คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๔ ถึงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๔๙๔ เวลาใดไม่ปรากฎชัด ไจำเลยด้บังอาจลักพระเครื่องลาง ๓ องค์ และธนบัตรชนิดต่าง ๆ ๓๐๐ บาท ของพระภิกษุวุฒิไป ฯลฯ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๘๘, ๒๙๓. จำเลยรับสารภาพว่า ได้ลักทรัพย์ดังกล่าวไปจริง ในเวลากลางคืน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓ จำคุก ๑ ปี ฯลฯ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยผิดตามมาตรา ๒๘๘ นอกนั้นยืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องกล่าวว่า ระหว่าง ๒๐ วันเศษนั้น จำเลยลักทรัพย์ของเจ้า ทรัพย์ไป แต่จะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ไม่ปรากฎชัด ดังนี้ ย่อมกินความตลอดทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืนจำเลยก็รับว่า ได้ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จึงลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๓ ตามที่โจทก์ไว้ด้วยตามศาลชั้นต้น