Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 104697)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามระเบียบของอธิบดีกรมทางหลวงจำเลยที่ 2 มีว่าการขุดถนนจะต้องปักป้ายบอกว่าบริเวณนั้นมีการขุดถนน ตลอดจนมีสัญญาณต่าง ๆ แสดงให้ผู้สัญจรไปมาทราบ ทั้งในเวลากลางคืนต้องมีโคมไฟติดไว้เพื่อให้รถที่ขับขี่ไปมารู้การที่จำเลยที่ 2 ขุดถนนเพื่อวางท่อโดยจำเลยที่ 1 เป็นนายช่างควบคุมแล้วละเลยไม่ติดตั้งโคมไฟจึงเป็นความประมาท แม้ว่าทางนั้นจะยังไม่เปิดเป็นทางสาธารณะและมีป้ายเตือนผู้ใช้ทางแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่มีป้ายห้ามเข้าและมีรถแล่นอยู่ตลอดเวลาดังนี้เมื่อ ส. ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปตกคูที่จำเลยขุดไว้ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิด.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องสองสำนวนมีใจความว่าโจทก์เป็นภริยาของนายสันต์และเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ จำเลยที่ ๑ เป็นช่างผู้ควบคุมการทำงานวางท่อระบายน้ำถนนสาย สา - น้ำมวบ และอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของอธิบดีกรมทางหลวงจำเลยที่ ๒ จำเลยขุดถนนเพื่อวางท่อระบายน้ำโดยประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและระเบียบของจำเลยที่ ๒ ไม่วางสิ่งกีดขวางหรือสิ่งบอกเหตุไว้ข้างหน้าบริเวณถนนที่ขุด ไม่ติดตั้งโคมไฟหรือวัตถุสะท้อนแสงไว้ในเวลากลางคืน ทำให้นายสันต์ขับขี่รถจักรยานยนต์ของโจทก์ตกลงไปในคูที่ขุดไว้ รถจักรยานยนต์เสียหาย นายสันต์ถึงแก่ความตาย โจทก์ซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ได้รับอันตรายสาหัส ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดมช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์คือ

