Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1292/2500

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การใช้กฎหมายส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3 นั้น ต้องพิจารณาทั้งโทษสูงและโทษต่ำ เช่น ถ้าจะลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสถ้าจะลงโทษจำคุกเกิน 7 ปี ซึ่งจะลงได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 เช่นนี้ ต้องใช้ มาตรา 256 เพราะลงโทษจำคุกได้ไม่เกิน 7 ปี แต่ถ้าจะลงโทษต่ำกว่า 2 ปีลงมา (ถึง 6 เดือน) ต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297เพราะบัญญัติให้ทำได้แต่ถ้าการวางโทษอยู่ในระดับที่ใช้กฎหมายลักษณะอาญาก็ได้หรือใช้ประมวลกฎหมายอาญาก็ได้ เช่นนี้ควรใช้กฎหมายลักษณะอาญา อันเป็นกฎหมายในขณะทำผิด(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 10/2500)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 53 ป.อ. มาตรา 3 ป.อ. มาตรา 297

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2498 เวลากลางวันจำเลยนี้ได้บังอาจใช้มีดฟันนายโปร่ง แสงเงินข้อมือขาดและแก้มขวาบาดเจ็บถึงรูปหน้าเสียโฉม จึงขอให้ลงโทษจำเลยต่อสู้ว่านายโปร่งซึ่งเป็นสามีจำเลยได้เอามืออุดปากลูกจนหน้าเขียว ร้องไม่ออก และไม่ดิ้นจำเลยกลัวลูกจะตายจึงฟันเอาหลายทีไม่ทราบว่าถูกที่ไหนบ้าง ทั้งจำเลยเป็นไข้มาเรเลียขึ้นสมอง ไม่รู้สึกผิดชอบขณะที่ฟันศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ข้อแก้ตัวว่าไม่รู้สึกตัวของจำเลยโดยว่าเป็นไข้มาเรเลียขึ้นสมองนั้นฟังไม่ได้ พิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 ให้จำคุก 3 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยกระทำไปเพื่อป้องกันบุตรแต่เป็นการเกินแก่เหตุ

พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256ประกอบด้วย มาตรา 50, 53 ให้จำคุก 1 ปี แต่ให้รอการลงอาญาไว้ตาม มาตรา 41โจทก์ฎีกาว่าจำเลยทำไปโดยโกรธ มิใช่เพื่อป้องกันชีวิตลูก จึงขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยคดีแล้ว พิพากษายืน แต่ได้มีการปรึกษาในที่ประชุมใหญ่ในเรื่องการใช้บทกฎหมายลักษณะอาญา และการใช้บทกฎหมายประมวลอาญาลงโทษจำเลยไว้ดังต่อไปนี้ในขณะที่ศาลฎีกาพิจารณาคดีนี้เป็นเวลาที่ยกเลิกกฎหมายลักษณะอาญาแล้ว และกำลังใช้ประมวลกฎหมายอาญา ตาม มาตรา 3แห่งประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติว่า ถ้ากฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลัง ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดดังนี้จึงต้องดูว่า

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256กับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 บทไหนเป็นคุณแก่จำเลยที่ประชุมใหญ่มีความเห็นว่า มาตรา 256 แห่งกฎหมายลักษณะอาญากับมาตรา 297 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต่างมีคุณแก่ผู้กระทำผิดคือถ้าดูในโทษขั้นสูงแล้ว มาตรา 256 มีคุณกว่า เพราะจำคุกอย่างสูงเพียง 7 ปี แต่มาตรา 297 ลงโทษอย่างสูงได้ถึง 10 ปี แต่ถ้าจะดูโทษขั้นต่ำแล้ว มาตรา 297 มีคุณกว่า เพราะอาจลงโทษแต่ 6 เดือน ขึ้นไป ส่วน มาตรา 256 ลงโทษจำคุกแต่ 2 ปีขึ้นไป จึงให้ถือหลักว่าถ้าจะลงโทษจำคุกเกิน 7 ปี ต้องใช้กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 ถ้าจะลงโทษจำคุกต่ำกว่า 2 ปีลงมา (ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน) แล้วต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297สำหรับการลงโทษในคดีนี้ เมื่ออาจจะใชมาตรา 256, 50, 53แห่งกฎหมายลักษณะอาญาก็เป็นคุณแก่จำเลยแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2490

เห็นคนในสวนทุเรียนในเวลาค่ำคืน เข้าใจว่าเป็นคนร้ายร้องทักถามแล้วไม่ได้รับคำตอบจึงใช้ปืนแก๊ปยิงไป 1นัด ถูกที่ขา บาดเจ็บสาหัส ดังนี้เป็นการกระทำอันเกินสมควรแก่เหตุ และมีความผิดใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2486

จำเลยไช้ไม้ตีผู้เสียหายโดยทางป้องกัน แล้วแย่งมีดจากผู้เสียหายได้ จึงทำร้ายผู้เสียหายถึงสาหัสอีก ซึ่งการทำร้ายพายหลังนี้ผู้เสียหายได้ล้มลงไปหมอบหยู่ไม่มีอาวุธแต่หย่างไดเช่นนี้ ต้องถือว่าเปนการป้องกันตั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2502

แม้จำเลยจะคิดว่าพลตำรวจม้วนเป็นคนร้ายงัดห้องแต่จำเลยก็มิได้เจตนาจะยิงคนร้ายจำเลยเพียงแต่ยิงเพื่อขู่โดยไม่เห็นตัวและได้ยิงลงต่ำ ไม่ประสงค์ให้ถูกใครหากแต่เผอิญกระสุนไปถูกไม้คร่าวจึงแฉลบไปถูกพลตำรวจม้วนเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1430/2500

จำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องในการวิวาท เป็นแต่ผู้ยืนดูอยู่ข้างนอก ผู้ตายมาตีจำเลย 2-3 ที่แล้วยังจะตีซ้ำอีก จำเลยจำต้องป้องกันตัวและไม่มีโอกาสที่จะมัวเลือกหาอาวุธอื่นใดมาใช้ได้ทัน จึงต้องใช้อาวุธมีดที่มีอยู่แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1381/2500

จำเลยสามคนไล่ทำร้ายบุคคลสองคน บุคคลทั้งสองนั้นวิ่งหนีไปที่เรือนผู้เสียหาย ผู้เสียหายช่วยป้องกันคนทั้งสองโดยสอดมือออกมาจะขัดประตูเรือน จำเลยคนหนึ่งใช้ดาบฟันมือผู้เสียหายจนนิ้วขาด ดั่งนี้ เป็นเรื่องนอกค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้