Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีฟ้องแบ่งมฤดก จำเลยให้การต่อสู้ว่า ได้แบ่งทรัพย์กันเสร็จไปแล้ว โจทก์แถลงว่าให้เข้าครอบครองที่ดินสองแปลงจริง แต่ไม่ใช่เพราะจำเลยแบ่งให้ ดังนี้ไม่ใช่คำรับ จำเลยคงมีหน้าที่นำสืบตามข้อต่อสู้ เมื่อจำเลยรับว่า ทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องเป็นของเจ้ามฤดกแล้ว การที่จำเลยอ้างว่าเจ้ามฤดกยกให้ตนก่อนตาย ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบ แม้ศาลกำหนดหน้าที่นำสืบไว้อย่างไร ถ้าคู่ความไม่สืบพะยาน ศาลก็วินิจฉัยให้แพ้ชนะตามแต่หน้าที่ที่จะต้องนำสืบตามกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นทายาทของผู้ตาย ขอแบ่งมฤดกจำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์เป็นทายาทของมฤดกจริง แต่โจทก์จำเลยกับทายาทอื่นได้ตกลงแบ่งทรัพยรายนี้เสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โดยโจทก์ได้รับสวนไป ๒ แปลง ส่วนทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องบางรายการไม่มีที่จำเลย บางรายการเจ้ามฤดกยกให้จำเลยก่อนตาย ก่อนสืบพะยาน โจทก์รับว่า ได้เข้าครอบครองสวน ๒ แปลงจริงแต่ไม่ใช่เพราะจำเลยแบ่งให้ และจำเลยรับว่าได้รับไปแปลงหนึ่งกับแถลงรับตามบัญชีท้ายฟ้องว่า ทรัพย์อันดับไหนที่ยังมีอยู่ที่จำเลย แล้วทั้งสองฝ่ายต่างไม่ติดใจสืบพะยาน ขอให้ศาลวินิจฉัยตามท้องสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยแบ่งมฤดกให้โจทก์ฉะเพาะทรัพย์ที่จำเลยรับว่ามีอยู่ที่จำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาคัดค้านเรื่องหน้าที่นำสืบ

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จำเลยต่อสู้ว่า ได้แบ่งทรัพย์กันเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว และโจทก์รับว่าได้เข้าครอบครองที่สวน ๒ แปลงนั้น โจทก์ได้แถลงไว้ว่า ไม่ใช่เพราะจำเลยแบ่งให้ เป็นการปฏิเสธข้ออ้างไม่ใช่คำรับตามข้อต่อสู้ของจำเลย เมื่อจำเลยไม่สืบให้สม ก็ต้องแพ้ความข้อนี้ ส่วนที่จำเลยต้องว่า เจ้ามฤดกยกให้ทรัพย์จำเลยบางอย่างก่อนตายนั้น ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบให้สม เพราะจำเลยรับว่าทรัพย์นั้นเป็นของเจ้ามฤดกแล้ว การยกให้จำเลยจึงเป็นข้ที่จำเลยกล่าวอ้างขึ้นหาใช่หน้าที่ของโจทก์ต้องนำนสืบปฏิเสธว่า เจ้ามฤดกไม่ได้ยกให้ไม่ ส่วนข้อที่คัดค้านว่า ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์นำสืบก่อนไม่ถูกต้องนั้น ก็เห็นว่า เรื่องนี้โจทก์มีหน้าที่นสืบก่อนในประเด็นเรื่องทรัพยที่จำเลยปฏิเสธว่า ไม่มีอยู่ที่จำเลยเหมือนกัน อย่างไรก็ดี เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างไม่ติดใจสืบพะยาน ศาลก็จะต้องวินิจฉัยไปตามกฎหมายคำสั่งในเรื่องหน้าที่นำสืบนั้นหาใช่ชี้ขาดในประเด็นทุกข้อไม่ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาคงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาถปรีชา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายแสวง ยะสารวรรณศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4961/2558

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เดิมผู้ร้องเคยสมรสกับจำเลยที่ 3 ต่อมาเมื่อปี 2535 ผู้ร้องหย่ากับจำเลยที่ 3 และได้ตกลงสัญญาในการหย่าให้ที่ดินพิพาทตกแก่ผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียว ผู้ร้องได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12715/2557

คำให้การจำเลยทั้งสิบมิได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างว่าผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง จึงไม่มีประเด็นโต้เถียงว่า ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนตามคำฟ้องหรือไม่ เพราะถือว่าจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3353/2552

คดีแพ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายจะต้องนำพยานมาสืบต่อศาลเพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานว่าพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่ากัน หากพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่าศาลก็จะใช้ดุลพินิจพิพากษาให้ฝ่ายนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8917/2550

สัญญากู้เงินมีข้อความว่า จำเลยกู้เงินไปจากโจทก์ทั้งสอง 476,720 บาท และได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว การที่จำเลยให้การรับว่าทำสัญญากู้จริงแต่ไม่ได้รับเงินกู้ มูลหนี้ตามฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการยกข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7334/2550

จำเลยให้การรับว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินตามฟ้องจริง แต่ปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้รับเงินกู้ เนื่องจากจำเลยและ ท. มารดาโจทก์ ไม่มีเจตนาที่จะให้มีผลผูกพันกันเป็นการต่อสู้ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ จำเลยจึงม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้