Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13105/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำไว้โดยเฉพาะ และ ป.วิ.พ. มาตรา 144 ได้บัญญัติรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้ว่า เมื่อศาลใดมีคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือในประเด็นข้อใดแห่งคดีแล้ว ห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วนั้นอีก ซึ่งเป็นหลักการตรวจสอบทำนองเดียวกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงนำเรื่องห้ามดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 มาใช้บังคับในการดำเนินคดีอาญา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 15 ได้โดยอนุโลม โจทก์ร่วมเคยฟ้องจำเลยเรื่องบุกรุกที่เกิดเหตุสถานที่เดียวกันกับคดีนี้ และศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตที่ดินพระราชทาน หากคดีนี้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาคดีไปตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่า มีพยานหลักฐานใหม่มาพิสูจน์ได้ว่าที่เกิดเหตุคดีนี้อยู่นอกเขตที่ดินพระราชทาน ศาลก็ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตที่ดินพระราชทานหรือไม่ อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตที่ดินพระราชทานโดยอาศัย ป.วิ.พ. มาตรา 144 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จึงชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 และนับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 579/2552 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ระหว่างพิจารณา ร้อยโทอภินันท์ ผู้จัดการมรดกของพระยารัตนเศรษฐีหรือพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซิมก๊อง) ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 362 จำคุก 1 ปี นับโทษจำคุกในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 579/2552 ของศาลชั้นต้น

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระบรมราชโองการพระราชทานที่ดินตำบลเขาระฆังทอง อำเภอบางนอน แขวงเมืองระนอง วัดกว้างยาวตามที่สูง ๆ ต่ำ ๆ ยาวทิศเหนือ 18 เส้น ทิศใต้ 20 เส้น กว้างทิศตะวันออก 20 เส้น 15 วา ทิศตะวันตก 15 เส้น เป็นที่ลดเลี้ยวไม่เสมอกัน ด้านตะวันออกและด้านตะวันตกมีลำคลองเป็นเขต ด้านเหนือมีหลักซึ่งกรมการปักไว้เป็นเขตและด้านใต้มีตลิ่งลงที่เลนเป็นเขตให้แก่พระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง ) ผู้ว่าราชการเมืองระนองสำหรับทำเป็นสุสานของบุคคลในตระกูล ณ ระนอง ต่อมาพระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง) ทำหนังสือพินัยกรรมแสดงความประสงค์ให้คงที่ดินพระราชทานไว้เป็นที่กลางสำหรับตระกูลให้อยู่เป็นปกติถาวรสืบไปในภายหน้า โดยระบุในพินัยกรรมเกี่ยวกับที่ดินพระราชทานว่า ที่ดินทางด้านทิศเหนือยาว 18 เส้น

จดควนเขาและป่า ทิศใต้ยาว 20 เส้น จดที่ป่า ทิศตะวันออกกว้าง 20 เส้น 15 วา จดที่นายหนูและป่า และทิศตะวันตกกว้าง 15 เส้น จดที่ป่าและนำหนังสือพินัยกรรมขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ขอพระราชทานพระบรมราชโองการให้พินัยกรรมมีผลบังคับต่อไปและทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้หนังสือพินัยกรรมเป็นอันใช้ได้เหมือนหนังสือพินัยกรรมที่ได้ทำถูกต้องตามพระราชกำหนดกฎหมายทุกประการ ที่ดินที่กล่าวอ้างว่าจำเลยบุกรุกปรากฏตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุและแผนที่พิพาทในสำนวนตามสารบัญลำดับที่ 29/8 และลำดับที่ 29/10 เป็นบริเวณเดียวกันกับที่โจทก์ร่วมฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งและคดีอาญา ซึ่งคดีอาญาถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ว่า

จำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ร่วม ส่วนคดีแพ่งถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ นอกจากนี้อาณาเขตที่ดินพระราชทานด้านทิศใต้ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก คู่ความรับว่าสอดคล้องตรงกันกับที่ระบุไว้ มีปัญหาเฉพาะอาณาเขตด้านทิศเหนือเท่านั้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตพระราชทานโดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ชอบหรือไม่ เห็นว่า วิธีพิจารณาความอาญาเรื่องใดซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติไว้ โดยเฉพาะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 บัญญัติให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้ กล่าวคือ การนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับได้เท่าที่ไม่ขัดต่อหลักในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่านั้น เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำไว้โดยเฉพาะและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ได้บัญญัติรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้ว่า

