คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยสมคบกันลักกระบือหรือมิฉะนั้นสมคบกันรับกระบือนั้นไว้โดยรู้ว่าเป็นของได้มาด้วยการกระทำผิดแต่ในคำขอท้ายฟ้องโจทก์ไม่ได้อ้างกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 321เป็นบทขอให้ลงโทษจำเลยด้วย คงอ้างแต่มาตรา 288, 293, 294, 72จำเลยทั้งสามรับสารภาพว่าได้สมคบกันรับซื้อกระบือของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายจริงศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยลักทรัพย์ส่วนข้อหาฐานรับของโจรนั้น โจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษเพราะไม่ได้อ้างบทมาตราฐานรับของโจรมาในท้ายคำฟ้องศาลจะลงโทษเกินคำขอไม่ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานรับของโจร ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า ควรยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) ให้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดจึงเห็นได้ว่าตามวิธีพิจารณามีความประสงค์ให้อ้างบทมาตราแห่งความผิดที่โจทก์ไม่ได้อ้างบทมาตรฐานรับของโจรในท้ายฟ้องนั้นปรากฏตามท้องสำนวนว่าเป็นเพราะความพลั้งเผลอ จะวินิจฉัยว่าโจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่ หาได้ไม่ เมื่อโจทก์มิได้มีคำขอให้ลงโทษฐานรับของโจรตามที่กฎหมายบัญญัติให้อ้าง จึงพิพากษาลงโทษจำเลยไม่ได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง