Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 103904)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินแปลงเดียวกันโดยยังมิได้แบ่งแยกเป็นหลายโฉนดเพราะอยู่ในระหว่างการรังวัดแบ่งแยกของเจ้าพนักงานที่ดินเท่านั้น โจทก์ที่ 1 จึงฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์ที่ 1 ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินได้แบ่งแยกออกโฉนดที่ดินส่วนของโจทก์ที่ 2 ให้แก่โจทก์ที่ 2 ปรากฏว่าที่พิพาทและบ้านของจำเลยส่วนใหญ่อยู่ในที่ดินของโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 2 จึงฟ้องจำเลยหลังจากได้รับโฉนดที่ดินมาแล้วและปรากฏว่าที่พิพาทบางส่วนอยู่ในโฉนดของโจทก์ที่ 1 บางส่วนอยู่ในโฉนดของโจทก์ที่ 2 โจทก์ทั้งสองต่างมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ฟ้องของโจทก์ที่ 2 จึงไม่เป็นฟ้องซ้อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 โจทก์ที่ 2 ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมายังโจทก์ที่ 2 ตามพินัยกรรมและเรียกค่าเสียหายที่จำเลยอยู่ในที่พิพาทของโจทก์ที่ 2 โดยละเมิด กรณีมิใช่ฟ้องเรียกที่พิพาทตามข้อกำหนดในพินัยกรรม ทั้งจำเลยก็มิใช่บุคคลที่จะยกอายุความ 1 ปีขึ้นต่อสู้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1755 แม้โจทก์ที่ 2 จะฟ้องคดีเกิน 1 ปี หลังจากเจ้ามรดกถึงแก่กรรมคดีของโจทก์ที่ 2 ก็ไม่ขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนศาลมีคำสั่งให้พิจารณารวมกันโดยโจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยคนเดียวกันว่าจำเลยอาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๐๗ ของนางราชแรงฤทธิ์โดยไม่คิดค่าเช่า ต่อมาที่ดินแปลงดังกล่าวตกมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองไม่ต้องการให้จำเลยอยู่ต่อไปจึงขอให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์พร้อมกับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยเจตนาเป็นเจ้าของมา ๒๕ ปีแล้ว จำเลยไม่เคยเช่าที่ดินจากผู้ใดฟ้องของโจทก์ที่ ๒ เป็นฟ้องซ้อนกับโจทก์ที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓ และคดีโจทก์ขาดอายุความมรดก ๑ ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนเรือนที่ปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์และขนย้ายออกจากที่ดินของโจทก์ตามฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๒ ฟ้องคดีนี้เป็นการฟ้องซ้อนกับคดีของโจทก์ที่ ๑ เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ที่๑ ฟ้องคดีหมายเลขดำที่ ๖๒/๒๕๒๔ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๒๔ ซึ่งขณะนั้นโฉนดเลขที่ ๔๐๗ ยังมิได้แบ่งแยกเป็นหลายโฉนด เพราะอยู่ระหว่างการรังวัดแบ่งแยกของเจ้าพนักงานที่ดินเท่านั้นโจทก์ที่๑ จึงได้ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์ที่ ๑ หลังจากโจทก์ที่ ๑ ฟ้องจำเลยดังกล่าวแล้ว ต่อมาวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๒๔ เจ้าพนักงานที่ดินจึงได้แบ่งแยกออกโฉนดเลขที่ ๑๐๘๔๙ ให้แก่โจทก์ที่ ๒ ปรากฏว่าที่พิพาทและบ้านเลขที่ ๓๗/๑ ของจำเลยส่วนใหญ่อยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๘๔๙ ของโจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๒ จึงได้ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีดำที่ ๑๐๘/๒๕๒๔ เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๔ คือหลังจากได้รับโฉนดที่ดินมาแล้วนอกจากนี้ที่ดินพิพาทบางส่วนยังรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ที่ ๑ ด้วย

กล่าวคือที่พิพาทบางส่วนอยู่ในโฉนดของโจทก์ที่ ๑ บางส่วนอยู่ในโฉนดของโจทก์ที่ ๒ โจทก์ทั้งสองต่างมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ ฟ้องของโจทก์ที่ ๒ จึงไม่เป็นฟ้องซ้อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓ ฎีกาจำเลยข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น

จำเลยฎีกาข้อสุดท้ายว่า ฟ้องของโจทก์ที่ ๒ ขาดอายุความแล้วเพราะโจทก์ฟ้องจำเลยเกินกว่า ๑ ปีนับแต่มารดาโจทก์ที่ ๒ ถึงแก่กรรม

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ที่ ๒ ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทซึ่งเป็นมรดกของนางทองสุขตกทอดมายังโจทก์ที่ ๒ ตามพินัยกรรมของนางทองสุขและเรียกค่าเสียหายที่จำเลยอยู่ในที่พิพาทของโจทก์ที่ ๒ โดยละเมิด หาใช่โจทก์ที่ ๒ ฟ้องเรียกที่พิพาทตามข้อกำหนดในพินัยกรรมไม่ อีกทั้งจำเลยก็มิใช่บุคคลที่จะยกอายุความ ๑ ปีขึ้นต่อสู้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๕ แม้โจทก์ที่ ๒ จะฟ้องคดีนี้เกิน ๑ ปี หลังจากเจ้ามรดกถึงแก่กรรมแล้วก็ตาม คดีของโจทก์ที่ ๒ ก็ไม่ขาดอายุความ ฎีกาจำเลยข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย วุฒิจำนงค์ · อภินย์ ปุษปาคม · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสตูล - นายพิธี อุปปาติก
ศาลอุทธรณ์ - นายไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 596)

โจทก์ที่1และโจทก์ที่2เป็นเจ้าของที่ดินแปลงเดียวกันโดยยังมิได้แบ่งแยกเป็นหลายโฉนดเพราะอยู่ในระหว่างการรังวัดแบ่งแยกของเจ้าพนักงานที่ดินเท่านั้นโจทก์ที่1จึงฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทส่วนที่เป็นของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4254/2536

เมื่อปรากฏว่าจำเลยมิใช่ทายาทและไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายเป็นเพียงแต่บุคคลอื่นที่ครอบครองทรัพย์สินของผู้ตาย โจทก์ซึ่งเป็นทายาทไม่จำต้องเรียกร้องเอาทรัพย์คืนภายใน 1 ปีตามอายุความมรดก เมื่อจำเลยทั้งสองไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3683/2535

การแบ่งสินสมรสระหว่างสามีภริยาที่อยู่กินกันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ต้องแบ่งกันตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่มีสินเดิม ฝ่ายชายได้ 2 ส่วนฝ่ายหญิงได้ 1 ส่วน การยกให้ที่ดินที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2563

คดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5172/2547 ของศาลแขวงสมุทรปราการซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยกล่าวหาว่าการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดกที่ดินพิพาท มีประเด็นเป็นเรื่องเดียวกัน คือ ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5830/2562

พนักงานอัยการฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ในความผิดฐานฉ้อโกง กับมีคำขอให้คืนหรือใช้เงิน ที่ผู้เสียหายส่งมอบให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แก่ผู้เสียหาย อันเป็นคำขอในส่วนแพ่งที่พนักงานอัยการฟ้องคดีแทนผู้เสียหายซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้