Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1060/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำละเมิดโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างจำเลยที่ 1 ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้เป็นนายจ้างลูกจ้าง โจทก์ได้รับความเสียหายเพราะเหตุสุดวิสัย และว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทกันแล้ว ดังนี้ประเด็นที่สำคัญที่จะต้องวินิจฉัยเบื้องต้น คือ โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมระงับข้อพิพาทกันไว้แล้วจริงหรือไม่ ถ้าได้ทำไว้จริงก็ไม่ต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นต่อไปเมื่อความรับผิดของจำเลยที่ 1 ได้ปลดเปลื้องไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วก็ไม่มีความรับผิดที่จะให้จำเลยที่ 2 ร่วมชดใช้ค่าเสียหายอันใดอีก แม้โจทก์จะไม่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 2 ก็ตาม โจทก์หมดสิทธิฟ้องจำเลยที่ 1 ย่อมหมดสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารโดยประมาท ทำให้รถพลิกคว่ำเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีคนตาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 96,500 บาทจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 รถที่จำเลยที่ 2 ขับเกิดพลิกคว่ำเพราะเหตุสุดวิสัย และจำเลยที่ 1 ตัดฟ้องว่า ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งโจทก์และผู้ตายอื่น ๆ ทั้งหมดจนมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันระงับข้อพิพาทกับจำเลยแล้วขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นฟังว่า รถคว่ำเพราะเหตุสุดวิสัยทำให้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิด คดีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไป ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น

พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า หากฟังข้อเท็จจริงได้ว่า โจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทกับจำเลยที่ 1 ไว้จริงแล้ว โจทก์หรือจำเลยที่ 1 จะรื้อฟื้นเหตุเป็นข้อพิพาทเดิมกลับมาว่ากล่าวแก้กันอีกหาได้ไม่ ผลของสัญญาประนีประนอมย่อมทำให้การเรียกร้องเดิมระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญา เมื่อคู่กรณีฝ่ายหนึ่งยอมจะใช้ค่าเสียหายตามที่ตกลงประนีประนอมกันแล้วก็ต้องใช้ตามนั้น และอีกฝ่ายหนึ่งจะเรียกร้องค่าเสียหายมากกว่าที่ตกลงกันไว้ก็ไม่ได้เหมือนกัน ฉะนั้น คดีจึงมีข้อที่จะต้องวินิจฉัยถึงสัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยต่อสู้ไว้เป็นประการแรกถ้าได้ความจริงก็ไม่ต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นต่อไป ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยถึงเหตุรถคว่ำว่าเป็นเหตุสุดวิสัยโดยถือว่าเป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องวินิจฉัยเบื้องต้น แล้วไม่วินิจฉัยถึงประเด็นอื่น

ย่อมไม่ตรงกับรูปเรื่องศาลฎีกาฟังว่า โจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 1 และได้รับเงินจำนวนตามสัญญาไปครบถ้วนแล้ว โจทก์ย่อมหมดสิทธิจะเรียกร้องเอาค่าเสียหายนอกจากนั้นได้สำหรับจำเลยที่ 2 นั้น แม้โจทก์จะไม่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 2 ก็ตาม แต่เมื่อความรับผิดของจำเลยที่ 1 ได้ปลดเปลื้องไปหมดแล้ว ก็ไม่มีความรับผิดที่จะให้จำเลยที่ 2 ร่วมชดใช้ค่าเสียหายอันใดอีก เมื่อโจทก์หมดสิทธิฟ้องจำเลยที่ 1 ย่อมหมดสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โพยม เลขยานนท์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5064/2533

โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยที่ 1 เป็นบุตรชายและเป็นลูกจ้างผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ดังกล่าวด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังเป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยที่ขับชนรถยนต์โจทก์ได้รับค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2840/2548

เมื่อจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับตัวแทนของโจทก์ต่อหน้าพนักงานสอบสวนตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า จำเลยที่ 1 ยินยอมตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 1 จะน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3780/2546

จำเลยเป็นหนี้โจทก์โดยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ ต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อตกลงให้ฝ่ายโจทก์และจำเลยต้องปฏิบัติทั้งหมด 10 ข้อ ในส่วนที่เกี่ยวกับการถอนฟ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2127/2538

โจทก์จำเลยทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับที่ดินพิพาทและทรัพย์สินที่โจทก์ยกให้แก่จำเลยโดยจำเลยยอมยกทรัพย์สินดังกล่าวส่วนหนึ่งให้บุคคลภายนอกและอีกส่วนหนึ่งจำเลยยอมโอนคืนให้แก่โจทก์โดยโจทก์ยอมยกยุ้งข้าว1หลังให้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้