Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1038/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ร่วมและ ร. สามีโจทก์ร่วมได้ ขายพลอยให้แก่จำเลยที่ 1 โดย จำเลยที่ 1 ออกเช็ค สั่งจ่ายเงินชำระราคาพลอยให้แก่ ร.เมื่อเช็ค ถึง กำหนดชำระเงิน ร. ให้ ส. นำไปเข้าบัญชีของ ส. เพื่อเรียกเก็บเงินแทน แต่ ธนาคารตาม เช็ค ได้ ปฏิเสธการจ่ายเงินดังนี้เป็นเรื่องผิดนัดไม่ชำระหนี้ทางแพ่ง และเป็นเรื่องความผิดต่อพ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ หาใช่ความผิดฐานฉ้อโกงไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 204 ป.อ. มาตรา 341 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 83และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนพลอยแดงลายไหม หนัก 382.17 กะรัตและพลอยไพลิน หนัก 423.40 กะรัต หรือใช้ราคาพลอย 360,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายด้วยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นางวรรณา วังศิริไพศาล ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุกคนละ 2 ปี กับให้จำเลยทั้งสองคืนพลอยแดงลายไหม หนัก 383.18 กะรัต และพลอยไพลิน หนัก 423.40กะรัต หรือใช้ราคาจำนวน 360,000 บาท แก่เจ้าของจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2529 เวลาประมาณ 11 นาฬิกาโจทก์ร่วมและนายรณกรณ์ วังศิริไพศาล สามีโจทก์ร่วมได้มอบพลอยแดงลายไหมจำนวน 1 หมู่ หนัก 383.18 กะรัต และพลอยไพลิน 1 หมู่ หนัก423.40 กะรัต รวม 2 รายการ ราคา 360,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 ไปและจำเลยที่ 1 ได้สั่งจ่ายเช็คของธนาคารกสิกรไทย ลงวันที่ 30พฤษภาคม 2529 จำนวนเงิน 318,700 บาท มอบให้นายรณกรณ์ไว้ ครั้นเมื่อเช็คดังกล่าวถึงกำหนดการจ่ายเงิน นายรณกรณ์ได้มอบให้นายสามารถเนียมแสง นำไปเข้าบัญชีของนายสามารถเพื่อเรียกเก็บเงินแทน ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีเพียงว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันฉ้อโกงโจทก์ร่วมตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาหรือไม่...ตามสำเนาภาพถ่ายรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย

ล.1 โดยในเอกสารดังกล่าวนี้ นายสามารถได้แจ้งความไว้ต่อพนักงานสอบสวนมีข้อความสรุปเป็นใจความได้ว่าเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2529 นายสมชาย อินศร (จำเลยที่ 1)ซึ่งเป็นคนรู้จักกับนายรณกรณ์มาก่อนได้มาติดต่อขอซื้อพลอยจากนายรณกรณ์คิดเป็นเงินประมาณ 318,700 บาท นายรณกรณ์ตกลงขายให้ และได้มอบพลอยให้แก่จำเลยที่ 1 ไปแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คของธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนมหาไชย สั่งจ่ายเงินจำนวน 318,700 บาท ลงวันที่30 พฤษภาคม 2529 เป็นการชำระหนี้ และนายรณกรณ์ได้รับเช็คดังกล่าวไว้ ครั้นเมื่อเช็คดังกล่าวถึงกำหนดชำระเงิน นายรณกรณ์ได้มอบเช็คนั้นให้นายสามารถนำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแทน ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน

ฯลฯ จากข้อความตามเอกสารดังกล่าวย่อมเป็นข้อสนับสนุนข้อวินิจฉัยตอนต้นให้เห็นได้โดยชัดแจ้งยิ่งขึ้นว่า การส่งมอบพลอยและการรับเช็ครายนี้เป็นกรณีที่โจทก์ร่วมและนายรณกรณ์ได้ขายพลอยให้แก่จำเลยที่ 1 ไป โดยจำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินเพื่อเป็นการชำระราคาพลอยที่ซื้อไปให้แก่นายรณกรณ์สามีโจทก์ร่วมอย่างแน่นอน ครั้นต่อมาเมื่อเช็คดังกล่าวถึงกำหนดชำระเงิน นายรณกรณ์ได้ให้นายสามารถนำไปเข้าบัญชีของนายสามารถเพื่อเรียกเก็บเงินแทน แต่ธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน กรณีจึงเป็นเรื่องผิดนัดไม่ชำระหนี้ทางแพ่งและเป็นเรื่องความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คต่างหากหาใช่เป็นเรื่องความผิดฐานฉ้อโกงตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาไม่..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · ประชา บุญวนิช · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1398/2530

จำเลยหลอกลวงขอซื้อข้าวเปลือกจากโจทก์ร่วมโดยอ้างว่าตน มีเงินพอชำระค่าข้าวเปลือกได้ โจทก์ร่วมหลงเชื่อจึงมอบข้าวเปลือกที่ขายให้จำเลยไปในวันนั้น ต่อมาวันรุ่งขึ้นจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1342/2530

ในคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาใน ศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22 โจทก์อุทธรณ์ใจความว่า จำเลยออกเช็คพิพาทและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินอ้างว่าลายมือชื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2528

ฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกง ไม่ได้บรรยายให้ปรากฏว่าจากการกระทำของจำเลยนั้น จำเลยได้ทรัพย์สินอะไรไปจากโจทก์ หรือโจทก์ต้องถอนทำลายเอกสารสิทธิอะไรไปบ้าง ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะต้องกล่าวถึง แม้ฟ้องจะบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2918/2527

จำเลยกับพวกร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อมอบสินค้าให้แก่จำเลยไป และในวันนั้นเอง จำเลยออกเช็คให้แก่ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าที่หลอกลวงไปนั้น เห็นได้ว่าการเขียนเช็คมอบให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2410/2523

การที่จำเลยนำเช็คมาแลกเงินสดกับโจทก์โดยจำเลยกล่าวหลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จฯ นั้น ความผิดฐานฉ้อโกงกับความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้