Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2567

พ.ศ. 2567 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อตกลงเกี่ยวกับค่าจ้างตามสัญญาจ้างว่าความในชั้นบังคับคดีเป็นเรื่องการทำงานตามที่จ้างเพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา แม้กำหนดค่าจ้างอัตราร้อยละ 10 ของยอดหนี้ที่ได้รับในชั้นบังคับคดีก็มิใช่ข้อตกลงเอาส่วนแบ่งจากทรัพย์สินที่เป็นมูลหนี้พิพาทที่ลูกความจะได้รับเมื่อชนะคดี อันจะขัดต่อ พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ. 2528 และข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ทั้งไม่ใช่นิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ป.พ.พ. มาตรา 150

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 150 ป.พ.พ. มาตรา 587 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 51

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 25,540 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 25,317 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความ มิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ประกอบอาชีพทนายความและดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายของสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา จำเลยทำงานที่องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานในบังคับบัญชาของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552 จำเลยแต่งตั้งโจทก์เป็นทนายความยื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อศาลแรงงานกลาง ให้ปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างแก่จำเลยตามมติคณะรัฐมนตรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1694/2552 ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาคดีของจำเลยเข้ากับคดีหมายเลขดำที่ 1190/2554 ของศาลแรงงานกลาง

คดีดังกล่าวศาลแรงงานกลางและศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำเลยกับพวกที่เป็นโจทก์ดังกล่าวเป็นฝ่ายชนะคดี ต่อมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 จำเลยได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาคดีดังกล่าวแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า จำเลยต้องรับผิดตามสัญญาว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับค่าจ้างว่าความในส่วนที่สอง ซึ่งเป็นค่าจ้างในชั้นบังคับคดีจะต้องรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า คู่สัญญาตกลงกันในอัตราร้อยละ 10 ของยอดหนี้ที่จำเลยได้รับในชั้นบังคับคดี โดยโจทก์ไม่อาจโต้เถียงข้อเท็จจริงเป็นประการอื่น เนื่องจากคดีของโจทก์ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และโจทก์มิได้ยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

พ.ศ.2551 มาตรา 47 และ 48 แต่เมื่อข้อตกลงเกี่ยวกับค่าจ้างส่วนที่สองเป็นค่าจ้างชั้นบังคับคดี อันเป็นเรื่องการทำงานตามที่จ้างเพื่อบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาเท่านั้น มิใช่ข้อตกลงที่โจทก์เอาส่วนแบ่งจากทรัพย์สินที่เป็นมูลหนี้พิพาทที่ลูกความจะได้รับเมื่อชนะคดี ข้อตกลงในส่วนที่สองจึงไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 และข้อบังคับของสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 และไม่ใช่นิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าข้อตกลงเกี่ยวกับค่าจ้างตามสัญญาจ้างว่าความส่วนที่สองตกเป็นโมฆะนั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า คู่สัญญาตกลงให้จำเลยชำระค่าจ้างว่าความส่วนแรกเมื่อเริ่มต้นฟ้องคดีเป็นต้นไปจนกว่าคดีแล้วเสร็จ เมื่อสัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของ สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีกำหนดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (16) และให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตามมาตรา 193/12 เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาอันถึงที่สุดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2557 ในคดีที่จำเลยว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความฟ้องสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ชำระเงินแก่จำเลย

สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกค่าจ้างย่อมเกิดขึ้นทันทีนับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เกินกว่า 2 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา ฟ้องโจทก์ในส่วนค่าจ้างว่าความส่วนแรกจึงขาดอายุความ แต่ค่าจ้างว่าความในส่วนที่สองที่ตกลงให้โจทก์คิดค่าจ้างว่าความอัตราร้อยละ 10 ของยอดเงินที่จำเลยได้รับนั้น คู่สัญญาตกลงชำระค่าจ้างเมื่อคดีถึงที่สุดโดยจำเลยชนะคดีและได้รับเงินครบถ้วนแล้วในชั้นบังคับคดีและต้องชำระภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับชำระเงินครบถ้วน เมื่อจำเลยได้รับชำระเงินจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาครบถ้วนในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 และนับจากวันดังกล่าวถึงวันที่โจทก์ฟ้องจำเลยยังไม่เกินกว่า 2 ปี

ฟ้องโจทก์สำหรับค่าจ้างว่าความส่วนที่สองจึงไม่ขาดอายุความ ดังนั้น จำเลยในฐานะคู่สัญญาฝ่ายผู้ว่าจ้างจึงต้องรับผิดชำระค่าจ้างว่าความส่วนที่สองเป็นเงิน 15,317 บาท ให้แก่โจทก์ เมื่อโจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ภายใน 7 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือทวงถามและจำเลยได้รับหนังสือของโจทก์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2562 จำเลยจึงต้องรับผิดชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยผิดนัดนับแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 15,317 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2562 จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ อัตราดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไป นั้น ถ้ากระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนอัตราโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเมื่อใด ก็ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยที่ปรับเปลี่ยนไปบวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (ประชา งามลำยวง-ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์-ดุสิต ฉิมพลีย์) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ผบ.(พ)185/2566
แหล่งที่มา
หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1260/2543

วิชาชีพทนายความมีลักษณะผูกขาดที่ทนายความได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหลายประการ ย่อมมีพันธกรณีต่อสังคมที่ต้องปฏิบัติและดำรงตนให้ต้องกับหลักจริยธรรมทางวิชาชีพ ในส่วนการปฏิบัติหน้าที่ทนายความมีส่วนสำคัญใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1584/2555

ข้อตกลงในสัญญาว่าจ้างทนายความที่ระบุว่า จำเลยทั้งเก้าตกลงให้ค่าจ้างจำนวนร้อยละ 10 ของจำนวนเงินค่าเสียหาย ดอกเบี้ย และผลประโยชน์ที่ได้รับนอกเหนือจากต้นเงินที่ซื้อขายที่ดิน... มีลักษณะเป็นข้อตกลงที่ให้ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10707/2550

ปัญหาว่าสัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์รับเอาส่วนแบ่งจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้รับจากลูกความขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตกเป็นโมฆะหรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับอำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1629/2546

แม้สัญญาการจัดพิมพ์และโฆษณาสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ระหว่างบริษัท ช. กับองค์การ ท. จะมีข้อกำหนดห้ามโอนสิทธิตามสัญญาให้แก่ผู้อื่น แต่ข้อกำหนดห้ามโอนดังกล่าวก็มีข้อยกเว้นไว้โดยหากได้รับความยินยอมเป็นลายล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1443/2545

สัญญาจ้างว่าความระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสามมีใจความทำนองว่า จำเลยแต่ละคนตกลงให้ค่าตอบแทนโจทก์จำนวนร้อยละ 3 ของมูลค่าทรัพย์มรดกหรือจำนวนเงินที่ได้รับโดยจะจ่ายให้เมื่อได้รับเงินจากการแบ่งปันทรัพย์มรดกเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้