ค่าปลงศพ ทำบุญศพ ๑๐๐ วัน ค่าซ่อมรถจักนยานยนต์ ค่าขาดไร้อุปการะ รวมค่าเสียหายส่วนนี้เป็นเงิน ๒๔๙,๕๐๐ บาท และโจทก์เสียค่ารักษาพยาบาลค่าพาหนะ ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายของโจทก์และญาติผู้ดูแลโจทก์ที่โรงพยาบาลค่าเสียหายแก่ร่างกายและสูญเสียสุขภาพประกอบการงานไม่ได้เหมือนบุคคลอื่นและสุขภาพจิตเสื่อม รวมค่าเสียหายส่วนนี้๕๒,๕๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ๓๐๒,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การว่า ถนนที่เกิดเหตุอยู่ในระหว่างการก่อสร้างระยะแรกพึ่งจะไถแนวทางดิน มิได้เป็นทางหลวงหรือทางสาธารณะที่เปิดให้ประชาชนใช้ จำเลยทั้งสองจึงไม่มีหน้าที่จะต้องจัดทำเครื่องหมายการจราจร การขุดพื้นที่เพื่อวางท่อจึงไม่มีเหตุต้องแจ้งให้ประชาชนทราบ ปากทางเข้าที่เกิดเหตุทั้งสองด้านติดป้ายระบุว่า ทางอยู่ในระหว่างก่อสร้างยังไม่เปิดเป็นทางสาธารณะ ผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ จำเลยที่ ๑ และคนงานได้ขุดทางตรงที่เกิดเหตุเพื่อวางท่อระบายน้ำเสร็จแล้วได้กองดินที่ขุดขึ้นมาเป็นแนวสูงเห็นได้ง่าย และนำหินขนาดใหญ่วางเรียงปิดทางทั้งสองด้านห่างร่องที่ขุดประมาณ ๑๕ เมตร เป็นที่สังเกตได้ง่ายและสามารถหยุดยานพาหนะได้ทัน ทางเบี่ยงที่ทำไว้ให้ผู้ใช้ทางอ้อมผ่านร่องที่ขุดก็เห็นได้ง่าย เหตุเกิดเพราะความประมาทของนายสันต์ที่ใช้ความเร็วสูงมาก ค่าเสียหายสูงเกินความจริง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสองในสำนวนคดีแรกและยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ในสำนวนคดีหลัง ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน ๕๒,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์สำนวนแรกและจำเลยที่ ๒ สำนวนหลังอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า สำนวนแรกให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๑๒๓,๔๕๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย สำนวนหลังให้จำเลยที่ ๒ ใช้เงิน ๕๑,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ระหว่างเกิดเหตุคดีนี้กรมทางหลวงเข้าไปก่อสร้างทางสาย สา - น้ำมวบ ซึ่งยังมิได้เปิดเป็นทางการ แต่ยานพาหนะผ่านไปมาได้ มีนายศุลผลเป็นหัวหน้าสร้างทาง จำเลยที่ ๑ เป็นช่างควบคุมการวางท่อเช้าวันเกิดเหตุ นายสันต์ ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามีโจทก์ซึ่งเป็นภริยาผู้ตายนั่งซ้อนท้ายไปด้วย ทั้งสองคนเดินทางผ่านจุดที่เกิดเหตุซึ่งยังไม่มีการขุดถนนไปที่วัดศรีมงคล อำเภอสา ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ ๒๖ กิโลเมตร ต่อมาได้มีการขุดถนนบริเวณกิโลเมตรที่ ๑๕ - ๗๐๐ เป็นร่องขวางถนนลึก ๒.๕ เมตร กว้าง ๓.๕ เมตร เพื่อวางท่อระบายน้ำและทำทางเบี่ยงให้รถแล่นอยู่ทางทิศเหนือของถนน ผู้ตายกับโจทก์เดินทางกลับจากวัดศรีมงคลเมื่อเวลาประมาณ ๒๓ นาฬิกา เมื่อมาถึงบริเวณที่ถนนถูกขุดเป็นร่อง ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ตกลงไปในร่องขวางถนนนั้น รถจักรยานยนต์เสียหาย ผู้ตายกับโจทก์กระเด็นจากรถผู้ตายกะโหลกศีรษะยุบถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาส่วนโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ศาลฎีกาเห็นว่า ทางสาย สา - น้ำมวบ ไม่มีป้ายห้ามเข้านายสุทัศน์พยานจำเลยว่ามีรถประจำทางและรถอื่น ๆ แล่นอยู่ตลอดเวลา ปกติแล้วการขุดถนนจะต้องใช้หินหรือทำสัญญาณเอาไว้ เวลากลางคืนจะต้องมีโคมไฟให้สัญญาณด้วย จำเลยที่ ๑ เองก็เบิกความเช่นเดียวกับนายศุภผลว่า มีระเบียบของกรมทางหลวงว่า ในกรณีที่มีการขุดถนนจะต้องมีการปักป้ายบอกว่าบริเวณนั้นมีการขุดถนนตลอดจนมีสัญญาณต่าง ๆ แสดงให้ผู้สัญจรไปมารู้ว่าบริเวณนั้นขุดถนนด้วย ทั้งกลางคืนต้องมีโคมไฟติดไว้เพื่อให้รถที่ขับไปมารู้ด้วย ในจุดอื่น ๆ ที่มีการขุดถนนก็มีการปักป้ายและติดโคมไฟแต่จุดที่เกิดเหตุไม่มี จำเลยที่ ๑ ว่า เข้าใจว่ามีไม่พอจึงไม่ได้มาติดตั้งไว้และปรากฏตามรายงานประจำวันสถานีตำรวจภูธรอำเภอสาว่า พนักงานสอบสวนไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ไม่พบสิ่งกีดขวางหรือสิ่งบอกเหตุวางไว้บนถนนก่อนจะถึงที่ขุดออกแต่อย่างใด การที่จำเลยที่ ๑ ละเลยไม่ติดตั้งโคมไฟบริเวณที่ขุดถนนทั้ง ๆ ที่มีระเบียบให้ปฏิบัติจึงเป็นความประมาทของจำเลยที่ ๑

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
Lower court
ศาลจังหวัดน่าน - นายไพฤทธิ์ เศรษฐไกรกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 700072)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

Supreme Court Judgment No. 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

Supreme Court Judgment No. 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up