Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมหลังจากเสร็จการสืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนโดยมิได้อ้างเหตุตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88ศาลชั้นต้น (ศาลแรงงานกลาง) มีคำสั่งอนุญาต สำเนาให้จำเลย และทนายจำเลยได้รับสำเนาแล้ว คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาเมื่อจำเลยไม่ได้โต้แย้งไว้ จึงยกขึ้นอุทธรณ์คัดค้านไม่ได้ ต้องห้าม ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 88 ป.วิ.พ. มาตรา 226 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ทำหน้าที่แผนกช่างได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ 105 บาท ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 840 บาท เงินประกันจำนวน 200 บาท และค่าชดเชยจำนวน9,450 บาท แก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยเลิกจ้างโจทก์ แต่โจทก์ได้ลาออกจากงานเองโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย จำเลยค้างจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ 840 บาท จริงเนื่องจากโจทก์ปฏิเสธที่จะไม่รับเงินจำนวนดังกล่าวเอง จำเลยเรียกเก็บเงินประกันจำนวน 200 บาท ไว้จากโจทก์ เนื่องจากจำเลยมีข้อตกลงกับโจทก์ว่าหากโจทก์ทำงานไม่ครบ1 ปี หรือโจทก์ลาออกจากงานโดยไม่แจ้งให้จำเลยทราบเป็นหนังสือล่วงหน้า 1 เดือนแล้ว

จำเลยมีสิทธิริบเงินประกันจำนวนดังกล่าวโจทก์ลาออกโดยไม่แจ้งจำเลยทราบเป็นหนังสือล่วงหน้า 1 เดือนโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าวคืน ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน840 บาท ค่าชดเชยจำนวน 9,450 บาท และคืนเงินประกันจำนวน 200บาท แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่าศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนโดยรับฟังคำเบิกความของนายยุทธนา นุชนารถ พยานโจทก์ ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากจำเลยได้แถลงหมดพยานจำเลยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2534 เวลา 9 นาฬิกาแต่โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2534 เวลา10 นาฬิกาเศษ อันเป็นเวลาภายหลังที่จำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนได้เสร็จการสืบพยานหลักฐานของจำเลยแล้ว โดยไม่ชี้แจงเหตุอันสมควรแสดงว่าโจทก์ไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำนายยุทธนามาสืบเพื่อประโยชน์ของโจทก์ หรือไม่ทราบว่านายยุทธนามีอยู่หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด เพื่อขออนุญาตต่อสาลอ้างพยานตามบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมดังกล่าว จึงเป็นการต้องห้ามมิให้ศาลรังฟังคำเบิกความของนายยุทธนาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87, 88 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมลงวันที่ 9 ตุลาคม 2534 เมื่อเวลา 10.25 นาฬิกาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาต สำเนาให้จำเลย ทนายจำเลยได้รับสำเนาแล้วในวันเดียวกัน แต่จำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลแรงงานกลางไว้ ดังนี้ เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาแล้วจำเลยจะยกขึ้นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวไม่ได้ เพราะเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ราเชนทร์ จัมปาสุต · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5514/2540

คำสั่งงดสืบพยานโจทก์ของศาลแรงงานและคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ต่างเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้คัดค้านคำสั่งของศาลแรงงานไว้โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2549

แม้โจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารรายงานการเก็บเงินจากต่างจังหวัดเป็นพยาน แต่โจทก์นำเอกสารดังกล่าวเข้าสืบประกอบคำเบิกความของพยานโจทก์ และศาลแรงงานกลางยอมให้โจทก์นำสืบเอกสารดังกล่าวและรับไว้เป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 46128)

มูลคดีที่โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยคดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองนั้นเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 99754)

มูลกรณีที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้นเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามที่ พ.ร.บ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 บั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4038/2545

มูลกรณีที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้นเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้