Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยตามมูลสัญญาเช่า โดยอ้างว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยเป็นมูลละเมิด โดยอ้างว่าศาลฎีกาได้พิพากษาว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ในคดีอีกเรื่องหนึ่ง จำเลยไม่มีสิทธิจะอยู่ในบ้านอีกต่อไป ประเด็นแห่งคดีทั้งสองเรื่องไม่เหมือนกันโจทก์จึงฟ้องคดีนี้ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้วในคดีที่จำเลยฟ้องขอให้โจทก์โอนที่ดินพร้อมบ้านพิพาทให้จำเลย ว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ผลแห่งคำพิพากษาย่อมผูกพันจำเลยผู้เป็นคู่ความ จำเลยจะอ้างในคดีนี้อีกว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลยหาได้ไม่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิจะอยู่ในบ้านพิพาท การที่จำเลยอยู่ต่อมาจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จำเลยเป็นความแย่งกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทกันตลอดมากล่าวคือ พ.ศ. 2509 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย พ.ศ. 2510 จำเลยกลับฟ้องให้โจทก์โอนบ้านพิพาทคืนจำเลย จนปี พ.ศ. 2515 ศาลฎีกาจึงชี้ขาดว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ ระหว่างระยะเวลาดังกล่าวการครอบครองบ้านพิพาทของจำเลย หาเป็นการครอบครองด้วยความสงบตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ไม่ จะนับเวลาในช่วงนี้รวมเข้ากับระยะเวลาที่จำเลยครอบครองมาก่อนนั้นเพื่อให้ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์มิได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของบ้านพร้อมที่ดินโฉนดที่ ๒๕๘ โดยรับซื้อฝากไว้จากจำเลย เมื่อสัญญาขายฝากสิ้นอายุแล้ว สามีจำเลยได้เช่าบ้านหลังนี้จากโจทก์ ต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าเช่า โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๘๙/๒๕๑๓ แล้วโจทก์จำเลยตกลงกันให้ถือเอาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๘๐/๒๕๑๑ ซึ่งจำเลยได้ฟ้องโจทก์ให้คืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่จำเลย เพราะสัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางเป็นข้อแพ้ชนะผลปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์แพ้คดี ศาลจึงพิพากษายกฟ้องคดีหมายเลขแดงที่ ๔๘๙/๒๕๑๓ ที่โจทก์ฟ้องขับไล่นั้นเสีย จำเลยและบริวารจึงอยู่ในบ้านพิพาทตลอดมาโดยไม่เสียค่าเช่าหรือค่าเสียหายให้โจทก์ ต่อมาศาลฎีกาได้พิพากษายกฟ้องคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๘๐/๒๕๑๑ โจทก์กลับเป็นฝ่ายชนะคดีจำเลยและบริวารจึงไม่มีสิทธิจะอยู่ในบ้านพิพาทต่อไป จึงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาท และส่งมอบบ้านพิพาทคืนโจทก์กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่า บ้านพร้อมที่ดินโฉนดที่ ๒๕๘ เป็นของจำเลยจำเลยไม่เคยขายฝากทรัพย์พิพาทให้โจทก์ แต่ได้ยืมเงินโจทก์โดยทำสัญญาขายฝากบังหน้าไว้ จำเลยยังคงยึดถือทรัพย์พิพาทเป็นของตนตลอดมาจนถึงบัดนี้เป็นเวลา ๑๔ - ๑๕ ปีแล้ว จึงได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทกลับมาโดยการครอบครอง โจทก์ไม่ฟ้องคดีภายใน ๑๐ ปีจึงขาดอายุความโจทก์นำเรื่องเก่ามาฟ้องใหม่จึงเป็นฟ้องซ้ำ ผลแห่งคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๘๐/๒๕๑๑ ไม่ผูกพันคดีนี้ ขอให้ยกฟ้อง วันชี้สองสถาน โจทก์แถลงไม่ติดใจเรียกค่าเสียหาย และโจทก์จำเลยรับกันว่าได้เป็นคู่ความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๘๐/๒๕๑๑ จริง ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลยพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและสามีออกจากบ้านพิพาท อ้างว่าจำเลยและสามีเช่าบ้านพิพาทของโจทก์แล้วติดค้างไม่ชำระค่าเช่า จำเลยให้การว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลยปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๘๙/๒๕๑๓ ต่อมาจำเลยกลับฟ้องโจทก์ว่าจำเลยยืมเงินโจทก์ แต่ทำนิติกรรมขายฝากบ้านพิพาทพร้อมที่ดินให้โจทก์ไว้เพื่ออำพรางการกู้ยืม จำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ไปเป็นส่วนมากแล้วขอให้โจทก์รับชำระหนี้และโอนที่ดินพร้อมบ้านพิพาทให้จำเลย โจทก์ให้การว่าที่ดินและบ้านพิพาทหลุดเป็นสิทธิของโจทก์ตามสัญญาขายฝากแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๘๐/๒๕๑๑ คดีหลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้โจทก์รับชำระหนี้แล้วโอนที่ดินและบ้านพิพาทให้จำเลย แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมที่แท้จริง และพ้นกำหนดไถ่คืนแล้วทรัพย์พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ส่วนคดีแรกนั้นคู่ความแถลงร่วมกันให้ถือเอาผลแห่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีหมายเลขแดงที่ ๔๘๐/๒๕๑๑ เป็นข้อแพ้ชนะ ศาลชั้นต้นจึงพิพากษายกฟ้องคดีแรกโจทก์ไม่อุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุด เมื่อศาลฎีกาพิพากษากลับให้ยกฟ้องคดีหมายเลขแดงที่ ๔๘๐/๒๕๑๑ แล้ว โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ ในปัญหาว่าโจทก์จะฟ้องคดีนี้ได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีหมายเลขแดงที่ ๔๘๙/๒๕๑๓ เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยตามมูลสัญญาเช่าโดยอ้างว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยเป็นมูลละเมิด โดยอ้างว่าศาลฎีกาได้พิพากษาว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยไม่มีสิทธิจะอยู่ในบ้านอีกต่อไปประเด็นแห่งคดีทั้งสองเรื่องจึงไม่เหมือนกันโจทก์ฟ้องคดีนี้ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ในปัญหาที่ว่าจำเลยได้ทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ ๔๘๐/๒๕๑๑ แล้วว่า บ้านพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ผลแห่งคำพิพากษาย่อมผูกพันจำเลยผู้เป็นคู่ความ จำเลยจะอ้างในคดีนี้อีกว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลยหาได้ไม่จำเลยจึงไม่มีสิทธิจะอยู่ในบ้านพิพาท การที่จำเลยอยู่ในบ้านพิพาทต่อมาจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ในปัญหาที่ว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทกลับคืนมาโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นับแต่ พ.ศ. ๒๕๐๙ โจทก์จำเลยเป็นความแย่งกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทกันตลอดมา กล่าวคือ พ.ศ. ๒๕๐๙ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย พ.ศ. ๒๕๑๐ จำเลยกลับฟ้องให้โจทก์โอนบ้านพิพาทคืนจำเลย จนปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ศาลฎีกาจึงชี้ขาดว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวนี้การครอบครองบ้านพิพาทของจำเลยหาเป็นการครอบครองด้วยความสงบตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ไม่จะนับเวลาในช่วงนี้รวมเข้ากับระยะเวลาก่อนนั้นเพื่อให้ได้กรรมสิทธิ์ โดยครอบครองปรปักษ์ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม ทันด่วน · พิชัย รชตะนันทน์ · ศวิต สมหวัง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายศักดา โมกขมรรคกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายพิศิษฏ์ เทศะบำรุง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2252/2559

