Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 277/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ของผู้มีชื่อ ทางพิจารณาได้ความว่าผู้นั้นเป็นเพียงผู้ดูแลรักษาทรัพย์นั้นดังนี้ ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องฟ้องกล่าวถึงทรัพย์ที่ถูกคนร้ายลักไปแล้วกล่าวว่าจำเลยลักหรือรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย แม้ไม่ระบุว่าจับได้จากจำเลยหรือจำเลยได้กระทำอย่างอื่นใดแก่ทรัพย์นั้น ก็ไม่ถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 321 ป.วิ.อ. มาตรา 5 ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.อ. มาตรา 288 ป.อ. มาตรา 293 ป.อ. มาตรา 321

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่ามีคนร้ายลักกระบือของนายจันไป เจ้าทรัพย์ตามได้กระบือคืน ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสองบังอาจสมคบกันเป็นคนร้ายลักหรือมิฉะนั้นจำเลยทั้งสองสมคบกันรับทรัพย์ของกลางไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษตาม มาตรา 293, 294, 321ศาลชั้นต้นสืบพยานได้ปาก 1 แล้วโจทก์ขอแก้ฟ้องว่ากระบือเป็นของนายเนื้อ ส่วนนายจันเป็นผู้ดูแลรักษาแทน ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาต เมื่อสืบพยานเสร็จแล้วยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่ได้ภาษาและไม่ได้กล่าวว่าจำเลยทำอะไรอันจะอ้างได้ว่าจำเลยลักหรือรับกระบือโดยรู้ว่าเป็นของร้าย จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า นายจัน เป็นบุตรเขยนายเนื้อ ๆ มอบกระบือให้นายจันดูแลแทน นายจันย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้เสียหายมิใช่เรื่องผิดเจ้าของและทำให้จำเลยหลงต่อสู้ ข้อเท็จจริงจึงไม่ต่างกับฟ้อง ส่วนคำบรรยายฟ้อง ก็เพียงพอที่จะให้จำเลยเข้าใจได้ดีแล้วว่า ถูกหาว่าลักหรือรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย ส่วนลักษณะของการกระทำ เช่นขี่ไปหรือจูงไป หรือรับฝากรับจำนำเป็นพละความจึงให้ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาถปรีชา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2007/2500

ถึงแม้ในคำบรรยายฟ้องอาญา โจทก์จะได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดแล้วก็ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6)ก็ยังมีความประสงค์ให้โจทก์อ้างบทมาตราแห่งความผิดไว้ในท้ายฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2500

บรรยายฟ้องข้อ 1 ว่าจำเลยลักทรัพย์ แต่กล่าวในฟ้องข้อ2 ว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร เช่นนี้เป็นฟ้องที่ขัดกัน ทำให้จำเลยไม่เข้าใจข้อหาได้ดี เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2487

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยตัดรั้วเข้าไปโดยเจตนาลักทรัพย์แต่ลักทรัพย์ไม่สำเร็จ แม้ไม่ระบุว่าจะลักทรัพย์อะไรก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2486 (เลขอ้างอิง 54589)

โจทก์ฟ้องว่ากระบือถูกคนร้ายลักไป ต่อมาจับกระบือได้จากจำเลยโดยจำเลยเป็นผู้ร้ายลักหรือรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย ขอให้ลงโทษตาม มาตรา 293,321 ดังนี้ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2486 (เลขอ้างอิง 88617)

โจทฟ้องว่ากะบือถูกคนร้ายลักไป ต่อมาจับกะบือได้จากจำเลยโดยจำเลยเปนผู้ร้ายลักหรือรับไว้โดยรู้ว่าเปนของร้าย ขอไห้ลงโทสตาม ม. 293,321. ดังนี้ไม่เปนฟ้องเคลือบคลุม.

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้