Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 102604)

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองกับพวกพากันไปที่บ้านของ ว. โดยอ้างว่าเป็นตำรวจกองปราบปราม พกปืนบ้าง ถือกิ่งพืชกระท่อมบ้าง และกล่าวหา ว. ว่ามีพืชกระท่อมผิดกฎหมายจะจับกุมและทำบันทึกการจับกุม แล้วพูดว่า หากไม่ต้องการถูกจับกุมให้เสียเงิน ว.ไม่มีพืชกระท่อมแต่มีความกลัวต่อการข่มขู่ของจำเลยจึงยอมจ่ายเงินให้จำเลยไปแล้วจำเลยที่ 1 ก็พกปืนโดยมีจำเลยที่ 2 ถือพืชใบกระท่อมไปที่บ้านของ ท. และบ้านของ ส. ข่มขู่เรียกเอาเงินจาก ท. และ ส. โดยวิธีการทำนองเดียวกัน แล้วเรียกให้ ท. และ ส. ไปหาเงินมาส่งมอบให้จำเลยที่บ้านของ ว. เมื่อได้เงินแล้วจำเลยทั้งสองกับพวกก็กลับไป การกระทำของจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นการข่มขืนใจให้ผู้เสียหายทั้งสามยอมให้เงินที่จำเลยกระทำไป แม้จะใช้วิธีการอย่างเดียวกันแต่จำเลยได้กระทำต่อผู้เสียหายต่างรายกัน ต่างสถานที่ และต่างเวลากัน แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาแยกการกระทำของตนเป็นหลายกรรมต่างกัน ต้องถือว่าจำเลยกระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้โจทก์ฟ้องมีใจความอย่างเดียวกันว่า จำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันกระทำความผิดหลายบทหลายกระทง โดยจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบร่วมกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งมิได้เป็นเจ้าพนักงานแต่แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันข่มขืนใจนายวิชัยให้ยอมให้เงิน ๒,๕๐๐ บาท ข่มขืนใจนายทองดีให้ยอมให้เงิน ๒,๕๐๐ บาท และข่มขืนใจนายสำรวยให้ยอมให้เงิน ๓,๐๐๐ บาท ถ้าผู้เสียหายทั้งสามไม่ยอมให้เงินก็จะทำการจับกุมในข้อหามีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตโดยแกล้งสร้างหลักฐานขึ้น ผู้เสียหายทั้งสามจำต้องยอมให้เงินดังกล่าวแก่จำเลยไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๕,๑๔๘, ๓๓๗, ๘๓, ๘๖ กับนับโทษต่อ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๗, ๑๔๘ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๔๘ อันเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๐ จำคุกทั้งสามสำนวน และนับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๔๑/๒๕๒๕ ส่วนจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๗ และ ๑๔๘, ๘๖ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๔๘, ๘๖ อันเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ จำคุกทั้งสามสำนวน นอกจากนี้จำเลยที่ ๒ ยังมีความผิดตามมาตรา ๑๔๕ อีก จำคุกทั้งสามสำนวน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ทั้งสามสำนวน

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ และลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๘๖ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามสำนวนฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงแห่งคดีฟังยุติว่า จำเลยทั้งสองกับพวกพากันไปที่บ้านของนายวิชัย โดยอ้างว่าเป็นตำรวจกองปราบปราม พกปืนบ้าง ถือกิ่งพืชกระท่อมบ้าง และกล่าวหานายวิชัยว่ามีพืชกระท่อมผิดกฎหมายจะจับกุมและทำบันทึกการจับกุม แล้วพูดว่าหากไม่ต้องการถูกจับกุมให้เสียเงิน นายวิชัยไม่มีพืชกระท่อม แต่มีความกลัวต่อการข่มขู่ของจำเลยจึงยอมจ่ายเงินให้จำเลย ๒,๕๐๐ บาท แล้วจำเลยที่ ๑ ก็พกปืนโดยมีจำเลยที่ ๒ ถือพืชใบกระท่อมไปด้วยไปข่มขู่เรียกเอาเงินจากนายทองดี ๒,๕๐๐ บาท และนายสำรวยอีก ๓,๐๐๐ บาท ที่บ้านของบุคคลทั้งสองดังกล่าวซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของนายวิชัยออกไปราว ๑๕ วา และ ๑ เส้นตามลำดับ โดยวิธีข่มขู่ทำนองเดียวกัน แล้วเรียกให้บุคคลทั้งสองไปหาเงินมาส่งมอบให้จำเลยที่บ้านของนายวิชัย เมื่อได้เงินแล้วจำเลยทั้งสองกับพวกก็กลับไปพร้อมกัน

ศาลฎีกาเห็นว่า การข่มขืนให้ผู้เสียหายทั้งสามยอมให้เงินที่จำเลยกระทำไป แม้จะใช้วิธีการอย่างเดียวกัน แต่จำเลยได้กระทำต่อผู้เสียหายต่างรายกัน ต่างสถานที่และต่างเวลากัน แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยได้ชัดว่า จำเลยมีเจตนาแยกการกระทำของตนเป็นหลายกรรมต่างกัน ต้องถือว่าจำเลยกระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๒ ไม่มีความผิดตามมาตรา ๑๔๕

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นส่วนจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๗ และมาตรา ๑๔๘, ๘๖ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๔๘, ๘๖ อันเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ ให้จำคุกทั้งสามสำนวน ส่วนข้อหาตามมาตรา ๑๔๕ ให้ยกเสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · ดุสิต วราโห · พิพัฒน์ จักรางกูร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายอัฐ จินดา
ศาลอุทธรณ์ - นายนิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 30195)

จำเลยทั้งสองกับพวกพากันไปที่บ้านของ ว. โดยอ้างว่าเป็นตำรวจกองปราบปราม พกปืนบ้าง ถือกิ่งพืชกระท่อมบ้าง และกล่าวหา ว. ว่ามีพืชกระท่อมผิดกฎหมายจะจับกุมและทำบันทึกการจับกุม แล้วพูดว่า หากไม่ต้องการถูกจับก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2159/2518

จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีหน้าที่สืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย ได้ร่วมกันตรวจค้นพบกัญชาและกล้องสูบกัญชาซึ่งเป็นของผิดกฎหมายในบ้านพักของ ว. แล้วไม่จับกุมนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2510

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นตำรวจประจำสถานีตำรวจทุ่งวังอำเภอเมืองสงขลา จำเลยที่ 2 เป็นผู้คุมเรือนจำประจำเรือนจำเขตสงขลาได้ร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจเพื่อให้ผู้อื่นมอบเงินให้อันเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2506

จำเลยที่ 1 เป็ฯเจ้าพนักงานประจำหน่วยสืบสวนกองปราบปราม กรมสรรพสามิต จำเลยที่ 2 เป็ฯพลตำรวจ ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นราษฎรร่วมกันกระผิดโดยจำเลยที่ 3 แกล้งกล่าวหาว่าผู้เสียหายมีเฮโรอีนแล้วอ้างตนว่าเป็นตำรวจจับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2563

เมื่อในคดีส่วนอาญาศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นตัวการร่วมกันในการกระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ร้องที่ 2 และฐานกรรโชกทรัพย์ผู้ร้องที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้