จ. เคยยื่นคำร้องขัดทรัพย์อ้างเหตุว่า ที่ดินและบ้านที่โจทก์นำยึดเป็นกรรมสิทธิ์ของ จ. โดยซื้อมาจาก ส. แต่ใส่ชื่อ อ. บิดาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ถือกรรมสิทธิ์ไว้แทน คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3635/2554

โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมตึกแถว ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของทางพิพาทซึ่งมีสภาพเป็นถนนผ่านหน้าที่ดินโจทก์ทั้งสอง แม้จำเลยจะเบิกความรับว่า ว. เจ้าของที่ดินและตึกแถวเดิมได้ก่อสร้างถนนหรือทางพิพาทไว้เพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6586/2538

โจทก์ไม่ได้ซื้อที่ดินและตึกแถวมาจาก ส. แต่โจทก์ซื้อจากการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นการขายเฉพาะที่ดินและตึกแถวเท่านั้น ไม่ได้ขายสิทธิอื่นใดของ ส. ที่มีอยู่เหนือที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 14373 ซึ่งอยู่ติดกับที่ดิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6081/2537

คดีก่อน โจทก์ฟ้องการไฟฟ้านครหลวงเป็นจำเลยกล่าวหาว่าจำเลยเข้าไปปักเสาไฟฟ้าและพาดสายไฟฟ้าในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 1006 เลขที่77997 เลขที่ 77998 และเลขที่ 78000 ของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาไฟฟ้าและสา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2537

ที่ดินพิพาทมีชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยโจทก์ได้รับมาตามพ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ดังนั้นสิทธิของโจทก์ผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์จะต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้