Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1323/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งอนุญาตตามคำขอให้พิจารณาใหม่เกิดขึ้นภายหลังคำพิพากษา จึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา คู่ความมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1 ว่า เป็นคำขอที่ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความขาดนัดและข้อคัดค้านคำชี้ขาดตัดสินของศาลแรงงานกลางแล้วโจทก์จะยกปัญหาที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเป็นที่ยุติไปดังกล่าวแล้ว ขึ้นมาอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบด้วย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31จำเลยที่ 1 เดินทางไปต่างประเทศก่อนถูกฟ้องและไม่เคยกลับเข้ามาประเทศไทยอีกเลย จำเลยที่ 1 ย่อมไม่สามารถแถลงขอให้ศาลพิจารณาใหม่ภายในกำหนดเจ็ดวันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 41 เมื่อจำเลยที่ 1 มิได้จงใจขาดนัด ศาลแรงงานกลางย่อมมีอำนาจที่จะให้จำเลยที่ 1 ได้พิจารณาใหม่ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 และ 209 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 144 ป.วิ.พ. มาตรา 208 ป.วิ.พ. มาตรา 209 ป.วิ.พ. มาตรา 226 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 41 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์ ได้ร่วมกันทุจริตปลอมเอกสารแล้วเบิกเงินของโจทก์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่มีสิทธิขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินไปฝ่ายเดียวให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินให้โจทก์ตามฟ้อง ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งศาลแรงงานกลางต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำสั่งของศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 แล้วมีคำสั่งใหม่ ศาลแรงงานกลางไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 แล้ว มีคำสั่งให้นำคดีขึ้นพิจารณาใหม่

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า 'ในปัญหาที่ว่า คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ให้พิจารณาใหม่นี้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาหรือไม่ตามคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 1 ก่อน เพราะถ้าหากเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาแล้ว ก็ไม่เข้าข้อยกเว้นอันจะอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลแรงงานกลางได้มีคำพิพากษาไปแล้ว คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1นี้เกิดขึ้นภายหลังคำพิพากษา คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ดังกล่าวจึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณาดังคำแห้อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงมีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลแรงงานกลางได้ สำหรับข้ออุทธรณ์ประการแรกของโจทก์ที่ว่า ตามคำร้องลงวันที่3 กุมภาพันธ์ 2529 จำเลยที่ 1 เพียงมีเจตนาที่จะให้ศาลแรงงานกลางเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเท่านั้น การที่ศาลแรงงานกลางตีความว่าคำร้องของจำเลยที่ 1 เป็นการขอให้พิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ทั้งที่คำร้องดังกล่าวมิได้กล่าวโดยละเอียดถึงข้อคัดค้านคำชี้ขาดตัดสินของศาลแรงงานกลางว่าไม่ถูกต้องอย่างไร จึงเป็นการไม่ชอบนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า

ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องฉบับลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2529 ของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1 ว่าตามคำร้องลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์2529 ของจำเลยที่ 1 นั้น ได้กล่าวถึงเหตุที่ตนขาดนัดเพราะไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ทราบว่าถูกฟ้อง ทั้งได้กล่าวเป็นเชิงปฏิเสธว่าตนไม่ใช่ลูกจ้างของโจทก์ ไม่ได้กระทำละเมิด และกรณีไม่เป็นสัญญาจ้างแรงงาน อันมีนัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลแรงงานกลางควรจะยกฟ้องโจทก์ได้ทันที จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งที่ตนขาดนัดและข้อคัดค้านคำชี้ขาดตัดสินของศาลแรงงานกลางแล้ว ซึ่งข้อวินิจฉัยของศาลฎีกาดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยว่า

คำร้องฉบับดังกล่าวของจำเลยที่1 เข้าเหตุที่จะขอให้พิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ได้ ข้ออุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นจึงเท่ากับยกปัญหาที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเป็นที่ยุติไปแล้วขึ้นมาอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาอีก จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ที่โจทก์อุทธรณ์ประการที่สองว่า ในคดีแรงงานกรณีที่จำเลยที่ 1 ไม่ยื่นให้การและไม่มาศาลตามวันนัดที่ศาลได้ระบุในหมายเรียกนั้น ชอบที่จะถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ขาดนัดตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 40 และ มาตรา 41 แล้ว

