Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 108928)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่ 1 กำหนดว่า ถ้าบริษัทเลิกจ้างโดยพนักงานไม่มีความผิด จะจ่ายเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยตามข้อบังคับฯ ข้อ 9.9 ทั้งหมดแทนเงินค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และหากเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยที่คำนวณไว้ตามข้อ 9.9 มีจำนวนน้อยกว่าเงินค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46บริษัทก็จะจ่ายเพิ่มให้เท่ากับเงินค่าชดเชยตามประกาศหรือกฎเกณฑ์ของทางราชการเพียงอย่างเดียวเช่นกัน มีความหมายว่า หากลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จมีจำนวนน้อยกว่าค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน แล้ว ลูกจ้างก็คงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จด้วย ดังนั้นเมื่อโจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จน้อยกว่าค่าชดเชยที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน และโจทก์ได้รับค่าชดเชยไปถูกต้องแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จจากจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับดังกล่าวอีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 10 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 68

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุไม่เป็นธรรมขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมกับใช้ค่าเสียหายในระหว่างเลิกจ้างให้แก่โจทก์ หากรับกลับเข้าทำงานไม่ได้ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายและเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกิดวิกฤติการณ์ราคาดีบุกตกต่ำทั่วโลก ทำให้จำเลยประสบภาวะการขาดทุนอย่างมาก ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานได้วินิจฉัยอุทธรณ์ในเรื่องเงินบำเหน็จว่า

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่๑ ข้อ ๙.๙ และ ข้อ ๙.๙.๑ จำเลยที่ ๑ จะต้องจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ด้วย ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกคำขอของโจทก์ข้อนี้จึงไม่ชอบพิเคราะห์แล้ว ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่ ๑ มีข้อกำหนดไว้ในข้อ ๙.๙ ว่า "๙.๙ เงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชย บริษัทจะเริ่มคำนวณเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยให้พนักงานที่ทำงานมาครบ ๖ เดือน (๑๘๐ วัน) ในอัตรา ๗ เปอร์เซ็นต์ ของอัตราค่าจ้างมูลฐานตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ๙.๙.๑ บริษัทจะจ่ายให้ทั้งหมดเมื่อเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดหรือครบเกษียณอายุ ถ้าบริษัทเลิกจ้างโดยพนักงานไม่มีความผิดจะจ่ายเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยตามข้อ ๙.๙ ทั้งหมดแทนเงินค่าชดเชยตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ ๔เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และหากเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยที่คำนวณไว้ตามข้อ ๙.๙ มีจำนวนน้อยกว่าเงินค่าชดเชยตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ ๔๖ บริษัทก็จะจ่ายเพิ่มให้เท่ากับเงินค่าชดเชยตามประกาศหรือกฎเกณฑ์ของทางราชการเพียงอย่างเดียวเช่นกัน ฯลฯ" จากข้อกำหนดดังกล่าวในข้อ ๙.๙.๑ตอนท้ายจึงมีความหมายว่า หากลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จมีจำนวนน้อยกว่าค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานแล้วลูกจ้างก็คงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จด้วย สำหรับกรณีของโจทก์ข้อเท็จจริงได้ความตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่า

โจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จน้อยกว่าค่าชดเชยที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน และโจทก์ได้รับค่าชดเชยไปถูกต้องแล้ว ดังนี้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จจากจำเลยที่ ๑ ตามข้อบังคับฉบับดังกล่าวอีกได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองสำนวนฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ · ศักดา โมกขมรรคกุล
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสมชาย อุดมวงษ์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2294/2529

ข้อบังคับองค์การคลังสินค้าว่าด้วยกองทุนบำเหน็จพนักงานพ.ศ.2528ข้อ9วรรค2ประกอบกับข้อ11ระบุกรณีที่พนักงานจะได้รับเงินบำเหน็จเมื่อลาออกโดยได้รับอนุญาตว่าต้องทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีบริบูรณ์และการนับเวล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2528

คำว่าละทิ้งหน้าที่การงานเกินกว่า 7 วันติดต่อกันตามข้อบังคับ ฯ นั้น หมายถึงวันทำงานและวันหยุดรวมกัน เพราะหากแปลงว่าหมายถึงเฉพาะวันทำงานแล้วข้อบังคับนี้ย่อมไร้ผล เนื่องจากในสัปดาห์หนึ่งหยุดวันเสาร์วันอา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2566

ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกับจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างประเภทสถาบันอุดมศึกเอกชนมีการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 มาตรา 23 กิจการของจำเลยจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับตา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 626059)

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น จำเลยมิได้ให้การไว้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลาง และไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7945/2554

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 13 ใช้สำหรับกรณีมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้าง ซึ่งมีผลให้นายจ้างใหม่ต้องรับสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างที่มีอยู่กับนายจ้างเดิมมาด้วยทุกประการ แต่หากเป็นการโอนสิท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้