คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำการปล้นทรัพย์ของนางมูน นางสงัด เจ็มเพ็ชร โดยใช้กำลังกายและไฟฉายเดินทางทำร้ายพวกเจ้าทรัพย์มีบาดเจ็บและเอาทรัพย์ไปรวมราคา ๑๒๕๔ บาท จึงขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา ๓๐๑ จำคุกคนละ ๑๐ ปี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเชื่อข้อเท็จจริงตามศาลล่าง แต่เห็นว่าไม่ปรากฎว่าคนร้ายมีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทาง ไฟฉายชนิดถือเดินทางนี้จะเป็นอาวุธหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ลักษณะของวัตถุว่าจะเป็นเครื่องประหารตามความในมาตรา ๖ ข้อ ๑๕ แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญาหรือไม่ ไฟฉายที่ผู้ร้ายใช้ในคดีนี้ไม่ปรากฎว่าใหญ่และยาวสักเท่าใด จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัส เช่นตระบองหาได้ไม่ เมื่อไม่ถือว่าไฟฉายที่ผู้ร้ายนำมาใช้นั้นเป็นสาสตรวุธแล้ว คดีก็ไม่เป็นปล้นทรัพย์เป็นผิดเพียงชิงทรัพย์ แม้จำเลยจะเพิ่งโต้แย้งคัดค้านข้อนี้ในชั้นฎีกาก็ดี แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่า จำเลยจะมีความผิดดังข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่ ถึงจะไม่มีคำโต้แย้งคัดค้านศาลก็ย่อมวินิจฉัยได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้คำพิพากาาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีความผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๙ ให้จำคุกจำเลยคนละ ๕ ปี