Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2520 (เลขอ้างอิง 108554)

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้แก่ผู้เสียหายแยกเป็นรายฉบับรวม 17 ฉบับ ลงวันที่ในเช็คต่างกันไปฉบับละ 1 เดือน โดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คเมื่อเช็คเหล่านี้ถึงกำหนดชำระเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเช่นนี้ จำเลยมีเจตนาที่จะให้ธนาคารใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2520)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนว่า เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๖ จำเลยทั้งสองสำนวนร่วมกันสั่งจ่ายเช็คเงินสดของธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขามหาพฤตาราม ตั้งแต่ฉบับเลขที่ BBC ๑๔๕๙๒๑ ถึงเลขที่ BBC ๑๔๕๙๓๗ รวม ๑๗ ฉบับ เป็นเงินฉบับละ ๔,๐๐๐ บาท แต่ละฉบับลงวันที่สั่งจ่ายทุกวันที่ ๑ ของเดือน โดยฉบับแรกลงวันที่สั่งจ่าย ๑ มกราคม ๒๕๑๗ และฉบับสุดท้ายลงวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๑๘ รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๖๘,๐๐๐ บาท ให้แก่นายบุญชัย บรรพวาณิชย์ เพื่อเป็นการชำระหนี้ค่าต่อตัวถังรถยนต์ ครั้นเมื่อถึงกำหนดตามวันที่สั่งจ่ายในเช็คแต่ละฉบับ นายบุญชัย บรรพวาณิชย์ได้นำเช็คดังกล่าวไปขึ้นเงินต่อธนาคาร แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทุกฉบับ ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสองได้บังอาจร่วมกันออกเช็คทุกฉบับโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ให้วางโทษจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ ๘ เดือน

โจทก์อุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดรวม ๑๗ กรรม ขอให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ (แก้ไขโดยฉบับที่ ๘ พ.ศ.๒๕๑๗ มาตรา ๖) ไม่รับวินิจฉัย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองว่าจ้างให้ผู้เสียหายต่อตัวถังรถยนต์โดยสารเป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท ครั้นเมื่อทำเสร็จแล้ว นายสุวิช จำเลยชำระค่าจ้างให้ ๕๒,๐๐๐ บาท และขอรับรถไปใช้ก่อน ต่อมาผู้เสียหายไปทวงถามค่าจ้างที่ค้างจำเลยว่าจะสั่งจ่ายเช็คให้ แต่ก็ขอผัดผ่อนเรื่อยมา ผู้เสียหายจึงออกอุบายว่า รถยนต์ยังทำไม่เรียบร้อยให้นำมาซ่อมแซมใหม่ เมื่อคนขับรถของจำเลยนำรถยนต์ไปให้ซ่อมแซมผู้เสียหายจึงยึดรถยนต์ไว้ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๖ ตอนเช้า นายชูชัย จำเลยได้เบิกเช็คมาจากธนาคารเล่มหนึ่ง

ต่อมาไม่ถึงชั่วโมง นายชูชัยจำเลยได้แจ้งอายัดเช็คทั้งเล่มต่อธนาคารอ้างว่าหายไป เย็นวันเดียวกันนั้นเอง จำเลยทั้งสองใช้เช็ค ๑๗ ฉบับตามฟ้องอันเป็นเล่มเดียวกับที่ได้แจ้งอายัดต่อธนาคารไว้ สั่งจ่ายเงินชำระหนี้ค่าจ้างต่อตัวถังรถยนต์ที่ยังค้างอยู่แก่ผู้เสียหายโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คเมื่อถึงกำหนดชำระเงินตามเช็ค ๑๗ ฉบับนั้น ผู้เสียหายนำเช็คไปเบิกเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน วินิจฉัยฎีกาของโจทก์ว่าได้พิจารณาแล้ว แม้จำเลยจะได้แจ้งอายัดเช็คทุกฉบับไว้ต่อธนาคารแล้วก่อนที่จะสั่งจ่ายเช็ครายนี้ชำระหนี้ก็ตาม แต่ปรากฏว่าจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้แก่ผู้เสียหายแยกเป็นรายฉบับรวม ๑๗ ฉบับ โดยลงวันที่ในเช็คต่างกันไปฉบับละ ๑ เดือน

เมื่อเช็คเหล่านี้ถึงกำหนดชำระเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเช่นนี้ ศาลฎีกาโดยมติของที่ประชุมใหญ่เห็นว่าจำเลยมีเจตนาที่จะให้ธนาคารใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกออกจากกันได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ตามพฤติการณ์ของคดีสมควรวางโทษจำคุกจำเลยทั้งสองกระทงความผิดละ ๑ เดือน รวม ๑๗ กระทงเป็น ๑๗ เดือน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ คงจำคุกคนละ ๑ ปี ๕ เดือน นอกจากที่แก้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ ไวกาสี · ชุ่ม สุนทรชัย · สมชัย ทรัพยวณิช
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายถาวร ตันตราภรณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4411/2536

แม้เช็คพิพาท 2 ฉบับที่จำเลยสั่งจ่ายชำระหนี้รายเดียวกัน โดยลงวันที่เดียวกันและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งสองฉบับในวันเดียวกัน แต่การออกเช็คเป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนในเช็ค ณ วันที่ที่ลงในเช็ค…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 273575)

แม้ เช็คพิพาท 2 ฉบับที่จำเลยสั่งจ่ายชำระหนี้รายเดียวกัน โดยลงวันที่เดียวกัน และธนาคารปฏิเสธการ จ่ายเงินทั้งสองฉบับในวันเดียวกัน แต่การออกเช็คเป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนในเช็ค ณ วันที่ที่ลงในเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4707/2534

โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายย่อมมีอำนาจที่จะนำเช็คพิพาทมาฟ้องดำเนินคดีแก่จำเลยผู้ออกเช็คพิพาทได้ หลังจากโจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีแล้ว ส.ได้ชำระเงินตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2523/2534

จำเลยทำสัญญากู้เงิน โดยตกลงกันว่าหากจำเลยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำเลยจะชำระหนี้เงินกู้ภายในหนึ่งเดือนและได้ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวลงวันที่ล่วงหน้าตามสัญญา แม้ต่อมาจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6440/2534

ในคดีอาญาศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์ ให้โจทก์นำส่งหมายภายใน7 วัน หากไม่นำส่งให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง โจทก์ทราบคำสั่งแล้วทนายโจทก์นำเงินค่าส่งหมายไปวางต่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้