Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเสียอากรมหรศพต้องเสียเป็นรายตัวผู้ดู และเมื่อได้รับตั๋วจากผู้ดูแต่ละครั้งก็ต้องฉีกตั๋วทันทีทุกครั้ง ไม่ใช่เก็บรวมไว้ฉีกในคราวเดียวกัน หากไม่ฉีกตั๋วในขณะที่ได้รับจากผู้ดูครั้งใด เจ้าของมหรศพก็ต้องรับผิดเสียเงินอากรเพิ่มโดยคำนวณเงินจากตั๋วเป็นรายตั๋วซึ่งมิได้ฉีก เจ้าของมหรศพรับตั๋วไว้จากผู้ดูหลายฉบับ แต่ไม่ใช่รับไว้ในขณะเดียวกัน เมื่อไม่ฉีกตั๋วเท่านั้น อันจะต้องรับผิดเสียเงินอากรเพิ่ม ดังนี้ การที่จะวินิจฉัยว่าการเสียเงินอากรเพิ่มเป็น 2 เท่า ของเงินอากรที่ต้องเสีย กับการเสียเป็นเงิน 25 บาท อย่างใดจะมากกว่ากันนั้น ต้องคำนวณเทียบกันดูเป็นรายฉบับ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์เสียเงินเพิ่มอากร ฯ 10,642.5 บาท ซึ่งที่ถูกโจทก์ควรเสียเพียง 2,128.5 บาท เท่านั้น ขอให้พิพากษาว่าคำสั่งของจำเลยไม่ชอบ และให้โจทก์ชำระเงินอากรเพิ่มเพียง 2,128.50 บาท ดังนี้ ทุนทรัพย์ที่โจทก์ขอให้ปลดเปลื้องทุกข์มีจำนวน 8,514 บาท (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 15/2506 ในปัญหาเรื่องเงินเพิ่มอากร)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ขณะที่โจทก์กำลังจำหน่ายตั๋วและผู้ดูกำลังผ่านประตูเพื่อเข้าชมภาพยนต์ ณ โรงภาพยนต์ของโจทก์ เจ้าพนักงานคณะกรรมการตรวจสอบภาษีอากรได้ตรวจพบตั๋วซึ่งปิดอากรมหรศพครบถ้วน แต่ยังไม่ได้ฉีกให้อากรมหรศพขาดสองท่อน รวม ๓๘๗ ฉบับ จึงสอบสวน โจทก์แล้วส่งเรื่องให้จำเลยผู้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่อากรมหรศพวินิจฉัยสั่งปรับหรือเรียกอากรเพิ่มอากรมหรศพคิดตามรายตัวผู้ดูหรือ รายตั๋ว ๓๘๗ ฉบับ ๆ ละ ๒๕ บาท เป็นเงิน ๙,๖๗๕ บาท กับเงินภาษีเทศบาลอีกร้อยละสิบเป็นเงิน ๙๖๗.๕๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑๐,๖๔๒.๕๐ บาท โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยของจำเลยขัดกับประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๓๘ ทวิ เพราะตั๋วราคา ๗ บาท ต้องเสียอากรมหรศพและภาษีเทศบาลฉบับละ ๒.๕๐ บาท ๓๘๗ ฉบับ

รวมเป็นอากรที่ต้องเสีย ๙๖๗.๕ บาท โจทก์ต้องรับผิดเสียเพิ่มเป็น ๒ เท่าเป็นเงินอากรเพิ่ม ๑,๙๓๕ บาท กับภาษีเทศบาลอีก ๑๙๓.๕๐ บาท รวมเป็น ๒,๑๒๘.๕๐ บาท เท่านั้น ไม่ใช่ต้องเสียอากรเพิ่มคิดเป็นรายตั๋วหรือรายตัวผู้ดู ฉบับละ ๒๕ บาท เป็นเงิน ๑๑,๖๔๒.๕๐ บาท ตามคำสั่งจำเลย ขอให้พิพากษาว่าคำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้โจทก์ชำระอากรเพิ่มเพียง ๒,๑๒๘.๕๐ บาท

