คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยใช้มีดแทงนางวรรณาตายโดยเจตนาฆ่าขอให้ลงโทษและนับโทษจำเลยต่อจากคดีดำที่ 501/2496
จำเลยให้การรับสารภาพได้ทำไปเพราะถูกยั่วโทษะและเป็นจำเลยคนเดียวกับคดีดำที่ 501/2496ศาลชั้นต้นเห็นว่าจะฟังว่าจำเลยวิกลจริตดังแถลงไม่ได้ จำเลยมีผิดตาม มาตรา 249, 59 จำคุก 7 ปี 6 เดือน แต่ไม่เห็นสมควรนับโทษต่อให้เพราะคดีนั้นจำเลยถูกจำคุก 2 เดือน แต่ต้องขังมาพอกับโทษให้ปล่อยไปโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุควรเชื่อว่าจำเลยจะวิกลจริตจึงสั่งให้พนักงานแพทย์ตรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14 แล้วให้เรียกแพทย์มาให้การ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยกระทำในขณะวิกลจริตแต่ยังมีสติพอจะรู้สึกผิดชอบหรือยับยั้งได้ตาม มาตรา 47ประมวลกฎหมายอาญา จึงพิพากษาให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 249ประกอบด้วย มาตรา 47, 59 คงจำคุก 2 ปี และให้ยกอุทธรณ์โจทก์ข้อขอนับโทษต่อกันโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าตามพฤติการณ์ที่ได้ความมาส่อแสดงให้น่าเชื่อว่าการกระทำของจำเลยกระทำไปในขณะวิกลจริต แต่ยังมีสติพอจะรู้สึกผิดชอบหรือยังยั้งได้ตาม มาตรา 47ส่วนข้อฎีกาของโจทก์เรื่องขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาเลขดำที่ 501/2496 ด้วยนั้นตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ให้อำนาจศาลใช้ดุลยพินิจในเรื่องเช่นนี้ได้ เมื่อศาลทั้งสองได้ใช้ดุลยพินิจไม่นับโทษจำเลยต่อให้ ก็ไม่มีเหตุผลอันใดจะเปลี่ยนแปลงในข้อดุลพินิจนั้น
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน