Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 301/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ไม้ตะพดจะเป็นศาสตราวุธตามกฎหมายหรือไม่ ต้องแล้วแต่ขนาดซึ่งสามารถจะทำให้ร่างกายแตกหักบุบสลายถึงสาหัสได้หรือไม่ ถ้าข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า มีขนาดอย่างไร ก็ฟังว่าเป็นศาสตราวุธไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 299 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 6

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 4)มาตรา 7 โดยกล่าวหาว่าจำเลยมีไม้ตะพดเป็นศาสตราวุธบังอาจสมคบกันปล้นทรัพย์โดยได้ใช้ไม้ตะพดขู่เข็ญและจำทำร้ายเจ้าทรัพย์ และกระชากเอาสร้อยคอไปทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยกับพวกถือไม้ตะพดคนละอันไปที่ร้านเจ้าทรัพย์ 2 คนยืนรออยู่ข้างนอก อีก 2 คนเข้าไปในร้านโดยคนหนึ่งถามหาซื้อเคียว อีกคนหนึ่งยืนคุมเชิงอยู่ พอได้โอกาสก็ฉวยสร้อยคอซึ่งคล้องอยู่ที่คอเจ้าทรัพย์กระชากวิ่งหนี เจ้าทรัพย์ร้องขึ้น คนที่ถามซื้อเคียวเงื้อไม้ตะพดปะทะหน้าไว้ไม่ให้ไล่ตาม และพูดขู่ว่า "ใครไม่เกี่ยวข้องอย่าเข้ามา" แล้ววิ่งตามพวกไปศาลชั้นต้นฟังตามข้อเท็จจริง ตามคำพยานโจทก์ดังกล่าวข้างต้นพิพากษาลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301 ซึ่งแก้ไขแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์มิได้นำสืบแสดงว่าจำเลยมีศาสตราวุธอะไรติดตัวไป ปรากฏแต่ว่าจำเลยมีไม้ตะพดคนละอัน และไม้ตะพดนั้นเป็นอย่างไร สามารถทำให้ร่างกายแตกหักบุบสลายถึงสาหัสหรือไม่แม้ถึงจำเลยจะได้เงื้อไม้ตะพดนั้นขู่ ก็ไม่ทำให้เป็นศาสตราวุธขึ้นได้ ควรลงโทษเพียงฐานชิงทรัพย์ จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 299โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานปล้นทรัพย์จำเลยฎีกาว่า มิได้กระทำผิด และว่าแม้จะบุกรุกกระทำผิดก็เพียงฐานวิ่งราวไม่ใช่ชิงทรัพย์ศาลฎีกาเห็นว่า กิริยาที่จำเลยคนหนึ่งเข้ากระชากสร้อยแล้ววิ่งหนี พวกอีกคนหนึ่งเงื้อไม้ตะพดปะทะไว้ไม่ให้พวกเจ้าทรัพย์ไล่ตามเข้าลักษณะชิงทรัพย์ เพราะใช้กิริยาที่ขู่เข็นจะทำร้ายเขาส่วนไม้ตะพดที่จำเลยมีไปนั้นจะถือว่า เป็นศาสตราวุธหรือไม่นั้นตามฟ้องกล่าวเพียงว่าจำเลยมีไม้ตะพดเป็นศาสตราวุธ แต่ไม้ตะพดจะเป็นศาสตราวุธหรือไม่ ต้องแล้วแต่ขนาด ซึ่งจะใช้เป็นเครื่องประหารอันสามารถทำให้ร่างกายแตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัส ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่า ไม้ตะพดขนาดไหนเพราะไม้ตะพดไม้ย่อมมีขนาดต่าง ๆ กัน จึงไม่ถือว่าเป็นศาสตราวุธ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิต · ชัยประชา · ปรีชาวินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1977/2497

การที่จำเลยสมคบกันใช้อาวุธและวาจาขู่เข็ญให้เจ้าทรัพย์จ่ายเงินค่าสลากกินรวบซึ่งจำเลยถูกสลากและเจ้าทรัพย์เป็นเจ้ามือนั้น เป็นเรื่องที่จำเลยมุ่งหมายจะเอาทรัพย์ที่จำเลยเข้าใจว่าจำเลยควรจะได้ ไม่มีเ+ยยจิตต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2493

ไฟฉายชนิดถือเดินทางจะเป็นอาวุธหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ลักษณะว่าจะเป็นเครื่องประหารตามความในมาตรา 6 ข้อ 15 แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญาหรือไม่ คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหายปรากฎว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 849/2496

ไม้จริงขนาดยาว 2 ศอกโตเท่าแขน ตามธรรมดาแล้ว ย่อมสามารถจะทำให้ร่างกายแตกหักบุบสลายถึงสาหัสสได้ เมื่อใช้ไม้นี้ขู่เข็ญจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ในการชิงทรัพย์ก็ถือได้ว่าไม้นั้นเป็นศาสตราวุธตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1331/2493

โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลย(คนเดียว)กับพวกที่ยังหลบหนีจับตัวยังไม่ได้ สมคบกันปล้นทรัพย์ผู้มีชื่อไป ขอให้ลงโทษฐานปล้นทรัพย์ ดังนี้ รู้ไม่ได้ว่าพวกของจำเลยที่โจทก์กล่าวจะมีจำนวนคนเดียวหรือหลายคน ถือว่า โจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 886/2492

จำเลย 5 คนไปเที่ยวยิงนก มีหนังสะติ๊กไป 2 อันพบเจ้าทรัพย์เดินสวนทางมา พวกจำเลยพูด ตรวจๆ เป็นทำนองว่าเป็นเจ้าพนักงานจะทำการตรวจค้น จำเลยที่ 1 เป็นคนเข้าตรวจค้น ยึดเอามีดดาบ มีดปลายแหลมและเงินค้นได้ก็ส่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้