Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกู้เงินโจทก์เพียง 40,000 บาท ไม่ใช่68,000 บาท ดังโจทก์ฟ้อง แม้โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ในข้อนี้แต่จำเลยเป็นฝ่ายอุทธรณ์ว่าสัญญากู้เป็นเอกสารปลอม เพราะจำเลยลงลายมือชื่อในสัญญากู้โดยไม่ได้กรอกข้อความอื่นใดไว้ จึงมีประเด็นให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยได้ว่าสัญญากู้ปลอมหรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์จำนวน 68,000 บาท กำหนดชำระคืนภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2527 เมื่อถึงกำหนด จำเลยไม่ชำระเงินคืน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 81,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 68,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยเคยลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ในสัญญากู้ที่ยังมิได้กรอกข้อความไว้1 ฉบับ เหตุที่ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เพราะเมื่อประมาณปลายปีพ.ศ. 2526 โจทก์ได้ส่งนายดำเนิน อู๋สูงเนิน บุตรชายจำเลยไปทำงานที่ประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งโจทก์เป็นผู้ติดต่อหางานและสถานที่ทำงานให้และอาสาออกเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้นายดำเนินไปก่อน โดยมีข้อตกลงว่า เมื่อนายดำเนินได้ทำงานตามที่โจทก์จัดหาแล้ว นายดำเนินต้องจ่ายค่าตอบแทนให้โจทก์เป็นเงินจำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละหกต่อเดือนนับตั้งแต่วันส่งไปทำงานจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยต้องส่งเงินให้โจทก์ทุกเดือนนับตั้งแต่วันไปทำงานจนกว่าจะครบ หากนายดำเนินไม่ได้ทำงานเพราะโจทก์ไม่สามารถหางานให้ได้

โจทก์จะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อเป็นการค้ำประกันข้อตกลงดังกล่าว โจทก์จึงให้จำเลยทำหนังสือกู้มอบให้โจทก์ไว้ 1 ฉบับจำเลยมอบหนังสือ ส.ค.1 เลขที่ 95/269 ให้โจทก์ยึดถือไว้ด้วยหลังจากนั้น 1 เดือนเศษนายดำเนินกลับประเทศไทย อ้างว่าโจทก์ไม่สามารถหางานให้ทำได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆข้อตกลงค้ำประกันที่จำเลยทำไว้กับโจทก์เป็นอันระงับไป โจทก์ได้คืน ส.ค.1 เลขที่ 95/269 แก่จำเลย แต่สัญญากู้โจทก์อ้างว่าฉีกทิ้งแล้ว ต่อมาโจทก์ขอร้องให้จำเลยช่วยค่าใช้จ่ายที่โจทก์สำรองจ่ายไปครึ่งหนึ่งจำเลยไม่ยอม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันกู้ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 40,000 บาท นับแต่วันที่16 พฤศจิกายน 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ที่จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยเชื่อว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ตามฟ้องจริงแต่กู้ไปจำนวนเพียง40,000 บาท ไม่ใช่จำนวน 68,000 บาท ดังโจทก์ฟ้อง เท่ากับศาลชั้นต้นไม่ยอมรับว่าสัญญากู้ตามที่โจทก์นำมาฟ้อง คือเอกสารหมาย จ.2 เป็นเอกสารที่ถูกต้องโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ในข้อนี้ก็เท่ากับโจทก์ยอมรับว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ไม่ถูกต้องเช่นเดียวกัน ประเด็นในข้อนี้จึงยุติตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจที่จะวินิจฉัยได้อีกว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ใช้บังคับได้หรือไม่ นั้น เห็นว่าแม้โจทก์จะไม่ได้อุทธรณ์ในข้อนี้แต่จำเลยเองเป็นฝ่ายอุทธรณ์ว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 เป็นเอกสารปลอมเพราะจำเลยลงลายมือชื่อในสัญญากู้โดยไม่ได้กรอกข้อความอื่นใดไว้ ดังนี้จึงมีประเด็นให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยได้ว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ปลอมหรือไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเชื่อว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ไม่ปลอมและบังคับจำเลยตามสัญญาเป็นการชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7016/2550

แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่การที่จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้าน และศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาพอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2034/2545

สัญญากู้เงินระหว่างธนาคารโจทก์และจำเลยระบุว่า ในระยะ 3 ปีแรก โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยได้เพียงร้อยละ 7.86 ต่อปีเท่านั้น ต่อจาก 3 ปี นั้นแล้ว จึงมีสิทธิปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นได้แต่ต้องไม่เกิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2660/2545

โจทก์ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาศาลชั้นต้นจะต้องพิจารณาว่าเป็นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายและสั่งอนุญาตให้อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้หรือไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2061/2517

ในคดีอาญาศาลพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส คดีถึงที่สุดคำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าวไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 2, ที่ 3…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้