Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1321/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีแยกกับภรรยาเดิมไปประกอบพิธีแต่งงานกับหญิงอื่นใหม่เช่นนี้เป็นการกระทำแสดงออกชัดว่าสามีสละละทิ้งภรรยาเด็ดขาดไปแล้ว กล่าวคือถ้าจำเลยไม่รับรองต่อภรรยาคนใหม่ว่าเลิกกับภรรยาเดิมเด็ดขาดแล้ว ภรรยาคนใหม่และผู้ปกครองจะไม่ประกอบพิธีให้ หากเป็นการที่จำเลยตั้งใจกล่าวเท็จแก่ภรรยาคนใหม่ให้หลงเข้าใจผิดก็เป็นการกระทำที่เย้ยหยันแก่ภรรยาเดิมให้ได้รับความอัปยศอดสูเป็นอย่างยิ่งเช่นนี้ก็ดี และการที่ภรรยาใหม่อยู่กินกับสามียังบ้านเรือนสามีก็เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันระหว่างสามีกับภรรยาเดิมอย่างร้ายแรงก็ดี ทั้งหลายนี้เป็นเหตุให้ภรรยาฟ้องหย่าได้ อนึ่งแม้จะปรากฎภายหลังว่าภรรยาคนใหม่ได้ละทิ้งสามีไปเสียแล้วก็หาใช่ความดีของสามีที่จะนำมาเป็นเหตุแก้ตัวได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์กับจำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วย ก.ม. จำเลยจงใจละทิ้งโจทก์ และบังอาจกล่าวคำหมิ่นประมาทโจทก์และบิดามารดาโจกท์หลายครั้งว่าโจทก์มีชู้โดยมิเป็นความจริง ขอให้ศาลพิพากษาให้หย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน จำเลยต่อสู้ว่ามิได้ละทิ้งโจทก์ จำเลยมิได้มีภรรยาใหม่ หญิงนั้นอยู่กับจำเลยในฐานเป็นนางบำเรอจำเลยไม่เคยหมิ่นประมาทโจทก์หรือบุพการีโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วย ก.ม. ต่อมาจำเลยเอาเงิน ๑๕๐๐๐ บาทไปจากโจทก์แล้วไปอยู่บ้านจำเลยไม่ได้ไปมาหาสู่และเลี้ยงดูส่งเสียโจทก์เป็นเวลาถึง ๓ ปี ทั้งจำเลยประกอบพิธีแต่งงานใหม่ การกระทำของจำเลยดังกล่าวแสดงออกหน้าโดยแจ้งชัดว่าจำเลยได้สละละทิ้งโจทก์เด็ดขาดไปแล้ว

อนึ่งถ้าจำเลยไม่รับรองต่อภรรยาคนใหม่ว่าเลิกกับโจทก์เด็ดขาด ภรรยาคนใหม่และผู้ปกครองคงจะไม่ประกอบพิธีให้อย่างครึกโครม หากเป็นการที่จำเลยตั้งใจกล่าวเท็จแก่ฝ่ายภรรยาคนใหม่ให้หลงเข้าใจผิด ก็เป็นการกระทำที่เย้ยหยันแก่โจทก์ให้ได้รับความอัปยศอดสูเป็นอย่างยิ่ง และการที่ภรรยาคนใหม่อยู่กินกับจำเลยยังบ้านเรือนจำเลยก็เป็นปฏิปักษ์ต่อการที่จำเลยและโจทก์เป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรง ซึ่งในระยะนี้จะเห็นได้ชัดว่าจำเลยได้ตัดสินใจเลิกกับโจทก์อย่างแน่นอน โดยไม่มีปัญหาอันใดแล้ว โจทก์มีเหตุผลหลายประการ ที่จะฟ้องหย่าได้ แม้ภายหลังจะปรากฎว่าภรรยาคนใหม่ ได้ละทิ้งจำเลยไปเสียแล้วก็หาใช่เป็นความดีของจำเลยที่จะนำมาแก้ตัวต่อโจทก์ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายชุมพล จันทราทิพย์
ศาลอุทธรณ์ - นายพจน์ ปุษปาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3288/2527

ระหว่างจำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยากับโจทก์ จำเลยมีอาชีพผิดกฎหมายค้ายาเสพติด โจทก์รู้เห็นและร่วมกระทำด้วยโจทก์ให้ญาติของโจทก์นำเฮโรอีนมาจากภาคเหนือ จนญาติของโจทก์และจำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับ ศาลพิพากษา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2574/2520

ภริยาออกจากบ้านพาบุตรกลับไปอยู่กับมารดา เพราะถูกสามีขับไล่ แล้วไม่ส่งเสียเลี้ยงดูตามที่สามารถทำได้เกิน 1 ปี ภริยาฟ้องหย่าได้ สามีไม่ยกอายุความขึ้นต่อสู้ ศาลยกขึ้นวินิจฉัยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1637/2520

สามีตีภริยาบาดเจ็บ ด่าว่าโคตรพ่อโคตรแม่ เป็นการด่าภริยากับบุพการี มีสัมพันธ์ทางชู้สาวกับหญิงอื่นเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง ศาลพิพากษาให้หย่าตามคำฟ้องของภริยา บุตรหญิงอายุ 15 ปีควรอยู่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1398/2520

สามีทำร้ายภริยาหลายครั้ง และทำร้ายอย่างไม่ปรานี แม้ในที่สาธารณะ ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินร่วมกันไปเป็นของสามีผิดวิสัยที่สามีภริยาพึงปฏิบัติต่อกัน ภริยาฟ้องหย่าได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2520

สามีไม่จ่ายเงินให้ภริยาเหมือนแต่ก่อน แต่ได้มอบเงินให้ลูกหรือคนใช้ไว้ใช้จ่ายในบ้าน ภริยาได้ใช้เงินนั้นไม่เดือดร้อนไม่เป็นการไม่ช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามควร ไม่เป็นเหตุหย่าตาม มาตรา 1500(3)

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้