Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 103284)

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเป็นนิติบุคคลประเภทหุ้นส่วนบริษัทและอำนาจของผู้แทนนิติบุคคลนั้น นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจะต้องแต่งย่อรายการซึ่งได้ลงทะเบียนส่งไปลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาและถือว่าเป็นอันรู้แก่บุคคลทั้งปวงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1021 และ 1022 จำเลยให้การแต่เพียงว่าโจทก์จะเป็นนิติบุคคลหรือไม่และบ.จะเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนตามฟ้องหรือไม่จำเลยไม่ทราบและไม่รับรองคำให้การของจำเลยเป็นการฝ่าฝืน ข้อสันนิษฐานเด็ดขาดตามกฎหมายจึงไม่เป็นประเด็นที่โจทก์ จะต้องนำสืบ การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีที่จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ทราบไม่รับรองมิใช่เป็นการปฏิเสธความแท้จริงของใบมอบอำนาจการที่จำเลยไม่ทราบไม่ใช่เหตุที่จะทำให้หนังสือมอบอำนาจของโจทก์เสียไป และที่จำเลยไม่รับรองก็ไม่ปรากฏเหตุผลจึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ระบุว่าโจทก์มอบอำนาจให้ ศ. มีอำนาจบอกกล่าวฟ้องขับไล่เรียกค่าเสียหาย ผู้เช่าที่ดินผู้เช่าอาคารและผู้อยู่อาศัยในที่ดินโฉนดเลขที่ 3997 เลขที่ดิน 72 เมื่อจำเลยเป็นผู้เช่าตึกแถวที่พิพาทซึ่ง ตั้งอยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าวศ.ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยแทน โจทก์โดยโจทก์หาจำต้องระบุชื่อผู้ที่จะถูกฟ้องในหนังสือมอบอำนาจด้วยไม่ เอกสารการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินและตึกแถวเป็นเอกสารมหาชนซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 127 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้องเป็นหน้าที่ของจำเลย ที่ถูกอ้างเอกสารนั้นมายันจะต้องนำสืบความไม่บริสุทธิ์หรือความไม่ถูกต้องแห่งเอกสารจำเลยไม่มีพยานหลักฐานอย่างใดดังนั้นเมื่อโจทก์นำสืบผู้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนประกอบ เอกสารการจดทะเบียนซื้อขายก็เป็นการเพียงพอแล้วไม่จำต้องนำสืบกรรมการของโจทก์หรือผู้ขาย หรือเจ้าพนักงานผู้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104 ศาลมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบนั้นจะเกี่ยวกับประเด็นและเป็นอันเพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้หรือไม่ แล้วพิพากษาคดีไปตามนั้นเมื่อศาลสืบพยานจำเลยในเรื่องค่าเสียหายไปบ้างแล้วจึงสั่งตัดพยาน จำเลยดังนี้ เป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนโจทก์ฟ้องใจความว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลมอบอำนาจให้เรือตรีศุภผลฟ้องคดีแทน จำนวนสำนวนแรกเช่าตึกเลขที่ ๔๖๓ จำเลยสำนวนที่สองเช่าตึกเลขที่ ๔๖๑ และจำเลยสำนวนที่สามเช่าตึกเลขที่ ๔๖๙ ค่าเช่าเดือนละ ๔๐๐ บาทต่อหนึ่งห้อง ซึ่งตึกแถวดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๙๗ มีข้อตกลงว่าเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว จำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกที่เช่าทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าว โจทก์ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๙๗ พร้อมตึกที่จำเลยเช่าเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป ขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสามสำนวนและบริวารออกไปจากตึกแถวที่เช่า

จำเลยทั้งสามสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์จะเป็นนิติบุคคลหรือไม่และนายบรรยงจะเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนตามฟ้องหรือไม่จำเลยไม่ทราบหรือไม่รับรอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง การมอบอำนาจฟ้องจะถูกต้องหรือไม่ จำเลยไม่ทราบไม่รับรอง หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะมิได้ระบุให้ฟ้องจำเลย โจทก์ไม่ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๙๗ พร้อมสิ่งปลูกสร้างและไม่มีการจดทะเบียนการซื้อขายต่อเจ้าพนักงาน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสามสำนวนและบริวารออกไปจากที่ตึกแถวที่พิพาท

จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์มิได้นำสืบนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนนิติบุคคลนั้น การเป็นนิติบุคคลประเภทหุ้นส่วนบริษัทและอำนาจของผู้แทนนิติบุคคลนั้น นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจะต้องแต่งย่อรายการซึ่งได้ลงทะเบียนส่งไปลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือราชกิจานุเบกษา และถือว่าเป็นอันรู้แก่บุคคลทั้งปวงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๒๑ และ ๑๐๒๒ จำเลยให้การแต่เพียงว่า โจทก์จะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ และนายบรรยงจะเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนตามฟ้องหรือไม่ จำเลยไม่ทราบและไม่รับรอง หาได้ต้องสู้ว่าโจทก์มิใช่นิติบุคคล และนายบรรยงมิได้กระทำการแทนโจทก์ไม่ คำให้การของจำเลยซึ่งฝ่าฝืนข้อสันนิษฐานเด็ดขาดตามกฎหมาย จึงไม่เป็นประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบส่วนการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนั้นจำเลยให้การว่า

