Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104697)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามระเบียบของอธิบดีกรมทางหลวงจำเลยที่ 2 มีว่าการขุดถนนจะต้องปักป้ายบอกว่าบริเวณนั้นมีการขุดถนน ตลอดจนมีสัญญาณต่าง ๆ แสดงให้ผู้สัญจรไปมาทราบ ทั้งในเวลากลางคืนต้องมีโคมไฟติดไว้เพื่อให้รถที่ขับขี่ไปมารู้การที่จำเลยที่ 2 ขุดถนนเพื่อวางท่อโดยจำเลยที่ 1 เป็นนายช่างควบคุมแล้วละเลยไม่ติดตั้งโคมไฟจึงเป็นความประมาท แม้ว่าทางนั้นจะยังไม่เปิดเป็นทางสาธารณะและมีป้ายเตือนผู้ใช้ทางแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่มีป้ายห้ามเข้าและมีรถแล่นอยู่ตลอดเวลาดังนี้เมื่อ ส. ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปตกคูที่จำเลยขุดไว้ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิด.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องสองสำนวนมีใจความว่าโจทก์เป็นภริยาของนายสันต์และเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ จำเลยที่ ๑ เป็นช่างผู้ควบคุมการทำงานวางท่อระบายน้ำถนนสาย สา - น้ำมวบ และอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของอธิบดีกรมทางหลวงจำเลยที่ ๒ จำเลยขุดถนนเพื่อวางท่อระบายน้ำโดยประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและระเบียบของจำเลยที่ ๒ ไม่วางสิ่งกีดขวางหรือสิ่งบอกเหตุไว้ข้างหน้าบริเวณถนนที่ขุด ไม่ติดตั้งโคมไฟหรือวัตถุสะท้อนแสงไว้ในเวลากลางคืน ทำให้นายสันต์ขับขี่รถจักรยานยนต์ของโจทก์ตกลงไปในคูที่ขุดไว้ รถจักรยานยนต์เสียหาย นายสันต์ถึงแก่ความตาย โจทก์ซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ได้รับอันตรายสาหัส ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดมช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์คือ

ค่าปลงศพ ทำบุญศพ ๑๐๐ วัน ค่าซ่อมรถจักนยานยนต์ ค่าขาดไร้อุปการะ รวมค่าเสียหายส่วนนี้เป็นเงิน ๒๔๙,๕๐๐ บาท และโจทก์เสียค่ารักษาพยาบาลค่าพาหนะ ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายของโจทก์และญาติผู้ดูแลโจทก์ที่โรงพยาบาลค่าเสียหายแก่ร่างกายและสูญเสียสุขภาพประกอบการงานไม่ได้เหมือนบุคคลอื่นและสุขภาพจิตเสื่อม รวมค่าเสียหายส่วนนี้๕๒,๕๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ๓๐๒,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การว่า ถนนที่เกิดเหตุอยู่ในระหว่างการก่อสร้างระยะแรกพึ่งจะไถแนวทางดิน มิได้เป็นทางหลวงหรือทางสาธารณะที่เปิดให้ประชาชนใช้ จำเลยทั้งสองจึงไม่มีหน้าที่จะต้องจัดทำเครื่องหมายการจราจร การขุดพื้นที่เพื่อวางท่อจึงไม่มีเหตุต้องแจ้งให้ประชาชนทราบ ปากทางเข้าที่เกิดเหตุทั้งสองด้านติดป้ายระบุว่า ทางอยู่ในระหว่างก่อสร้างยังไม่เปิดเป็นทางสาธารณะ ผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ จำเลยที่ ๑ และคนงานได้ขุดทางตรงที่เกิดเหตุเพื่อวางท่อระบายน้ำเสร็จแล้วได้กองดินที่ขุดขึ้นมาเป็นแนวสูงเห็นได้ง่าย และนำหินขนาดใหญ่วางเรียงปิดทางทั้งสองด้านห่างร่องที่ขุดประมาณ ๑๕ เมตร เป็นที่สังเกตได้ง่ายและสามารถหยุดยานพาหนะได้ทัน