญาค้ำประกันจึงต้องคืนเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้องและขอให้บังคับโจทก์ชดใช้เงินจำนวน 49,100 บาท แก่จำเลยที่ 1พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 46,000 บาทนับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ส่งมอบสินค้าแก่โจทก์ถูกต้องแล้ว โดยมีคณะกรรมการของโจทก์เป็นผู้ตรวจรับเรียบร้อยการซื้อขายได้เสร็จเด็ดขาดไปแล้วโจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาขอให้ยกฟ้องโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งยืนยันตามคำฟ้องโจทก์ โจทก์จึงไม่จำต้องชดใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยคืนให้แก่จำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,151,080 บาท แก่โจทก์

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 896,080 บาท นับตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2530 เป็นต้นไป และดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวในต้นเงิน 255,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้อง (วันที่ 9 พฤษภาคม2531) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1โจทก์ และ จำเลย ทั้ง สอง อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ และ จำเลย ทั้ง สอง ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พยานของจำเลยทั้งสองจึงเห็นได้ว่าไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์มีหนักดีกว่าข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นฝ่ายผิดสัญญา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นข้อที่โจทก์ฎีกาว่า

โจทก์มีสิทธิเรียกค่าปรับรายวันตามสัญญาซื้อขายข้อ 11 จากจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองจึงต้องคืนเงิน 920,000 บาท เต็มจำนวนตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สัญญาซื้อขายข้อ 3 ระบุว่าจำเลยผู้ขายจะส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายตามสัญญาให้แก่โจทก์ผู้ซื้อภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2528 ส่วนข้อ 10 วรรคแรก ระบุว่ามีครบกำหนดส่งมอบสิ่งของตามสัญญาแล้ว ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อหรือส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้องหรือส่งมอบสิ่งของไม่ครบจำนวน ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้และข้อ 11 วรรคแรก ระบุว่าในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาข้อ 8 (ที่ถูกน่าจะเป็นข้อ 10) ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละศูนย์จุดสองของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ

นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วนในวรรคสามกำหนดว่า ในระหว่างที่มีการปรับนั้น ถ้าผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฎิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ซื้อจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา และริบหลักประกันหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกัน กับเรียกร้องให้ชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญาด้วยก็ได้ คดีนี้ปรากฎว่าจำเลยทั้งสองส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายนับแต่วันถึงกำหนดจนถึงวันส่งมอบรวม 13 วัน โจทก์มีสิทธิเรียกค่าปรับรายวันจากจำเลยทั้งสองได้รวมเป็นเงิน 23,920 บาท เมื่อหักเงินค่าปรับจำนวนดังกล่าวออกจากราคาสินค้าที่ตกลงซื้อขายเป็นเงิน 920,000 บาทแล้วโจทก์จึงชำระราคาแก่จำเลยทั้งสองไปเป็นเงิน 896,080 บาทต่อมาภายหลังปรากฎว่าสินค้าที่จำเลยทั้งสองส่งมอบชำรุดบกพร่องและไม่ถูกต้องตามสัญญาโจทก์จึงใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา

