Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1284/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยกับพวกขอให้ศาลเพิกถอนการฉ้อฉลและให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ในระหว่างการพิจารณาจำเลยได้โอนขายที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างให้ผู้อื่นทำให้โจทก์เสียหายดังนี้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 187ซึ่งหมายความถึงกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้วจึงจะเป็นความผิด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่บุคคลอื่นในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลแพ่งซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยกับพวก ขอให้เพิกถอนกลฉ้อฉลและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นให้โจทก์ โดยเจตนาให้ทรัพย์อันจะถูกยึดหรืออายัดหรือน่าจะถูกยึดหรืออายัดต้องสูญหาย ไร้ประโยชน์เพื่อมิให้การเป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 187ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 187 บัญญัติว่า"ผู้ใดเพื่อจะมิให้การเป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้นเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัด หรือที่ตนรู้ว่าน่าจะถูกยึดหรืออายัด

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ตามบทกฎหมายดังกล่าวเห็นว่า การทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัดหรือที่รู้ว่าน่าจะถูกยึดหรืออายัดนั้นต้องเป็นกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว และผู้นั้นได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เพื่อมิให้การเป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล แต่คดีนี้ยังไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลในคดีแพ่งนั้น เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดดังโจทก์ฟ้องพิพากษายกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ทรัพยวณิช · คมกริช นุรักษ์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2563

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2554 โจทก์ไปหาจำเลยทั้งสองที่บ้านตามฟ้อง แต่ไม่พบจำเลยที่ 1 ทราบว่าย้ายออกจากบ้านนานแล้ว โดยนำทรัพย์สินภายในบ้านติดตัวไปด้วย ส่วนจำเลยที่ 2 โจทก์ไม่ทราบว่าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4196/2558

ทรัพย์ที่ลูกหนี้โอนไปให้ผู้อื่น อันจะเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 350 นั้น หมายถึงทรัพย์ใด ๆ ของลูกหนี้ที่มีอยู่ได้มีการโอนไป ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญากับองค์การคลังสินค้า 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3628/2556

เมื่อจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว จำเลยก็ต้องปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอม จะอ้างเหตุดังที่จำเลยนำสืบมาบ่ายเบี่ยงหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้เป็นไปตามคำพิพากษาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10783/2554

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 187 ต้องเป็นการทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัด หรือที่ตนรู้ว่าน่าจะถูกยึดหรืออายัด จึงต้องเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1300/2539

การที่ศาลออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและชำระหนี้แก่จำเลยในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้นเป็นการกระทำตามคำสั่งศาลในชั้นบังคับคดีเพื่อนำเงินที่ศาลมีคำสั่งให้ยึดไว้ชั่วค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้