Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พนักงานบริษัทจำเลยอ้างว่าได้รับมอบหมายจากบริษัทจำเลยให้มาตกลงเรื่องค่าเสียหายกับโจทก์ และได้ทำข้อตกลงกับ โจทก์ในเรื่องค่าเสียหายที่บริษัทจำเลยจะชดใช้ให้โจทก์ ดังนี้พนักงานบริษัทจำเลยผู้นั้นอาจเป็นตัวแทนของบริษัทจำเลยได้โดยผลของการให้สัตยาบัน แต่บริษัทจำเลยมิได้ให้สัตยาบันแก่การกระทำของพนักงานบริษัทจำเลยดังกล่าว บริษัทจำเลยจึงใช้เอกสารข้อตกลงดังกล่าวมาผูกมัดโจทก์หาได้ไม่ เอกสารข้อตกลงระหว่างพนักงานบริษัทจำเลยกับโจทก์ แม้จะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความก็ตาม แต่การที่พนักงานบริษัทจำเลยไปอ้างว่าได้รับมอบหมายจากบริษัทจำเลยโดยไม่มีหลักฐานการมอบหมายเป็นหนังสือแต่อย่างใด จึงมิใช่เป็นการกระทำแทนบริษัทจำเลย ข้อตกลงในเรื่องค่าเสียหายจึงไม่มีผลผูกพันทั้งโจทก์และบริษัทจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ขับรถในทางการที่จ้างโดยประมาท เป็นเหตุให้ชนรถยนต์โจทก์เสียหายทั้งสิ้น ๔๓,๗๔๕ บาท

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธความรับผิด และว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อสืบพยานโจทก์ไปได้ ๑ ปาก

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นว่า ได้ตกลงประนีประนอมยอมความกับโจทก์แล้วตามเอกสารหมาย ล.๑ โจทก์แถลงรับว่าได้ทำเอกสารหมาย ล.๑ ไว้จริงแต่เอกสารนั้นไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความและจำเลยแถลงรับว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่า เอกสารหมาย ล.๑เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเพียงตามที่ตกลงกันไว้

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เอกสารหมาย ล.๑ เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่นายนันทวัฒน์ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ ๒ ให้มาทำความตกลงกับโจทก์โดยไม่มีหนังสือมอบหมายให้เป็นตัวแทน สัญญาประนีประนอมจึงไม่มีผลใช้บังคับ พิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีมีปัญหาในชั้นนี้แต่เพียงว่า เอกสารหมาย ล.๑เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ อันจะมีผลให้โจทก์หมดสิทธิเรียกร้องตามฟ้องคดีนี้หรือไม่ ได้ตรวจดูเอกสารหมาย ล.๑ แล้ว ปรากฏข้อความสำคัญว่า "นายนันทวัฒน์ สุนทรหิรัญ ผู้ควบคุมกองจัดงานบุคคลของบริษัทศรีมหาราชา อ้างว่าได้รับมอบหมายจากบริษัทศรีมหาราชา จำกัดให้มาตกลงเรื่องค่าเสียหายในคดีนี้ โดยนายนันทวัฒน์เสนอความเห็นควรให้ทางบริษัทศรีมหาราชา จำกัดช่วยเหลือค่าซ่อมแซมรถให้แก่นายอุไร ๓,๐๐๐ บาท แต่นายอุไรขอ ๗,๔๐๐ บาท ที่สุดตกลงกันในราคา ๕,๐๐๐ บาทและนายนันทวัฒน์จะได้เสนอทางบริษัทศรีมหาราชาดำเนินการต่อไปจึงให้คู่กรณีทุกฝ่ายลงชื่อไว้" ดังนี้ เห็นว่า นายนันทวัฒน์อ้างว่าได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ ๒ ให้มาตกลงเรื่องค่าเสียหายในคดีนี้

นายนันทวัฒน์ก็อาจจะเป็นตัวแทนของบริษัทจำเลยที่ ๒ ได้โดยผลของการให้สัตยาบันแต่ได้ความจากนายอุไรพยานโจทก์ว่า วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๒ นายอุไรได้ไปขอรับค่าเสียหายตามนัด แต่ทางบริษัทจำเลยไม่ยอมจ่ายให้โดยไม่ให้เหตุผลจนหลังเกิดเหตุแล้วประมาณ ๑๐ วัน นายอุไรจึงได้นำรถยนต์ของตนไปเข้าอู่ซ่อม แล้วได้ไปถามทางพนักงานสอบสวน ก็ไม่ปรากฏว่าบริษัทจำเลยได้เอาเงินมาให้ ทั้งเมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้หลังจากเกิดเหตุแล้วถึง๔ เดือนเศษ จำเลยทั้งสองก็ให้การปฏิเสธความรับผิดชอบโดยตลอดพฤติการณ์แสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยที่ ๒ มิได้ให้สัตยาบันแก่การกระทำของนายนันทวัฒน์แต่ประการใดเลย กลับจะมาฉวยโอกาสใช้เอกสารหมาย ล.๑ ผูกมัดโจทก์ในตอนนี้หาชอบไม่

แม้ข้อตกลงที่ถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมได้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อนายนันทวัฒน์และโจทก์เป็นสำคัญแต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๙๘ วรรค ๒ บัญญัติว่ากิจการอันใดท่านบังคับไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้น ก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย ฉะนั้น การที่นายนันทวัฒน์ไปอ้างว่าได้รับมอบหมายจากบริษัทจำเลยที่ ๒ โดยไม่มีหลักฐานการมอบหมายเป็นหนังสือแต่อย่างใด จึงมิใช่เป็นการกระทำแทนจำเลยที่ ๒ และข้อตกลงในเรื่องค่าเสียหายดังกล่าว จึงไม่มีผลผูกพันทั้งโจทก์และจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานและพิพากษาใหม่จึงชอบด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สรรเสริญ ไกรจิตติ · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม สถิตย์ทอง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชลบุรี - นายเดช ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม
ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ เสถียรธรรมกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3919/2534

จำเลยที่ 7 มิได้ให้การต่อสู้คดีในเรื่องฟ้องเคลือบคลุมไว้เช่นเดียวกับจำเลยอื่นจึงไม่มีสิทธิที่จะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์เพราะเป็นข้ออุทธรณ์ที่นอกเหนือคำให้การของตน ทั้งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2553

จำเลยทำสัญญารับเหมาก่อสร้างจากกรมทางหลวง ตามสัญญาจำเลยจะนำไปทำสัญญาจ้างเหมาช่วงไม่ได้ จำเลยผิดสัญญานำไปให้บริษัท บ. รับเหมาช่วง ความรับผิดขั้นสุดท้ายต่อกรมทางหลวงยังอยู่ที่จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2840/2548

เมื่อจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับตัวแทนของโจทก์ต่อหน้าพนักงานสอบสวนตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า จำเลยที่ 1 ยินยอมตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 1 จะน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2541

จำเลยที่ 3 ขับรถยนต์โดยสารชนรถจักรยานยนต์โจทก์ เป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย แม้หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถจะระบุชื่อผู้อื่นเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ได้ใช้รถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุประกอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5419/2540

ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/14(1) ผู้ที่จะรับสภาพหนี้ได้มีเฉพาะตัวลูกหนี้เท่านั้น การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ทำสัญญารับใช้หนี้แทน ซ. ลูกหนี้ของโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้