ดังนี้เห็นว่า ผลการบอกเลิกสัญญาของโจทก์ย่อมไม่กระทบกระทั่งสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากการส่งมอบของล่าช้า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 391 วรรคท้าย การที่โจทก์ใช้สิทธิเรียกเอาค่าปรับจากจำเลยทั้งสองตามสัญญาข้อ 11 เพราะเหตุที่จำเลยทั้งสองส่งมอบของล่าช้าโดยหักออกจากราคาที่โจทก์จะชำระแก่จำเลยทั้งสองนั้นย่อมเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามบทกฎหมายดังกล่าวกรณีถือว่าโจทก์ได้ชำระราคาสินค้าแก่จำเลยทั้งสองจึงต้องคืนราคาสินค้าเต็มจำนวนเป็นเงิน 920,000 บาท แก่โจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยทั้งสองคืนเงินราคาสินค้าให้แก่โจทก์เพียง896,080 บาท นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นสำหรับข้อที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิเรียกให้จำเลยทั้งสองชำระค่าปรับรายวันนับแต่จำเลยทั้งสองผิดสัญญาจนถึงวันที่โจทก์บอกเลิกสัญญารวม 466 วัน เป็นเงิน 857,440 บาทนั้น เห็นว่า ตามสัญญาซื้อขายข้อ 10 วรรคสอง ระบุว่า "ในกรณีที่ผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อริบหลักประกันหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันเป็นจำนวนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ แล้วแต่ผู้ซื้อจะเห็นสมควร และถ้าผู้ซื้อจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่น ผู้ขายยอมรับผิดชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาด้วย" คดีนี้จำเลยทั้งสองได้ส่งมอบสินค้าแก่โจทก์แล้วต่อมาเมื่อโจทก์นำสินค้าไปใช้งาน ปรากฎว่าสินค้านั้นไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดในสัญญาโจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเพราะเหตุดังกล่าว

กรณีจึงต้องด้วยสัญญาซื้อขายข้อ 10 วรรคแรก โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันเป็นจำนวนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้วแต่โจทก์จะเห็นสมควร และให้จำเลยรับผิดชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่กำหนดไว้ในสัญญา เนื่องจากโจทก์จัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นได้ตามสัญญาซื้อขายข้อ 10 วรรคสองเท่านั้น เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเนื่องจากเหตุดังกล่าวแล้วจึงเป็นเรื่องโจทก์ไม่ได้รับสินค้าตามที่สัญญากำหนดไว้ ถือว่าจำเลยไม่ได้ส่งมอบสินค้ามิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองได้ส่งมอบสินค้าที่ไม่ถูกต้องตามสัญญาแก่โจทก์ และโจทก์ยอมรับไว้โดยจะใช้สิทธิปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ 11 โจทก์จึงหามีสิทธิเรียกค่าปรับเป็นรายวันในส่วนนี้จากจำเลยทั้งสองไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า

จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดชดใช้เบี้ยปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ 11 อีกนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นดังนั้น จำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์โดยคืนเงินราคาสิ่งของเป็นจำนวน 920,000 บาท และชดใช้ราคาส่วนที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงิน 255,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,175,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในแต่ละจำนวนแก่โจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน1,175,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน920,000 บาท นับแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2530 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 255,000 นับแต่วันฟ้อง(วันที่ 9 พฤษภาคม 2531) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จารุณี ตันตยาคม · สมปอง เสนเนียม · ปรีชา นาคพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12705/2557

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่มีข้อตกลงว่า หลังจากทำสัญญาแล้วโจทก์ซึ่งเป็นผู้จะซื้อจะดำเนินการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือธนาคาร เมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อ จำเลยซึ่งเป็นผู้จะขายต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3776/2549

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่มีกำหนดระยะเวลาการก่อสร้างแล้วเสร็จไว้ แต่จำเลยผู้จะขายจะต้องก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ภายในเวลาอันสมควร เมื่อนับจากวันที่ทำสัญญาจนถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7138/2544

จำเลยได้ทำสัญญาขายรถยนต์ให้แก่โจทก์ โจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยในวันทำสัญญาบางส่วน ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นเวลา 48 เดือน ต่อมาโจทก์และจำเลยได้ตกลงเปลี่ยนสัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นสัญญาเช่าซื้อโดยบันทึกสัญญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 975/2543

ป.พ.พ. มาตรา 466 วรรคสอง มิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน คู่กรณีจึงอาจกำหนดไว้ในสัญญาเป็นการแตกต่างกับบทบัญญัตินี้ได้ โจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายอาคารชุดที่พักอาศั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1446/2541

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวดกับโจทก์โดยจำเลยที่ 1 ต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดจากโจทก์ไปจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน2535 เป็นต้นไป แต่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติผิดสัญญา ทำให้โจทก์เสียหาย ขา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้