คำฟ้องและคำให้การ
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้คำร้องว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลมีพระอธิการสิน ปวโรเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ได้มอบอำนาจให้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของพระอธิการหิน เขมิโก เจ้าอาวาสเดิมซึ่งถึงแก่มรณภาพระหว่างอยู่ในสมณเพศโดยมิได้ทำพินัยกรรมศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคล ปัญหาเรื่องนิติบุคคลจะเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่นั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 69 และ 70 นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่เหมือนบุคคลธรรมดา เว้นเสียแต่สิทธิและหน้าที่นั้นจะไม่อยู่ภายในขอบวัตถุที่ประสงค์ของตนตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้ง หรือสิทธิและหน้าที่นั้นโดยสภาพจะพึงมีพึงเป็นได้เฉพาะแก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น
สิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดกนั้นโดยสภาพมิใช่สิทธิและหน้าที่ที่จะพึงมีพึงได้เฉพาะแก่บุคคลธรรมดา และบุคคลที่ต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 ย่อมนำมาใช้แก่นิติบุคคลได้เท่าที่ไม่ขัดกับสภาพของนิติบุคคล ศาลฎีกาโดยมติของที่ประชุมใหญ่จึงเห็นว่า ไม่มีบทกฎหมายใดที่ห้ามนิติบุคคลมิให้เป็นผู้จัดการมรดก ฉะนั้น ถ้าไม่ขัดกับวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้งของนิติบุคคลนั้นแล้ว ศาลย่อมตั้งนิติบุคคลเป็นผู้จัดการมรดกได้ตามที่เห็นสมควร ปัญหาเรื่องผู้ร้องซึ่งเป็นวัดสมควรจะเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่นั้น เห็นว่า ผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกซึ่งจะตกเป็นสมบัติของผู้ร้องเอง
ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ย่อมกระทำได้โดยเจ้าอาวาสซึ่งเป็นผู้แทนของวัดเป็นผู้แสดงความประสงค์ให้ปรากฏตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 75 จึงเห็นสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกได้พิพากษากลับ ให้ตั้งวัดบ้านดอนบมผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของพระอธิการหินเขมิโก ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย