Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1195/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลมีคำสั่งไม่ให้โจทก์ถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา175วรรคสองหมายความว่าให้ศาลพิจารณาถึงความสุจริตของโจทก์ในการดำเนินกระบวนพิจารณาประกอบด้วยหากปรากฎต่อศาลว่าการที่โจทก์ขออนุญาตถอนฟ้องอาจทำให้เสียเปรียบในการดำเนินคดีศาลไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องได้คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเนื่องจากศาลชั้นต้นสั่งงดชี้สองสถานและนัดฟังคำพิพากษาโดยโจทก์แถลงรับข้อเท็จจริงว่าขณะทำสัญญาจะซื้อจะขายโจทก์ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาว่าคำฟ้องโจทก์เป็นการกล่าวอ้างถึงกรณีที่มีบทบัญญัติของกฎหมายห้ามมิให้กระทำการไว้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีเห็นได้ชัดว่าโจทก์รู้ดูว่าจะต้องแพ้คดีพฤติการณ์ขอถอนฟ้องคดีของโจทก์จึงมิได้เป็นไปโดยสุจริตซึ่งทำให้จำเลยเสียเปรียบการที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจึงชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจาก

โจทก์ฟ้องให้จำเลยไปทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5936 เป็นชื่อโจทก์

จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้องก่อนชี้สองสถาน

จำเลยยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เพราะขณะทำสัญญาจะซื้อจะขายที่โจทก์อ้างสิทธิมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ โจทก์ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ไม่มีอำนาจทำนิติกรรมใด ๆ จึงไม่มีอำนาจแต่งตั้งหรือมอบหมายให้นายสมชัย เป็นตัวแทนทำสัญญากับจำเลย โจทก์แถลงรับว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดมีนบุรีได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโจทก์ตามสำเนาคำสั่งท้ายคำร้องของจำเลยจริง แต่ศาลก็ได้มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายตามสำเนาคำสั่งดังกล่าวแล้วศาลชั้นต้นจึงให้งดการชี้สองสถานและนัดฟังคำพิพากษาก่อนถึงวันนัดโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง และแถลงว่าหากจำเลยคืนเงินค่าซื้อที่ดินพิพาทจำนวน 9,500,000 บาท โจทก์จะไม่ฟ้องจำเลยใหม่ จำเลยแถลงว่า ที่โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องและแถลงจะถอนฟ้องอย่างมีเงื่อนไข จึงขอคัดค้านโจทก์ อุทธรณ์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "พิจารณาแล้ว เมื่อจำเลยคัดค้านคำร้องขอถอนฟ้อง จึงให้ยกคำร้อง" เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะศาลไม่ได้ใช้ดุลพินิจของศาลเพียงอาศัยคำแถลงคัดค้านของทนายจำเลยเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้ว

เห็นว่า ศาลชั้นต้นได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาพยานหลักฐานทั้งปวงของทั้งสองฝ่ายตามที่ปรากฎ รวมทั้งการคัดค้านของจำเลยประกอบการวินิจฉัยแล้วจึงเห็นว่า ไม่สมควรที่จะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องดังนั้น คำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องนั้นชอบแล้ว และโจทก์ก็ไม่ได้ฎีกาคัดค้านถึงประเด็นดังกล่าว จึงเป็นอันยุติ คงเหลือปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลควรมีคำสั่งให้โจทก์ถอนฟ้องได้เพราะโจทก์ดำเนินคดีด้วยความสุจริต วัตถุประสงค์ของสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินไม่ขัดต่อกฎหมาย แต่โจทก์กระทำนิติกรรมดังกล่าวไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั้น เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ให้โจทก์ถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นได้ใช้ดุลพินิจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 175 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า

"ภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้วโจทก์อาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น เพื่ออนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องได้ ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต หรืออนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้" ซึ่งหมายความว่า ให้ศาลพิจารณาถึงความสุจริตของโจทก์ในการดำเนินกระบวนพิจารณาประกอบด้วย หากปรากฎต่อศาลว่าการที่โจทก์ขออนุญาตถอนฟ้องอาจทำให้จำเลยเสียเปรียบในการดำเนินคดีศาลไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องได้ คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเนื่องจากศาลชั้นต้นงดชี้สองสถานและนัดฟังคำพิพากษา โดยโจทก์แถลงรับข้อเท็จจริงว่า ขณะทำสัญญาจะซื้อจะขายโจทก์ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ต่อมาศาลชั้นต้นได้พิพากษาว่าคำฟ้องโจทก์เป็นการกล่าวอ้างถึงกรณีที่มีบทบัญญัติของกฎหมายห้ามมิให้กระทำการไว้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดี เห็นได้ชัดว่า โจทก์รู้ดีว่าจะต้องแพ้คดี พฤติการณ์ขอถอนฟ้องคดีของโจทก์จึงมิได้เป็นไปโดยสุจริต ซึ่งทำให้จำเลยเสียเปรียบ การที่ศาลอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจึงชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สิงหะ สัตยธรรม · อุระหวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8324/2560

ป.วิ.พ. มาตรา 175 ไม่ได้ระบุให้โจทก์ต้องแสดงเหตุผลในการถอนฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องในระหว่างการไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว โดยจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี เป็นการใช้สิทธิขอถอนฟ้องต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13293/2558

โจทก์ขอถอนฟ้องคดีภายหลังจำเลยที่ 1 และที่ 5 ยื่นคำให้การแล้วซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 วรรคสอง บัญญัติว่า "...ศาลจะอนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ (1) ห้ามไม่ให้ศาลอนุญาต โดยมิได้ฟังจำเลยหร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6312/2558

โจทก์ขอถอนฟ้องคดี ภายหลังจำเลยที่ 1 และที่ 5 ยื่นคำให้การแล้ว ซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 วรรคสอง บัญญัติว่า "...ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตหรืออนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ (1) ห้ามไม่ให้ศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5477/2558

การถอนฟ้องภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 เพียงแต่บัญญัติให้ศาลฟังจำเลยเท่านั้น มิได้บัญญัติห้ามไม่ให้ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11902/2557

การแก้ไขข้อต่อสู้ ข้ออ้าง หรือข้อเถียงที่เสนอต่อศาลแต่แรก ผู้คัดค้านต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขก่อนวันชี้สองสถาน หรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้