ทางเบี่ยงที่ทำไว้ให้ผู้ใช้ทางอ้อมผ่านร่องที่ขุดก็เห็นได้ง่าย เหตุเกิดเพราะความประมาทของนายสันต์ที่ใช้ความเร็วสูงมาก ค่าเสียหายสูงเกินความจริง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสองในสำนวนคดีแรกและยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ในสำนวนคดีหลัง ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน ๕๒,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์สำนวนแรกและจำเลยที่ ๒ สำนวนหลังอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า สำนวนแรกให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๑๒๓,๔๕๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย สำนวนหลังให้จำเลยที่ ๒ ใช้เงิน ๕๑,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ระหว่างเกิดเหตุคดีนี้กรมทางหลวงเข้าไปก่อสร้างทางสาย สา - น้ำมวบ ซึ่งยังมิได้เปิดเป็นทางการ แต่ยานพาหนะผ่านไปมาได้ มีนายศุลผลเป็นหัวหน้าสร้างทาง จำเลยที่ ๑ เป็นช่างควบคุมการวางท่อเช้าวันเกิดเหตุ นายสันต์ ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามีโจทก์ซึ่งเป็นภริยาผู้ตายนั่งซ้อนท้ายไปด้วย ทั้งสองคนเดินทางผ่านจุดที่เกิดเหตุซึ่งยังไม่มีการขุดถนนไปที่วัดศรีมงคล อำเภอสา ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ ๒๖ กิโลเมตร ต่อมาได้มีการขุดถนนบริเวณกิโลเมตรที่ ๑๕ - ๗๐๐ เป็นร่องขวางถนนลึก ๒.๕ เมตร กว้าง ๓.๕ เมตร เพื่อวางท่อระบายน้ำและทำทางเบี่ยงให้รถแล่นอยู่ทางทิศเหนือของถนน ผู้ตายกับโจทก์เดินทางกลับจากวัดศรีมงคลเมื่อเวลาประมาณ ๒๓ นาฬิกา เมื่อมาถึงบริเวณที่ถนนถูกขุดเป็นร่อง ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ตกลงไปในร่องขวางถนนนั้น รถจักรยานยนต์เสียหาย ผู้ตายกับโจทก์กระเด็นจากรถผู้ตายกะโหลกศีรษะยุบถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาส่วนโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ศาลฎีกาเห็นว่า ทางสาย สา - น้ำมวบ ไม่มีป้ายห้ามเข้านายสุทัศน์พยานจำเลยว่ามีรถประจำทางและรถอื่น ๆ แล่นอยู่ตลอดเวลา ปกติแล้วการขุดถนนจะต้องใช้หินหรือทำสัญญาณเอาไว้ เวลากลางคืนจะต้องมีโคมไฟให้สัญญาณด้วย จำเลยที่ ๑ เองก็เบิกความเช่นเดียวกับนายศุภผลว่า มีระเบียบของกรมทางหลวงว่า ในกรณีที่มีการขุดถนนจะต้องมีการปักป้ายบอกว่าบริเวณนั้นมีการขุดถนนตลอดจนมีสัญญาณต่าง ๆ แสดงให้ผู้สัญจรไปมารู้ว่าบริเวณนั้นขุดถนนด้วย ทั้งกลางคืนต้องมีโคมไฟติดไว้เพื่อให้รถที่ขับไปมารู้ด้วย ในจุดอื่น ๆ ที่มีการขุดถนนก็มีการปักป้ายและติดโคมไฟแต่จุดที่เกิดเหตุไม่มี จำเลยที่ ๑ ว่า เข้าใจว่ามีไม่พอจึงไม่ได้มาติดตั้งไว้และปรากฏตามรายงานประจำวันสถานีตำรวจภูธรอำเภอสาว่า พนักงานสอบสวนไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ไม่พบสิ่งกีดขวางหรือสิ่งบอกเหตุวางไว้บนถนนก่อนจะถึงที่ขุดออกแต่อย่างใด การที่จำเลยที่ ๑ ละเลยไม่ติดตั้งโคมไฟบริเวณที่ขุดถนนทั้ง ๆ ที่มีระเบียบให้ปฏิบัติจึงเป็นความประมาทของจำเลยที่ ๑

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดน่าน - นายไพฤทธิ์ เศรษฐไกรกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้