คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ โจทก์ทั้ง ๒ เป็นสามีภริยากัน ฟ้องจำเลยว่าฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๐๔,๓๑๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑,๓๕๒
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า มูลกรณีนี้ได้มีการฟ้องร้องทางแพ่ง ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดให้จำเลยคืนทรัพย์รายพิพาทให้โจทก์ที่ ๒ และทนายโจทก์ที่ ๒ และทนายจำเลยได้แถลงร่วมกันว่า โจทก์จำเลยยินยอมที่จะไม่ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และทางอาญากันต่อไป โจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๒ คงประทับฟ้องเฉพาะโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า การยอมความในคดีความผิดต่อส่วนตัวตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๓๙ ได้แก่การยอมเลิกความนั่นเอง โจทก์ที่ ๒ และจำเลยได้ตกลงกันโดยชัดแจ้งตามหลักฐานเอกสารในสำนวนคดีของศาลว่า ทั้งสองฝ่ายยินยอมที่จะไม่ดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญาต่อไป สิทธินำคดีมาฟ้องย่อมระงับไปตาม มาตรา ๓๙(๒) โจทก์ที่ ๒ ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยในคดีนี้ได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน