Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5020/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกระทำความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 พร้อมกันไปกับการกระทำผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ จำเลยที่ ๑ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญากับโจทก์ ต่อมาระหว่างวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ ถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนอีก เป็นเหตุให้โจทก์ถูกจับกุมและถูกพนักงานอัยการฟ้อง จำเลยที่ ๑ ได้ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาตต่อมาวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๒๑ และวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๑ เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๒ เบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอีก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๑๓๗, ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๕, ๑๗๗, ๑๗๙, ๑๘๐

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ให้ประทับฟ้องโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๒

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๗๓ และ ๑๗๔, ๙๐ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๔ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดกระทงหนึ่ง และจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๙, ๑๘๐, ๙๐ (น่าจะเป็นมาตรา ๑๗๗ ด้วย) ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๐ ซึ่งเป็นโทษหนักที่สุดอีกกระทงหนึ่งและตามข้อเท็จจริงเช็คพิพาทโจทก์ออกให้โดยมีมูลหนี้มาจากการกู้ยืมจริงบางส่วนเห็นควรลงโทษสถานเบาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๔ มีกำหนด ๑ ปี ลงโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๐ มีกำหนด ๑ ปี รวมจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี จำเลยที่ ๑ เป็นหญิงไม่เคยทำความผิดมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอไว้มีกำหนด ๒ ปี

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๗๒ และ ๑๗๓ นั้นเป็นกรรมเดียวกัน ผิดกฎหมายหลายบท ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๔ ชอบแล้ว ส่วนความผิดตามมาตรา ๑๗๗, ๑๗๙ และ ๑๘๐ นั้น

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การเบิกความเท็จเป็นความผิดกรรมหนึ่งต่างหากจากการทำพยานหลักฐานเท็จ เพราะจำเลยที่ ๑ ได้ทำพยานหลักฐานเท็จมาก่อนที่จำเลยที่ ๑ จะเบิกความแล้ว ส่วนความผิดเรื่องนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จนั้น จำเลยที่ ๑ กระทำไปพร้อมกับเบิกความจึงเป็นกรรมเดียว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๙ อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ กระทงละ๑ ปี ปรับ ๒,๐๐๐ บาท รวม ๓ กระทง เป็นจำคุกทั้งสิ้น ๓ ปี ปรับ ๖,๐๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ อีกกระทงหนึ่งนั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ นั้นได้กระทำพร้อมกันไปกับการกระทำผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๐ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าความผิดตามมาตรา ๑๗๗ และมาตรา ๑๘๐ เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทและให้ลงโทษตามมาตรา ๑๘๐ (ควรระบุวรรคสองด้วย) ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายวินัย วิมลเศรษฐ์
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3107/2552

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ภาพถ่ายโฉนดที่ดินซึ่งเป็นเอกสารปลอม ประกอบคำร้องในคดีแพ่งเพื่อให้ศาลหลงเชื่อว่าที่ดินเป็นของ ม. และมีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องให้ ม. ทำให้โจทก์ไม่ทราบคำร้อง และนำภาพถ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4201/2536

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยทำใบรับแจ้งการตายอันเป็นเท็จแล้วนำไปเป็นหลักฐานในการแจ้งการตายต่อนายทะเบียนให้ออกมรณบัตรของ จ. และนำไปเป็นหลักฐานในการขอคืนหลักประกันที่ ป. ได้ประกันตัว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2535

การที่จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ในเรื่องเดิมนั้นเป็นการกระทำโดยมีเจตนาให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีเรื่องเดิมที่จำเลยไ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 21652)

จำเลยฟ้องกล่าวหาโจทก์ว่าออกเช็ค โดย เจตนามิให้มีการใช้ เงินตามเช็ค และเบิกความว่าโจทก์นำเช็ค มาขายลดกับจำเลยโดย เป็นผู้ลงวันที่สั่งจ่ายต่อหน้าจำเลย แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้องในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ โ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 108788)

จำเลยฟ้องกล่าวหาโจทก์ว่าออกเช็คโดยเจตนามิให้มีการใช้เงินตามเช็ค และเบิกความว่าโจทก์นำเช็คมาขายลดกับจำเลยโดยเป็นผู้ลงวันที่สั่งจ่ายต่อหน้าจำเลย แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้องในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ โดยวิน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้