Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 109899)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำขอให้จำเลยทั้งสามจัดการไถ่ถอนจำนองเพื่อให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองปลอดจากการจำนอง ถ้าโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนองเข้ามาด้วยศาลไม่อาจพิพากษาให้ตามคำขอส่วนนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบกระเทือนสิทธิของผู้รับจำนองได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ ๑ โจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๒

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ให้จำเลยทั้งสามไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ก.) เลขที่ ๑๔๒๒, ๑๔๒๓ และ ๑๔๒๔ ตำบลวังสำโรงอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เฉพาะส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติก็ให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยทั้งสามขายทอดตลาดชำระหนี้จำนองให้แก่เจ้าหนี้ ขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยให้จำเลยทั้งสามไปจดทะเบียนเพิกถอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยทั้งสาม

จำเลยทั้งสามให้การว่า ที่ดินทั้งหมดตามที่โจทก์ฟ้องเป็นของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๓ มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิครอบครองร่วมด้วยคดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิในที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยทั้งสามไถ่ถอนจำนองที่ดินส่วนที่เป็นของโจทก์ทั้งสองให้ปลอดจำนอง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสามออก น.ส. ๓ ก.ทับที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสองแล้วนำไปจำนองประกันหนี้แก่บุคคลอื่น ที่โจทก์ทั้งสองมีคำขอให้จำเลยทั้งสามจัดการไถ่ถอนจำนองเพื่อให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองปลอกจากการจำนองนั้น เนื่องจากโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนองเข้ามาด้วยจึงไม่อาจพิพากษาให้ตามคำขอส่วนนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิของผู้รับจำนองได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียร ยูงทอง · สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4817/2533

คำขอให้จำเลยทั้งสามจัดการไถ่ถอนจำนองเพื่อให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองปลอดจากการจำนอง ถ้าโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนองเข้ามาด้วยศาลไม่อาจพิพากษาให้ตามคำขอส่วนนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบกระเทือนสิทธิของผู้รับจำนองได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5007/2540

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกจากที่ดินพิพาทคดีนี้ตามจำนวนเนื้อที่ดินเฉพาะส่วนของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ซึ่งจำเลยเคยฟ้องโจทก์ให้ไปจดทะเบียนโอนให้แก่จำเลย ซึ่งจำเลยทราบดีมาก่อนแล้วแม้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 553/2521

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่นาพิพาท จำเลยต่อสู้ว่านาพิพาทเป็นของ จ. ซึ่งต่อมาได้เข้ามาเป็นจำเลยร่วม จำเลยเข้าทำนาพิพาทแทนจำเลยร่วมเช่นนี้ การที่จำเลยเข้าไปทำนาพิพาทจึงมิใช่เข้าไปยึดถือโดยเจตนาที่จะยึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2492

โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดก ต. ซึ่งปรากฎในคำฟ้องว่า ตายมาประมาณ 5 ปีแล้ว โดยโจทก์อ้างว่า โจทก์,จำเลยได้ครอบครองร่วมกันมา เมื่อทางพิจารณาฟังได้ว่าทายาทได้มอบให้จำเลยครอบครองทรัพย์มฤดกมาแต่ผู้เดียว โจทก์ไปอยู่ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6437/2550

โจทก์บรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดแล้วว่าจำเลยที่ 1 บุรกรุกเข้าไปแย่งทำนาในที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์ตามแผนที่โดยประมาณท้ายฟ้องมีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ ซึ่งแผนที่ท้ายฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องและได้ระบุบริเวณที่อ้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้