Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1055/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 185 เป็นเรื่องของการขยายเวลาคือถ้าสิทธิเรียกร้องจะขาดอายุความสั้นกว่า 1 ปี ก็ให้ขยายออกไป 1 ปี ส่วนที่กฎหมายกำหนดให้มีอายุความฟ้องร้องเกินกว่า 1 ปี ก็ต้องเป็นไปตามบทบัญญัตินั้น จะนำมาตรานี้มาใช้บังคับ โดยย่นเวลาให้สั้นเข้านั้นหาได้ไม่ โจทก์,จำเลยหย่าขาดกันโดยคำพิพากษาของศาล โจทก์ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์อันเป็นส่วนสินสมรส เป็นคดีฟ้องเรียกทรัพย์สิน มีอายุความ 10 ปี ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 164.แม้บิดามารดาจะทำพินัยกรรม์ร่วมกันก็ดี แต่เมื่อบิดาตายก่อน พินัยกรรม์ก็มีผลบังคับฉะเพาะส่วนของบิดาเท่านั้น เงินผลประโยชน์อันเกิดจากสินสมรสนั้น จำเลยซึ่งถูกฟ้องขอแบ่งจะหักไว้ได้ก็ฉะเพาะค่ารักษาทรัพย์สิน ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกัน ส่วนเงินค่ากินอยู่ของจำเลยและบุตรโจทก์จำเลยนั้นเป็นคนละประเภท จำเลยไม่ได้ฟ้องแย้ง ก็หักให้ไม่ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์,จำเลยเป็นสามีภรรยากัน และศาลได้พิพากษาให้โจทก์,จำเลยหย่าขาดจากกัน ทรัพย์สินยังไม่ได้แบ่ง จึงขอให้ศาลแบ่งสินสมรสให้โจทก์ ๒ ใน ๓ กับให้จำเลยส่งผลประโยชน์ คือ ค่าเช่าที่ดินและตึกแถวอันอยู่ในความครอบครองของจำเลย

จำเลยให้การว่าทรัพย์ตามฟ้องเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้มาก่อนเป็นภรรยาโจทก์ และมารดาจำเลยเป็นผู้ครอบครองแทนจำเลย จนกระทั่งมารดาตาย ทรัพย์สินเหล่านี้จึงเป็นสินส่วนตัวหรืออย่างน้อยก็เป็นสินเดิมของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอแบ่ง ผลประโยชน์เกิดจากทรัพย์จำเลยได้ใช้จ่ายในการครองชีพและเลี้ยงบุตร และรวมทั้งจ่ายค่าบำรุงรักษาทรัพย์สินเหล่านั้นไปหมดแล้ว ต่อมาจำเลยให้การเพิ่มเติมตัดฟ้องว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๘๕ และว่าการแบ่งสินสมรสควรแบ่งตามมาตรา ๑๕๑๗ คู่ความรับกันว่า โจทก์,จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๖ ต่อมาศาลได้พิพากษาให้หย่าขาดจากกัน คดีถึงที่สุดวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๔๘๑ โฉนดที่ ๒๒๙๔ เดิมมีชื่อพระญาณวิจิตร และนางฮับบิดามารดาจำเลย

ได้แก้ทะเบียนการโอนรับมฤดกเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๔๗๕ เป็นชื่อนางฮับและจำเลย ครั้นวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๔๗๘ นางฮับได้โอนขายส่วนของนางฮับให้แก่จำเลย และสำหรับโฉนดที่ ๑๙๔๗ เดิมมีชื่อพระญาณวิจิตรกบันางฮับ ต่อมาวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๔๖๐ แก้ทะเบียนโอนเป็นของนางฮับแต่ผู้เดียว ครั้นวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๔๗๘ นางฮับโอนขายให้แก่จำเลย จำเลยแถลงว่า โฉนดทั้ง ๒ แปลงเป็นสินเดิมของจำเลย โดยจำเลยถือว่าได้ตกแก่จำเลยทั้งหมด ตามพินัยกรรมของพระญาณวิจิตร ซึ่งทำร่วมกับนางฮับ ตั้งแต่พระญาณวิจิตรตายแล้ว (รับกันว่าพระญาณวิจิตรตายก่อนจำเลยได้โจทก์เป็นสามี) หากว่าส่วนของนางฮับยังไม่ตกเป็นกรรมสิทธิของจำเลยผู้เดียว ไม่เกี่ยวแก่โจทก์ (นางฮับตายภายหลังโจทก์ , จำเลยหย่าขาดกันแล้ว) ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยานแล้วพิพากษาให้ (๑) ให้จำเลยจ่ายค่าเช่าที่เก็บมาก่อนฟ้องให้โจทก์ (๒) แบ่งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโฉนดที่ ๒๒๙๔ ให้โจทก์ ๑ ใน ๓ (๓) ให้แบ่งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโฉนดที่ ๑๙๔๗ ให้โจทก์ ๒ ใน ๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นสืบพะยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นงดสืบพะยานชอบแล้ว ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาถึงประเด็นข้ออื่น ๆ พิพากษาใหม่