จำเลยให้การว่า คำสั่งของจำเลยชอบแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้โจทก์ชำระเงินเพิ่มให้แก่จำเลยเพียง ๒,๑๒๘.๕๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาคดีในที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่า มาตรา ๑๓๒ แห่งประมวลรัษฎากรบัญญัติให้เสียอากรมหรศพเป็นรายตัวผู้ดู และมาตรา ๑๓๘ มีความหมายว่า เมื่อได้รับตั๋วจากผู้ดูแต่ละครั้ง ก็ต้องฉีกตั๋วทันทีทุกครั้ง หาใช่เก็บรวมกันไว้แล้วมารวมฉีกในคราวเดียวกันไม่ หาไม่ฉีกตั๋วอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๓๘ ครั้งใด เจ้าของก็ต้องรับผิดเสียเงินอากรเพิ่มโดยคำนวณเงินจากตั๋วเป็นรายตัวผู้ดูซึ่งมิได้ฉีกตั๋วในครั้งนั้นตามมาตรา ๑๓๘ ทวิ ตามข้อเท็จจริง โจทก์ไม่ได้รับตั๋วไว้จากผู้ดูในขณะเดียวพร้อมกันทั้ง ๓๘๗ ฉบับและมิได้ฉีกตั๋วแต่ละครั้งขณะที่ได้รับจากผู้ดู ถือได้ว่าการกระทำของโจทก์เป็นความผิดสำเร็จแล้วแต่ละครั้ง แม้จะเป็นไปในเวลาใกล้ชิดติดต่อกันก็เป็นการกระทำผิดหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระกัน

เมื่อการไม่ฉีกตั๋วแต่ละครั้งเป็นความผิดสำเร็จครบถ้วน โจทก์ก็มีหน้าที่ต้องรับผิด เสียเงินอากรเพิ่มตามมาตรา ๑๓๘ ทวิ เป็นจำนวน ๒ เท่า ของเงินอากรที่ต้องเสียสำหรับตั๋วแต่ละฉบับ หรือเป็นเงิน ๒๕ บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ปรากฎว่าจำนวน ๒ เท่าของอากรที่ต้องเสียนี้มีจำนวนน้อยกว่า ๒๕ บาท ฉะนั้น คำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์เสียเงินอากรเพิ่มติดตามรายตัวผู้ดูหรือรายตั๋วฉบับละ ๒๕ บาท กับเงินภาษีเทศบาลรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๐,๖๔๒.๕๐ บาท จึงชอบด้วยมาตรา ๑๓๘ ทวิแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ อนึ่งศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาโดยคำนวณจากทุนทรัพย์ ๑๐,๖๔๒.๕๐ บาท แท้จริงทุนทรัพย์ที่โจทก์ขอให้ปลดเปลื้องทุกข์มีจำนวนเพียง ๘,๕๑๔ บาทเท่านั้น ศาลฎีกาจึงให้ศาลชั้นต้นคืนส่วนที่เรียกเกินให้โจทก์ด้วย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง เหลืองรังษี · ประมูล สุวรรณศร · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นายอุทิศ บุญชู
ศาลอุทธรณ์ - นายเกษม ทิพยจันทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4300/2567

การกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 จำเลยทั้งสองเป็นคู่ความร่วมใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2562

แม้ฟ้องโจทก์ระบุชื่อโจทก์ว่า ฉ. ที่ถึงแก่ความตายไปแล้วซึ่งไม่มีสภาพบุคคล ที่ถูกต้องระบุชื่อคู่ความว่า ล. ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ฉ. โจทก์ก็ตาม แต่การบรรยายฟ้องเมื่ออ่านแล้วเป็นที่เห็นได้ว่า ล. ในฐานะผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8505/2561

จำเลยแก้ฎีกาว่า ฎีกาของโจทก์ตั้งแต่หน้า 10 ถึงหน้า 19 เป็นการคัดลอกมาจากอุทธรณ์ในหน้า 39 ถึงหน้า 55 ถือเป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งนั้น ฎีกาของโจทก์ในหน้า 10 ถึงหน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 624889)

ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ง) ได้ เมื่อคู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดสามารถพิสูจน์ได้ว่า คำชี้ขาดวินิจฉัยข้อพิพาทนั้นไม่อยู่ในขอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 616581)

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การดำเนินการทางศาลตามหมวดนี้ ให้ยื่นต่อศาลแพ่งและให้นำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม" และวรรคสอง บัญญัติว่า "ในการนี้ให้พนักงา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้