จำเลยไม่ทราบไม่รับรองหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะมิได้ระบุว่าให้ฟ้องจำเลยเห็นว่าจำเลยมิได้ปฏิเสธว่าหนังสือมอบอำนาจมิใช่ใบมอบอำนาจที่แท้จริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๗ การที่จำเลยไม่ทราบไม่ใช่เหตุที่จะทำให้หนังสือมอบอำนาจของโจทก์เสียไป และที่จำเลยไม่รับรองก็ไม่ปรากฏเหตุผลจึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ระบุว่าโจทก์มอบอำนาจให้เรือตรีศุภผลมีอำนาจบอกกล่าวฟ้องขับไล่เรียกค่าเสียหาย ผู้เช่าที่ดิน ผู้เช่าอาคารและผู้อยู่อาศัยในที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๙๗ และดำเนินคดีแทนจนถึงที่สุด ดังนั้นเมื่อจำเลยทั้งสามสำนวนเป็นผู้เช่าตึกแถวที่พิพาทซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าวเรือตรีศุภผลย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามสำนวนแทนโจทก์โดยโจทก์หาจำต้องระบุชื่อผู้ที่จะถูกฟ้องในหนังสือมอบอำนาจด้วยไม่ ในประเด็นที่ว่าโจทก์ได้ซื้อที่ดินและตึกแถวที่พิพาทหรือไม่นั้น

โจทก์มีเรือตรีศุภผลผู้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนโจทก์เป็นพยานเบิกความประกอบเอกสารการจดทะเบียนซื้อขายว่า โจทก์ได้ซื้อที่ดินและตึกแถวที่พิพาทมาตามที่โจทก์กล่าวอ้างเอกสารการจดทะเบียนซื้อขายนั้นเป็นเอกสารมหาชน ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๒๗ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ถูกอ้างเอกสารนั้นมายันจะต้องนำสืบความไม่บริสุทธิ์หรือไม่ถูกต้องแห่งเอกสารจำเลยไม่มีพยานหลักฐานอย่างใด แม้โจทก์มิได้นำสืบกรรมการของโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อ หรือนำสืบผู้ขายและเจ้าพนักงานซึ่งจดทะเบียน พยานหลักฐานของโจทก์ตามที่นำสืบมาก็เป็นอันเพียงพอแล้ว ในข้อที่ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งตัดพยานจำเลยในประเด็นเรื่องค่าเสียหายเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๐๔ ศาลมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบนั้นจะเกี่ยวกับประเด็นและเป็นอันเพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้หรือไม่แล้วพิพากษาคดีไปตามนั้น คดีนี้ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการสืบพยานจำเลยมาบ้างแล้วซึ่งเป็นอันเพียงพอที่จะวินิจฉัยประเด็นเรื่องค่าเสียหาย การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตัดพยานจำเลยจึงหาเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดิ์ สนองชาติ · อุทิศ บุญชู · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสกล เหมือนพะวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส อุดม วรชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 27059)

การเป็นนิติบุคคลประเภทหุ้นส่วนบริษัทและอำนาจของผู้แทนนิติบุคคลนั้น นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจะต้องแต่งย่อรายการซึ่งได้ลงทะเบียนส่งไปลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาและถือว่าเป็นอันรู้แก่บุคคลทั้งปว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7391/2547

ข้อโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญที่จะส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 264 วรรคหนึ่ง จะต้องเป็นข้อโต้แย้งว่า บทบัญญัติแห่งกฎหม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3369/2541

การเป็นนิติบุคคลและอำนาจของผู้แทนนิติบุคคล นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจะต้องแต่งย่อรายการส่งไปลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาและถือเป็นอันรู้แก่บุคคลทั้งปวงตาม ป.พ.พ.มาตรา 1021 และ 1022 หนังสือรับรอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3821/2538

การมอบอำนาจให้ก.ฟ้องคดีของโจทก์นั้นเมื่อโจทก์แต่ฝ่ายเดียวได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้มอบอำนาจให้กระทำกิจการติดตามทวงถามหนี้สินตลอดจนดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสามแทนโจทก์แล้วแม้ก.ไม่ได้ลงชื่อเป็นผู้รับมอบอำนาจด้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3268/2536

เมื่อจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ก็มีหน้าที่นำสืบให้เต็มตามฟ้อง และคดียังมีประเด็นตามคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 และคำให้การแก้ฟ้องแย้งของโจทก์ว่า โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้