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยคัดค้านว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๘๕ นั้น เห็นว่าตามมาตรานี้เป็นเรื่องของการขยายเวลา คือถ้าสิทธิเรียกร้องจะขาดอายุความสั้นกว่า ๑ ปี ก็ต้องขยายเวลาออกไปเป็น ๑ ปี ส่วนที่กฎหมายกำหนดให้มีอายุความฟ้องร้องเกินกว่า ๑ ปีก็ต้องไปตามบทบัญญัตินั้น จะนำมาตรานี้มาใช้บังคับโดยย่นเวลาให้สั้นเข้ามานั้นหาได้ไม่ ต้องบังคับตามอายุความเรื่องทรัพย์สิน อันมีอายุความ ๑๐ ปี ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๖๔ ข้อคัดค้านของจำเลยว่า มฤดกของพระญาณวิจิตรรวมทั้งส่วนของนางฮับด้วย ควรตกเป็นสิทธิแก่จำเลยตั้งแต่พระญาณวิจิตรถึงแก่กรรมนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้พระญาณวิจิตรกับนางฮับจะทำพินัยกรรมร่วมกัน ก็แต่เมื่อพระญาณวิจิตรตายก่อน พินัยกรรม์ก็มีผลบังคับฉะเพาะทรัพย์สินของพระญาณวิจิตรเท่านั้น จำเลยคัดค้านว่า เงินที่จำเลยได้จ่ายเป็นค่าเลี้ยงดูบุตร ควรจะให้หักได้นั้น ก็เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลล่างว่า จะหักได้ฉะเพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวแก่การรักษาทรัพย์สิน ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น เงินค่ากินอยู่ของจำเลยและบุตรนั้นเป็นคนละประเภท เมื่อจำเลยมิได้ฟ้องแย้งไว้ ก็หักให้ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาถปรีชา · นนทปัญญา · นาถปริญญา
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - หลวงสารนัยประศาสน์
ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 950/2500

มีเจตนาทุจริตหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ป.พ.พ. มาตรา 185 เป็นบทบัญญัติเรื่องการขยายอายุความที่จะสิ้นสุดลงในระหว่างเป็นสามีภริยากันอยู่ให้ขยายต่อไปอีก 1 ปีไม่ใช่เป็นเรื่องว่าถ้าทรัพย์ระหว่างสามีภร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6337/2556

ตามข้อตกลงในเอกสารหมาย จ.1 หรือ ล.2 ทั้งสองฝ่ายแสดงเจตนาว่า จะหย่ากันตามกฎหมาย โดยจะไปจดทะเบียนหย่ากันต่อไป ซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 1514, 1515 และ 1532 บัญญัติความว่า การหย่านั้นจะทำได้แต่โดยความยินยอมของทั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7199/2552

ตามข้อกำหนดในพินัยกรรมเขียนเอง มีข้อความระบุไว้ชัดแจ้งว่า เมื่อ ฉ. เจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วบ้านและที่ดินนั้น เจ้ามรดกขอยกให้สิทธิอยู่อาศัยและสิทธิเก็บกินแก่จำเลยมีอำนาจครอบครองและเก็บกินได้จนตลอดชีวิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2551

จำเลยและ พ. กับพี่น้องตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร้านค้าร่วมกันโดยมีวัตถุประสงค์แบ่งปันผลกำไรระหว่างกัน จึงเข้าลักษณะสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 การที่ พ. สั่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2548

โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "HACKETT" ที่ใช้กับสินค้าเสื้อผ้าและใช้เป็นชื่อบริษัทอยู่ก่อน จำเลยนำคำว่า "HACKETT" มายื่นขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าใช้กับสินค้าเสื้อผ้าเช่นเดียวกันโดยไม่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้