เมื่อศาลใดมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือในประเด็นข้อใดแห่งคดีแล้ว ห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วนั้นอีก ซึ่งเป็นหลักการตรวจสอบทำนองเดียวกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงสามารถนำเรื่องห้ามดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 มาใช้บังคับในการดำเนินคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ได้โดยอนุโลม ดังนั้น เมื่อโจทก์ร่วมเคยฟ้องจำเลย เรื่องบุกรุกที่เกิดเหตุสถานที่เดียวกันกับคดีนี้และศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำพิพากษาถึงที่สุดวินิจฉัยว่า ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตที่ดินพระราชทาน ซึ่งจำเลยก็ยอมรับว่า ที่เกิดเหตุคดีนี้กับที่เกิดเหตุในคดีก่อนเป็นสถานที่เดียวกัน แต่จำเลยต่อสู้ว่ามีพยานหลักฐานใหม่มาพิสูจน์ได้ว่า ที่เกิดเหตุคดีนี้อยู่นอกเขตที่ดินพระราชทาน

ปัญหาดังกล่าวหากศาลดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ไปตามข้อต่อสู้ของจำเลยก็ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันว่า ที่เกิดเหตุที่จำเลยบุกรุกอยู่ในเขตที่ดินพระราชทานหรือไม่ อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว เพราะที่เกิดเหตุคดีนี้อยู่ในเขตที่ดินพระราชทานตามพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นพระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่เป็นกฎหมายและยังมีผลบังคับอยู่โดยเฉพาะที่ดินพระราชทานอาณาเขตด้านทิศเหนือมีระบุในพินัยกรรมว่า ยาว 18 เส้น จดควนเขาและป่า อันเป็นลักษณะภูมิประเทศที่แน่นอน

ทั้งเป็นการแสดงได้ในตัวว่าอาณาเขตที่ติดภูเขาและป่าไม่มีที่เหลือให้จำเลยครอบครองได้อีก ประกอบกับจำเลยก็รับว่าบริเวณที่จำเลยบุกรุกเป็นที่ตั้งสุสานขนาดใหญ่ของตระกูล ณ ระนอง มีลักษณะกระจัดกระจายหลายสุสาน ซึ่งสร้างมากว่า 100 ปี และจำเลยจงใจบุกรุกที่เกิดเหตุมาหลายครั้งแล้วย่อมทราบดีว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตพระราชทาน ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตพระราชทานโดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ร่วมปัญหานี้ฟังขึ้น และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตพระราชทาน ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยซ้ำในข้อเท็จจริงดังกล่าวตามฎีกาของโจทก์ร่วมอีกปัญหาหนึ่งต่อไป

ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยนำไม้มาตีเป็นแผนผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและปักเสาคอนกรีต เพื่อปลูกสร้างบ้าน อันมีลักษณะเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินของตระกูล ณ ระนอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานบุกรุก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูพงศ์ รุจิกัณหะ · จิรนิติ หะวานนท์ · พิศิฏฐ์ สุดลาภา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดระนอง - นายองอาจ เทียนหิรัญ
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายกฤษฏิ์พงศ์ ผดุงพัฒโนดม
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2130/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ3117/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1007/2557
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3332/2565

ข้อเท็จจริงในเรื่องไม้พะยูงของกลาง จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ผู้พิพากษาที่จำเลยที่ 1 ร้องขอไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้องอุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5991/2558

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ยกคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ของผู้ร้องถึงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาให้ผู้ร้องฟัง ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 10 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7035/2556

ผู้ประกันขอลดค่าปรับและศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ประกันอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์ของผู้ประกัน เพราะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 คำวินิจฉัยข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1499/2555

จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษจำเลยใหม่โดยไม่เพิ่มโทษ อ้างว่ามี พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 ใช้บังคับ จำเลยได้รับการล้างมลทินโด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2555

ผู้ประกันทั้งสองยื่นคำร้องครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2548 ว่า ผู้ประกันทั้งสองไม่ได้ผิดสัญญาประกันเพราะไม่ได้รับหมายนัดให้ส่งตัวจำเลย ขอให้ไต่สวนคำร้องในการส่งหมายนัดและงดปรับผู้ประกันทั้งสองศาลชั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้