Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12715/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำให้การจำเลยทั้งสิบมิได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างว่าผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง จึงไม่มีประเด็นโต้เถียงว่า ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนตามคำฟ้องหรือไม่ เพราะถือว่าจำเลยทั้งสิบยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว โจทก์ไม่ต้องนำสืบข้อเท็จจริงนี้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 84 (3) ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยพยานหลักฐานโจทก์แล้วฟังว่า ผู้กู้ไม่ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ อายุความจึงไม่สะดุดหยุดลง คดีโจทก์ขาดอายุความ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบร่วมกันชำระเงิน 1,263,506.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี และค่าปรับในอัตราร้อยละ 6 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสิบ ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสิบเรื่องผิดสัญญากู้และสัญญาค้ำประกัน โดยบรรยายฟ้องมีสาระสำคัญว่า สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาท จำเลยทั้งสิบให้การทำนองเดียวกันว่า ดอกเบี้ยพร้อมค่าปรับตามคำฟ้องของโจทก์ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2547 ถึงวันฟ้อง วันที่ 1 ธันวาคม 2554 ระยะเวลา 7 ปี 5 เดือน เกินเวลากว่า 5 ปี จึงขาดอายุความที่โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องบังคับเอาจากจำเลยทั้งสิบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 และหนี้เงินกู้มีกำหนดชำระวันที่ 2 กรกฎาคม 2542 เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ โจทก์ต้องฟ้องลูกหนี้ภายในกำหนด 10 ปี

นับแต่วันครบกำหนด แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 1 ธันวาคม 2554 ซึ่งล่วงเลยเวลา 10 ปี สิทธิเรียกร้องโจทก์จึงขาดอายุความ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง บัญญัติให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้น หรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น แต่คำให้การของจำเลยทั้งสิบดังกล่าวมิได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างว่า สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาท อันจะทำให้อายุความสะดุดหยุดลง คำให้การจำเลยทั้งสิบในส่วนนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง จึงไม่มีประเด็นโต้เถียงว่า

สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาทหรือไม่ เพราะต้องถือว่าจำเลยทั้งสิบยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงไม่จำต้องนำสืบข้อเท็จจริงนั้นอีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 (3) การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยพยานหลักฐานโจทก์แล้วฟังว่า สหกรณ์การเกษตร กรป. กลาง นพค. เชียงใหม่ จำกัด ผู้กู้ไม่ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2547 เป็นเงิน 10,000 บาท อายุความจึงไม่สะดุดหยุดลง คดีโจทก์ขาดอายุความและพิพากษายกฟ้อง จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง

ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) และเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กษิดิ์เดช จีนสลุต · สุนันท์ ชัยชูสอน · จักรกฤช เจริญเลิศ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายชัย ลิ้มสุวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางสาวมยุรี จามิกรานนท์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.239/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ย106/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ย121/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5264/2549

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 และขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ชนกับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ โดยมิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4962/2546

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันแล้วผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อติดต่อกันเกินกว่า 2 งวด โจทก์จึงยึดรถที่เช่าซื้อคืน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3794/2540

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า กรรมการผู้มีอำนาจสองในสามคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนและผูกพันโจทก์ตามสำเนาภาพถ่ายหนังสือรับรองบริษัทเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1 โดยโจทก์แนบสำเนาหนังสื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3846/2538

การที่จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบว่าโจทก์ที่2ไม่ได้ไปสำนักงานที่ดินในวันทำสัญญา ซื้อขาย ที่ดิน และไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงมีลายมือชื่อโจทก์ที่2ปรากฏอยู่ในหนังสือ สัญญาซื้อขายที่ดินที่ระบุว่า จ. กับโจทก์ที่2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2752/2537

การที่โจทก์นำสืบถึงหนังสือมอบอำนาจเป็นการนำสืบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในประเด็นที่พิพาท เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์เป็นประเด็นไว้แล้ว แม้จะไม่ให้การปฏิเสธหนังสือมอบอำนาจซึ่งโจท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้