Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1342/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกตรวจสินค้าของโจทก์แล้วพบว่าโจทก์กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ จึงยึดสินค้าดังกล่าวแล้วนำไปฝากไว้ในตู้เก็บสินค้า โดยผนึกตะกั่วประทับตราของจำเลยที่ 1 ไว้ การเปิดตู้เก็บสินค้าจะกระทำมิได้เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ 1 ก่อน จำเลยที่ 1 ยึดสินค้าดังกล่าวไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินการริบตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ มาตรา 60 สินค้าดังกล่าวจึงอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ แต่สินค้าสูญหายไปก่อน จำเลยที่ 1 จึงต้องคืนสินค้าดังกล่าวแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ก็ต้องใช้ราคาแทน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 117 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 60 ป.พ.พ. มาตรา 1327 ป.วิ.อ. มาตรา 85 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 24 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 102

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อเส้นด้ายฝ้ายใยสั้นจากผู้ขายซึ่งอยู่ที่เมืองฮ่องกง แต่สินค้าดังกล่าวไม่ได้มาตรฐาน โจทก์ได้ส่งสินค้าคืนแก่ผู้ขายทางเรือ จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกันตรวจสินค้าของโจทก์แล้วดำเนินคดีแก่โจทก์ฐานยื่นคำขออันเกี่ยวกับของอันเป็นเท็จเป็นการทุจริตเพื่อขอคืนอากรขาเข้า และยึดสินค้าของโจทก์ไว้ โจทก์ชำระค่าปรับแล้ว จากนั้นได้ติดต่อขอสินค้าคืนจากจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามแจ้งว่าสินค้าสูญหายและไม่ยอมชดใช้ราคาสินค้าแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันคืนสินค้าแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ร่วมกันชำระเงินจำนวน171,154.24 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสามให้การว่า

จำเลยทั้งสามมิได้ยึดสินค้าของโจทก์ไว้เป็นของกลางสินค้ายังอยู่ในความครอบครองของโจทก์ ทั้งตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 117 กำหนดข้อยกเว้นความผิดของจำเลยที่ 1 ไว้ด้วย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนเส้นด้ายฝ้ายใยสั้นตามใบขนสินค้าขาออกแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 171,154.24 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อปลายปี 2533โจทก์นำสินค้าเส้นด้ายฝ้ายใยสั้นเข้ามาในราชอาณาจักร ต่อมาวันที่ 12 มิถุนายน 2534 โจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวหนัก 929.81 กิโลกรัม ราคา 171,154.24 บาท คืนแก่ผู้ขายที่เมืองฮ่องกงทางเรือ จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ร่วมกันตรวจสินค้าดังกล่าว แล้วดำเนินคดีแก่โจทก์ในความผิดฐานยื่นคำขออันเกี่ยวกับของอันเป็นเท็จเป็นการทุจริตเพื่อขอคืนอากรขาเข้าตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 60, 99 และนำสินค้าดังกล่าวเก็บไว้ในตู้เก็บสินค้าแล้วผนึกตะกั่วประทับตรา กศก. และหมายเลข 143 ลงบนตะกั่วที่ตู้เก็บสินค้า โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 พิจารณาแล้วให้โจทก์ทำความตกลงระงับคดีในชั้นศุลกากรโดยเปรียบเทียบปรับ 50,000 บาท แล้วให้โจทก์ส่งสินค้ากลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้

โจทก์ชำระค่าปรับแล้ว แต่เมื่อไปขอรับสินค้าคืน ปรากฏว่าสินค้าสูญหายไป ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 มีว่า จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้องหรือไม่เห็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกตรวจสินค้าของโจทก์แล้วพบว่าโจทก์กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 60, 99 และดำเนินคดีแก่โจทก์ ซึ่งตามมาตรา 60 บัญญัติให้ริบสินค้าเสียสิ้น นายวิวุฒิ กลางประพันธ์ พยานจำเลยทั้งสามผู้ร่วมตรวจสินค้าเบิกความว่า พยานกับพวกตรวจยึดสินค้าดังกล่าวแล้วพยานนำไปฝากไว้ในตู้เก็บสินค้าของบริษัทผู้รับบรรจุสินค้าโดยผนึกตะกั่วประทับตราของจำเลยที่ 1 ไว้การเปิดตู้เก็บสินค้าจะกระทำมิได้เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ 1 ก่อน และถือว่าสินค้าดังกล่าวอยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ 1 ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า

จำเลยที่ 1 ยึดสินค้าดังกล่าวไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินการริบตามมาตรา 60 สินค้าดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 กรณีหาใช่เพียงแต่อยู่ในความรักษาหรือตรวจตราดูแลของจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 117 ไม่ เมื่อจำเลยที่ 1 เห็นว่าโจทก์กระทำความผิดตามมาตรา 99 เท่านั้น และยอมให้โจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้จำเลยที่ 1 จึงต้องคืนสินค้าดังกล่าวแก่โจทก์ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองหล่อ โฉมงาม · ปรีดี รุ่งวิสัย · สมศักดิ์ เนตรมัย
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 921/2541

โจทก์นำสินค้าเข้าโดยเสียภาษีอากรครบถ้วนแล้ว แม้ว่าต่อมาโจทก์จะยื่นคำร้องขอส่งสินค้ากลับออกไปภายในหนึ่งปี นับแต่วันนำเข้า แต่เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้เปิดตรวจสินค้าเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6837/2538

โจทก์ได้ยื่นใบขนสินค้าขาออกและแบบแสดงรายการการค้าภายใน 1 ปี นับแต่วันนำเข้า แต่ปรากฏว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้เปิดตรวจสินค้าแล้วมีความเห็นว่าของที่โจทก์นำเข้าและขอส่งออกไม่ใช่ของรายเดียวกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4589/2536

โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทมาโดยสุจริตจากโจทก์ร่วมผู้เป็นพ่อค้าขายรถยนต์ โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาท และมีสิทธิติดตามเอาคืนตามอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1336 แม้จำเลยที่ 1 ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4082/2534

ความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากรฯ มาตรา 27 ฐานหลีกเลี่ยงอากร กับมาตรา 99 ฐานสำแดงเท็จ เป็นความผิดต่างกรรมกัน คดีอาญาจะเลิกกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 37(4) โดยการเปรียบเทียบคดี ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร มาตรา 102,102 ทวิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3711/2534

ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลางหรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยย่อมยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ได้ โจทก์ฟ้องโต้แย้งการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานศุลกากรที่อ้างว่าสิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้