Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้เอาประกันภัยละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงอันจะทำให้สัญญาประกันภัยตกเป็นโมฆียะตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 นั้น ต้องเป็นข้อความซึ่งผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเหตุจูงใจให้ผู้รับประกันภัยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีก หรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญาผู้เอาประกันภัยเป็นคนอ่านหนังสือไม่ออก และมิได้ทราบถึงความร้ายแรงแห่งโรคที่ตนเป็นอยู่ เพราะยังคงทำงานได้เช่นคนปกติทั่วไป ทั้งตัวแทนของจำเลยก็มิได้สอบถามประวัติความป่วยเจ็บของผู้เอาประกันภัย เพียงแต่สอบถามอายุและให้ลงลายมือชื่อในแบบคำขอเอาประกัน แล้วตัวแทนจำเลยก็นำแบบคำขอเอาประกันภัยนั้นไปกรอกข้อความ เสียเอง ผู้เอาประกันภัยจึงไม่มีโอกาสจะได้รู้ข้อความจริง ที่ตนเคยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก่อน อันจะเป็นเหตุจูงใจให้จำเลยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น หรือให้จำเลยบอกปัดไม่ยอมทำสัญญาประกันภัยหรือไม่ เมื่อผู้เอาประกันภัยไม่รู้เช่นนี้จึงจะถือว่าผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้วละเว้นเสีย ไม่เปิดเผยข้อความจริงนั้นหาได้ไม่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิ บอกล้าง สัญญาประกันชีวิตรายนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญารับประกันชีวิตนางระเบียบซึ่งเป็นภรรยาของโจทก์ที่ 1 และเป็นมารดาของโจทก์ที่ 2 ที่ 3 ไว้เป็นเงิน 18,300 บาท ตามกรมธรรม์แบบออมทรัพย์สงเคราะห์เลขที่ 148482 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2520 ท้ายฟ้อง ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาประกัน16 ปี ชำระเบี้ยประกันภัยเดือนละ 150 บาทมีกำหนด 11 ปี นางระเบียบได้ชำระเบี้ยประกันให้จำเลยแล้ว 8 เดือน เป็นเงิน 1,200 บาท ต่อมานางระเบียบได้วายชนม์ลงเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2521 จำเลยไม่ยอมจ่ายเงินค่าประกันภัยให้แก่โจทก์ทั้งสาม ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์และกลับมีหนังสือบอกล้างมายังโจทก์ทั้งสามเมื่อเดือนกรกฎาคม 2521 อ้างว่านางระเบียบปกปิดความจริงในเรื่องสุขภาพไม่สมบูรณ์สัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะ ให้โจทก์ทั้งสามได้รับเบี้ยประกันคืน

การกระทำของจำเลยเป็นการหลอกลวงฉ้อโกงเงินประกันชีวิตซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับ ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินค่าประกันชีวิต 18,300 บาทแก่โจทก์ทั้งสามจำเลยให้การว่า โจทก์ที่ 1 ไม่ใช่สามีของนางระเบียบ โจทก์ที่ 2 ที่ 3 ก็ไม่ใช่บุตรของนางระเบียบ โจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการให้นางระเบียบประกันชีวิตโดยชำระเบี้ยประกันแทนนางระเบียบมาตลอด โจทก์ทั้งสามมิได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียอย่างใด สัญญาประกันชีวิตของนางระเบียบจึงไม่มีผลใช้บังคับได้ นางระเบียบมีสุขภาพไม่สมบูรณ์มาก่อนโดยป่วยเป็นโรคปวดข้อและความดันโลหิตสูงมาตั้งแต่ปี 2515 เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลต่อเนื่องกันมาโดยตลอดจนถึงขณะทำสัญญานางระเบียบได้ปกปิดความจริงข้อนี้ไว้ไม่แจ้งให้จำเลยทราบ หากจำเลยทราบจำเลยจะไม่รับทำสัญญาประกันชีวิตด้วย สัญญาประกันชีวิตของนางระเบียบจึงตกเป็นโมฆียะ ซึ่งจำเลยได้บอกล้างไปแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยชำระเงินค่าประกันได้ โจทก์ไม่เคยทวงถามก่อนฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 18,300 บาท แก่โจทก์ทั้งสาม

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่จำเลยฎีกาว่าตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของฝ่ายผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งเรื่องสุขภาพโดยฝ่ายผู้รับประกันภัยไม่จำต้องสอบถามนั้น เห็นว่า การที่ผู้เอาประกันภัยละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริง อันจะทำให้สัญญาประกันภัยตกเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 นั้น ต้องเป็นข้อความซึ่งผู้เอาประกันรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเหตุจูงใจให้ผู้รับประกันภัยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีก หรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญา คดีนี้ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วว่า นางระเบียบผู้เอาประกันภัยเป็นคนอ่านหนังสือไม่ออก และมิได้ทราบถึงความร้ายแรงแห่งโรคที่ตนเป็นอยู่

เพราะนางระเบียบยังคงทำงานได้เช่นคนปกติทั่วไป ทั้งนายทองคำตัวแทนของจำเลยก็มิได้สอบถามประวัติความป่วยเจ็บของนางระเบียบ เพียงแต่สอบถามอายุและให้นางระเบียบลงลายมือชื่อในแบบคำขอประกันแล้วนายทองคำก็นำแบบคำขอเอาประกันนั้นไปกรอกข้อความเสียเอง นางระเบียบจึงไม่มีโอกาสจะรู้ได้ว่าข้อความจริงที่ว่าตนเคยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก่อนนั้นจะเป็นเหตุจูงใจให้จำเลยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือให้จำเลยบอกปัดไม่ยอมทำสัญญารับประกันภัยหรือไม่ เมื่อนางระเบียบไม่รู้เช่นนี้จึงจะถือว่านางระเบียบรู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงนั้นหาได้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีสิทธิบอกล้างสัญญาประกันชีวิตรายนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 เป็นการชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์ · พินิจ สังขนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2531

ป. ซึ่งรู้ตัวดีว่าตนเป็นโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษและเคยเข้ารับการตรวจรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาก่อน ได้ขอเอาประกันชีวิตต่อจำเลย ตัวแทนผู้หาประกันของจำเลยจัดให้แพทย์มาตรวจร่างกายของ ป. เพื่อทำรายงานให้จำเลยประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3354/2527

โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามกรมธรรม์ จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าสัญญาประกันชีวิตรายพิพาทเป็นแบบประหยัดไม่ต้องให้แพทย์ตรวจสุขภาพของผู้เอาประกันชีวิตก่อน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2520

โรคถุงลมพองเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หายขาดและอาจทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ความตายได้ โรคถุงลมพองจึงเป็นโรคที่มีความสำคัญอันอาจถือเป็นเหตุให้จำเลยบอกปัดไม่ยอมทำสัญญาประกันชีวิตผู้ขอเอาประกันได้ถ้าจำเลยผู้รับประก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2566

การที่ ย. รู้ถึงข้อเท็จจริงที่ตนเคยได้รับการตรวจสุขภาพ และแพทย์ให้ข้อสังเกตว่าตนเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก่อนแล้ว แต่ไม่เปิดเผยข้อความจริงนั้น ซึ่งหาก ย. เปิดเผยย่อมจูงใจให้จำเลยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5133/2562

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยบอกล้างโมฆียะกรรมภายใน 30 วัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคหนึ่ง สัญญาประกันชีวิตจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยทราบมูลอันควรจะบอกล้างโมฆียะก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้