คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องกล่าวความว่าเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2499 เวลากลางวัน โคผู้สีแดง 1 ตัวราคา 500 บาท ของนายพรม การประสพได้พลัดเพริดหายไปติดตามหาไม่พบ เหตุเกิดที่ตำบลม่วงนา อำเภอ เมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ต่อมาวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2499 นั้นเองเวลากลางคืน หลังจากโคของเจ้าทรัพย์ได้หายไปแล้ว ได้มีผู้พบเห็นจำเลยนี้มีโคของเจ้าทรัพย์ไว้ในครอบครอง ทั้งนี้โดยจำเลยบังอาจสมคบกันยักยอกเอาโคของเจ้าทรัพย์ดังกล่าวแล้วไว้เป็นอาญาประโยชน์ของจำเลยเสีย หาได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายไม่ หรือมิฉะนั้นตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2499 เวลากลางวันจนถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2499 เวลากลางคืนซึ่งมีผู้พบเห็นจำเลยมีโคของเจ้าทรัพย์ไว้ในครอบครอง
จำเลยบังอาจสมคบกันรับเอาโคของเจ้าทรัพย์ไว้ในครอบครองโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เหตุทั้งนี้เกิดที่ตำบลม่วงนา อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสิทธุ์ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 318,321 จำเลยปฏิเสธและต่อสู้ว่าฟ้องเคลือบคลุมศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์ขัดกันในตัวเอง จำเลยไม่สามารถเข้าใจข้อหาได้ ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์บรรยายการกระทำและรายละเอียดไว้ชัดและไม่ขัดแย้งกัน พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่มีทางที่จำเลยจะหลงเข้าใจฟ้องผิดเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่ง ความผิดฐานยักยอกเก็บของตกกับฐานรับของโจรนั้นเป็นความผิดซึ่งเกี่ยวเนื่องกันอาจฟ้องรวมกันมาในคดีเดียวกันได้ตามฎีกาที่ 467/2491
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยฎีกาว่า ฟ้องเคลือบคลุมศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องฉบับนี้ได้บรรยายการกระทำและรายละเอียดชัดเจนพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีอยู่แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(2) และความผิดฐานยักยอกของหายในลักษณะเช่นนี้ กับความผิดฐานรับของโจรเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกันอยู่เช่นเดียวกันกับความผิดฐานลักทรัพย์กับความผิดฐานรับของโจรซึ่งย่อมฟ้องได้ในลักษณะทำนองเดียวกันนี้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์