ศาลแรงงานกลางชอบที่จะมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดตามมาตรา 40 จำเลยที่ 1 ต้องยื่นคำขอให้เพิกถอนคำสั่งเพื่อพิจารณาคดีใหม่ ตามระยะเวลาและวิธีการที่ระบุในมาตรา 41 ฉะนั้น ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 จึงไม่ชอบนั้นพิเคราะห์แล้วศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้พิจารณาใหม่จำเลยที่ 1 อ้างว่าเดินทางไปต่างประเทศก่อนถูกฟ้องและไม่เคยกลับเข้ามาประเทศไทยอีกเลย จำเลยที่ 1 ย่อมไม่สามารถแถลงขอให้ศาลพิจารณาใหม่ภายในกำหนดเจ็ดวันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ได้เป็นธรรมดาอยู่เอง จึงให้ศาลแรงงานกลางไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 ว่าเป็นความจริงหรือไม่อย่างไร

ดังนั้น เมื่อศาลแรงงานกลางดำเนินการไต่สวนแล้วได้ความจริงตามคำร้องของจำเลยที่ 1ว่า จำเลยที่ 1 มิได้จงใจขาดนัดสมควรให้จำเลยที่ 1 ต่อสู้คดีจนสิ้นกระแสความ ก็ย่อมมีอำนาจที่จะให้จำเลยที่ 1 ได้พิจารณาใหม่นับแต่ยื่นคำให้การต่อสู้คดีเป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 และ 209 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 ได้ ที่โจทก์อุทธรณ์ประการที่สามว่า การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะต่อสู้คดีจึงเท่ากับมิได้จงใจที่จะขาดนัดเป็นการวินิจฉัยที่ขัดต่อบทกฎหมาย เพราะตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 บัญญัติให้ศาลไต่สวนถึงเหตุจำเป็นที่จำเลยที่ 1ไม่อาจมาศาลได้

ส่วนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา208 และ 209 ก็วางหลักไว้ว่าต้องมีเหตุควรเชื่อว่าคู่ความฝ่ายที่ขาดนัดมาศาลไม่ได้ การที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้พิจารณาใหม่โดยมิได้วินิจฉัยถึงมูลเหตุตามหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นการไม่ชอบนั้น

พิเคราะห์แล้ว ได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ได้เดินทางออกไปจากประเทศไทยไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนที่โจทก์จะฟ้องคดีและมิได้เดินทางกลับมาประเทศไทยอีกเลย เมื่อเจ้าพนักงานศาลไปปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่บ้านพักของจำเลยที่ 1บุตรสาวของจำเลยที่ 1 ได้พยายามที่จะส่งสำเนาคำฟ้องไปให้จำเลยที่ 1 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางเพื่อขอเลื่อนการพิจารณาไปก่อนแต่ศาลแรงงานกลางสั่งยกคำร้อง ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางดังกล่าวข้างต้นถือได้ว่าได้วินิจฉัยถึงเหตุจำเป็นที่จำเลยที่ 1ไม่อาจมาศาลได้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 มิได้จงใจที่จะขาดนัด คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางดังกล่าวจึงชอบแล้ว ที่โจทก์อุทธรณ์ประการสุดท้ายว่า

จากการไต่สวนพยานของคู่ความ ไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจมาศาลตามวันนัดได้ จำเลยที่ 1 ไม่ได้มาเบิกความต่อศาลเพียงอ้างลอย ๆ ว่า ตนป่วยแต่ก็ไม่ปรากฏว่าเจ็บป่วยประการใดการที่จำเลยที่ 1 ไม่มาศาลตามนัดต้องถือว่าจำเลยที่ 1ได้จงใจขาดนัดแล้ว

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้ออุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง ที่เชื่อตามทางไต่สวนของจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 มิได้จงใจขาดนัด จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2544 (เลขอ้างอิง 67127)

กรณีศาลแรงงานสั่งรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา แล้วกำหนดวันเวลานัดพิจารณาและออกหมายเรียก ให้จำเลยมาศาลในวันเวลานัดตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 37 เมื่อจำเลยได้รับหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2541 (เลขอ้างอิง 27459)

วันนัดสืบพยานจำเลยและพยานโจทก์ คู่ความแถลงยอมรับข้อเท็จจริงกันศาลแรงงานเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานจำเลยและพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษา คำสั่งศาลแรงงานที่ให้งดสืบพยานดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4532/2541

วันนัดสืบพยานจำเลยและพยานโจทก์ คู่ความแถลงยอมรับข้อเท็จจริงกัน ศาลแรงงานเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานจำเลยและพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษา คำสั่งศาลแรงงานที่ให้งดสืบพยานดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 450/2540

ในการกำหนดประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลางนั้น ทนายจำเลยได้มาศาลและลงชื่อรับรองความถูกต้องไว้ โดยมิได้ติดใจโต้แย้งในขณะนั้นหรือในระยะเวลาต่อมาตามที่กฎหมายกำหนดขอให้กำหนดประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5514/2540

คำสั่งงดสืบพยานโจทก์ของศาลแรงงานและคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ต่างเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้คัดค้านคำสั่งของศาลแรงงานไว้โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้