Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 109999)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลล่างทั้งสองไม่ได้นำเอาคำเบิกความของพยานโจทก์ตามบัญชีระบุพยาน ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ยื่นหลังจากที่สืบพยานจำเลยเสร็จแล้วมาวินิจฉัยในการฟังข้อเท็จจริง ฉะนั้น ฎีกาของจำเลยที่ว่าการยื่นบัญชีระบุพยานของโจทก์ฉบับดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก การชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและตามสัญญาจำนองซึ่งเป็นประกันการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง โจทก์ย่อมนำพยานบุคคลมาสืบว่าใบเสร็จรับเงินที่จำเลยอ้างเป็นการออกให้เพื่อการชำระหนี้จำนวนใดได้ไม่เป็นการสืบพยานบุคคลแทนพยานเอกสารและไม่เป็นการสืบพยานเพิ่มเติมตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ก) และ (ข).

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องสำนวนแรก ขอบังคับจำนองที่ดินให้จำเลยชำระหนี้จำนองจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๔ ต่อปี และฟ้องสำนวนที่สองว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์จำนวน ๗๐๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ต่อมาจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ระงับหนี้สัญญากู้เงินดังกล่าวโดยจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท กับชำระเงินสดให้แก่โจทก์ ๑๕๐,๐๐๐บาท หลังจากนั้นจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๓๐๓,๑๒๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป กับให้ส่งมอบรถไถนาพร้อมเครื่องยนต์และอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ ถ้าไม่สามารถส่งมอบได้ให้ชำระราคาเป็นเงิน

จำเลยให้การสำนวนแรกว่า ได้ชำระหนี้จำนองแก่โจทก์แล้ว๒๐๐,๐๐๐ บาท คงค้างเพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนอง ขอให้ยกฟ้อง และให้การสำนวนที่สองว่าได้ชำระเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมจดทะเบียนจำนองที่ดินไว้ต่อโจทก์เป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และได้ชำระเงินให้แก่โจทก์อีก ๔๕๐,๐๐๐ บาท คงค้างชำระหนี้ตามสัญญาจำนองอีกเพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความอีกขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาจำนอง ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินที่จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงิน๒๔๑,๕๒๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์สำนวนที่สองเป็นเงิน ๒๒๕,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยในประเด็นข้อแรกว่า การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานฉบับลงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๒๙ หลังจากที่สืบพยานจำเลยเสร็จแล้วชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า บัญชีระบุพยานฉบับดังกล่าวโจทก์อ้างนางสำราญ สุดสังเกตุ และนายเสน่ห์ กรรณสูตรเป็นพยาน แต่ศาลล่างทั้งสองหาได้นำเอาคำเบิกความของบุคคลทั้งสองมาวินิจฉัยในการฟังข้อเท็จจริงไม่ ฉะนั้นการที่จำเลยฎีกาเพื่อให้วินิจฉัยว่า การยื่นบัญชีระบุพยานของโจทก์ฉบับลงวันที่ ๑๔ มีนาคม๒๕๒๙ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้นจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรคแรกที่แก้ไขแล้ว

ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ประเด็นข้อสอง การนำสืบพยานบุคคลของโจทก์เป็นการสืบหักล้างใบเสร็จรับเงินตามเอกสารหมาย ล.๔ ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ (ก) และ (ข) หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและฟ้องบังคับจำนองตามสัญญาจำนองที่จำเลยจดทะเบียนจำนองเพื่อประกันการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว มิได้ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินซึ่งระงับไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและตามสัญญาจำนวนซึ่งประกันการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง โจทก์ย่อมนำพยานบุคคลมาสืบว่าใบเสร็จรับเงินตามเอกสารหมาย ล.๔ เป็นการออกให้เพื่อการชำระหนี้จำนวนใดได้ ไม่เป็นการสืบพยานบุคคลแทนพยานเอกสารและไม่เป็นการสืบเพิ่มเติมตัดตอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ (ก) และ (ข)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5179/2533

เมื่อศาลล่างทั้งสองไม่ได้นำเอาคำเบิกความของพยานโจทก์ตามบัญชีระบุพยาน ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ยื่นหลังจากที่สืบพยานจำเลยเสร็จแล้วมาวินิจฉัยในการฟังข้อเท็จจริง ฉะนั้น ฎีกาของจำเลยที่ว่าการยื่นบัญชีระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6271/2558

หนังสือรับสภาพความผิดจำเลยทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้นำเงินของโจทก์ไปใช้ส่วนตัวในระหว่างดำรงตำแหน่งเหรัญญิกของโจทก์ และจำเลยยินยอมชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยให้ครบถ้วนภายในวันที่ 1 มิถุนายน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2675/2551

บันทึกหลังทะเบียนการหย่า ที่ระบุว่าบ้านเลขที่ 11/1 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง พร้อมกับที่ดินปลูกสร้างบ้านยกให้แก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 บุตรทั้ง 3 คน นั้น เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1692/2548

โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่า ล. สละมรดกส่วนของตนให้แก่โจทก์เท่านั้น คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องการแบ่งปันมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1750 การที่ศาลชั้นต้นหยิบยกมาตรา 1750 ขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการไม่ชอบ บันทึกคำให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3780/2546

จำเลยเป็นหนี้โจทก์โดยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ ต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อตกลงให้ฝ่ายโจทก์และจำเลยต้องปฏิบัติทั้งหมด 10 ข้อ ในส่วนที่เกี่ยวกับการถอนฟ้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้