Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 108788)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยฟ้องกล่าวหาโจทก์ว่าออกเช็คโดยเจตนามิให้มีการใช้เงินตามเช็ค และเบิกความว่าโจทก์นำเช็คมาขายลดกับจำเลยโดยเป็นผู้ลงวันที่สั่งจ่ายต่อหน้าจำเลย แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้องในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ออกเช็คพิพาทให้จำเลยเพื่อประกันการกู้เงิน และมิได้ลงวันที่สั่งจ่ายก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ เพราะข้อวินิจฉัยของศาลเป็นเพียงการแสดงความเห็นในการชี้ขาดตัดสินคดีอย่างหนึ่งเท่านั้น จะเป็นเท็จหรือไม่เป็นปัญหาที่ต้องมีการวินิจฉัยในเนื้อแท้ของความจริงให้เป็นที่ประจักษ์ต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องสองสำนวนซึ่งศาลรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๕, ๑๗๗, ๑๘๐, ๙๑

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องทั้งสองสำนวน จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๕, ๑๗๗, ๙๑ จำคุกกรรมละ ๑ ปี รวมจำคุก ๒ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มูลเหตุที่โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยฟ้องและเบิกความเท็จ ก็เนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ออกเช็คพิพาทให้จำเลยเพื่อประกันการกู้เงิน และโจทก์มิได้ลงวันสั่งจ่ายเช็คพิพาท เห็นว่า ลำพังแต่ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยฟ้องและเบิกความเท็จ เพราะที่ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์มิได้ลงวันสั่งจ่ายเช็คพิพาทนั้น ศาลอาศัยพิจารณาลายมือที่เขียนวันสั่งจ่ายในเช็คพิพาทเปรียบเทียบกับลายมือของโจทก์ที่เขียนในสัญญากู้แล้ววินิจฉัยว่ามีลักษณะแตกต่างกันเท่านั้น ข้อวินิจฉัยของศาลดังกล่าวจึงเป็นเพียงการแสดงความเห็นในการชี้ขาดตัดสินคดีอย่างหนึ่ง จะรับฟังเป็นยุติว่าเป็นความจริงโดยเด็ดขาดยังไม่ได้

แม้ในคดีดังกล่าวศาลจะพิพากษายกฟ้องโดยไม่เชื่อคำฟ้องและคำเบิกความของจำเลยว่าเป็นความจริง แต่จะเป็นเท็จหรือไม่เป็นปัญหาที่ต้องมีการวินิจฉัยในเนื้อแท้ของความจริงให้เป็นที่ประจักษ์ด้วย คดีนี้ได้ความว่าเช็คพิพาทมีรายการลงวันสั่งจ่ายครบถ้วน แต่โจทก์เถียงว่าลายมือที่เขียนวันสั่งจ่ายไม่ใช่ลายมือโจทก์ ส่วนจำเลยก็เถียงว่าเป็นลายมือโจทก์เพราะโจทก์เขียนต่อหน้าจำเลย เมื่อโจทก์จำเลยโต้เถียงกันดังนี้ โจทก์ย่อมอยู่ในฐานะทราบได้ดีกว่าใครว่าลายมือที่เขียนวันสั่งจ่ายเป็นลายมือของโจทก์หรือไม่ หากโจทก์แน่ใจว่าโจทก์ไม่ได้ลงวันสั่งจ่ายเช็คพิพาทดังที่อ้าง โจทก์ก็น่าจะขอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ แต่โจทก์ก็หาได้กระทำไม่

คงเบิกความลอย ๆ ว่า ไม่ได้ลงวันสั่งจ่ายและลายมือที่เขียนวันส่งจ่ายในเช็คพิพาทไม่ใช่ลายมือของโจทก์เท่านั้น แม้โจทก์จะมีนายนิรันดร์ ชลนภาสถิตย์ มาเบิกความสนับสนุนก็ไม่มีน้ำหนักให้เชื่อได้ว่าลายมือที่เขียนวันสั่งจ่ายเช็คพิพาทไม่ใช่ลายมือชื่อโจทก์ ดังนั้นที่จำเลยเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องและชั้นพิจารณาคดีในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ว่า โจทก์ลงวันสั่งจ่ายเช็คพิพาทต่อหน้าจำเลยจึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นเท็จ ส่วนที่จำเลยเบิกความว่านำเช็คพิพาทมาขายลดกับจำเลยเป็นความเท็จหรือไม่นั้น โจทก์เบิกความว่า ออกเช็คพิพาทให้จำเลยเพื่อประกันการกู้เงิน แต่สัญญากู้เงินที่โจทก์เบิกความอ้างถึงก็เป็นสัญญากู้เงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ ๒๔,๐๐๐ บาท ตามที่ระบุไว้ในเช็คพิพาท โดยโจทก์มิได้ให้เหตุผลว่าเหตุใดจำนวนเงินถึงไม่เท่ากัน

ดังนั้น ที่จำเลยเบิกความว่า โจทก์นำเช็คพิพาทมาขายลดกับจำเลยจึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นเท็จ และการที่จำเลยฟ้องกล่าวหาว่า โจทก์ออกเช็คพิพาทชำระหนี้จำเลยโดยเจตนาที่จะมิให้มีการใช้เงินตามเช็ค จึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นฟ้องเท็จเช่นกัน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องโจทก์ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายสุจินต์ สรรเพชร์นิยม
ศาลอุทธรณ์ - นายไมตรีย์ โมรรัต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 21652)

จำเลยฟ้องกล่าวหาโจทก์ว่าออกเช็ค โดย เจตนามิให้มีการใช้ เงินตามเช็ค และเบิกความว่าโจทก์นำเช็ค มาขายลดกับจำเลยโดย เป็นผู้ลงวันที่สั่งจ่ายต่อหน้าจำเลย แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้องในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5020/2530

จำเลยกระทำความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 พร้อมกันไปกับการกระทำผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2517

จำเลยที่ 1 แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำเลยที่ 2 อันไม่เป็นความจริง ย่อมมีความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ส่วนจำเลยที่ 2 ผู้รับสมอ้างเป็นเจ้าหนี้ ถือว่าได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยในการพิจารณาคำขอเฉลี่ยทรัพย์ จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21196/2556

คดีก่อนที่จำเลยทั้งสองฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินของเจ้ามรดก มีประเด็นว่าโจทก์มีสิทธิอยู่ในที่ดินของจำเลยทั้งสองหรือไม่ การที่โจทก์อยู่ในที่ดินโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะซื้อขายที่ทำไว้กับเจ้ามรดกเป็นการอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18211/2555

ความผิดฐานเบิกความเท็จและนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตาม ป.อ. มาตรา 177 และมาตรา 180 นั้น มีองค์ประกอบความผิดสำคัญประการหนึ่งว่า คำเบิกความและพยานหลักฐานอันเป็นเท็จจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดีที่เบิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้