Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4589/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทมาโดยสุจริตจากโจทก์ร่วมผู้เป็นพ่อค้าขายรถยนต์ โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาท และมีสิทธิติดตามเอาคืนตามอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1336 แม้จำเลยที่ 1 ที่ 2 จะมีอำนาจยึดรถยนต์พิพาทเพราะร.นำเข้าโดยสำแดงเท็จและหลีกเลี่ยงกฎหมายและข้อจำกัดอันเกี่ยวแก่การนำเข้า อันพึงยึดและริบตาม พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469มาตรา 24,27,99 แต่ขณะโจทก์รับโอนมาศาลยังมิได้พิพากษาให้ริบหรือตกเป็นของแผ่นดิน โดยโจทก์ขอรถยนต์พิพาทคืนภายในกำหนด30 วัน นับแต่ถูกยึด จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงต้องคืนรถยนต์พิพาทแก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 1336 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 24 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์พิพาท โดยซื้อมาโดยสุจริตจากนายก้อง ชำนิกลการ ผู้มีอาชีพซื้อขายรถยนต์ใช้แล้ว โจทก์ได้รับมอบรถยนต์พิพาทซึ่งจดทะเบียนรถยนต์ถูกต้องตามกฎหมายจากกองทะเบียน กรมตำรวจ และได้ครอบครองใช้รถยนต์พิพาทตลอดมา จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ยึดรถยนต์พิพาทอ้างว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เพิกถอนการอนุญาตให้นำรถยนต์พิพาทเข้ามาในราชอาณาจักรการกระทำของจำเลยกับพวกไม่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีอำนาจที่จะยึดได้โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยให้คืนรถยนต์พิพาทแก่โจทก์ จำเลยเพิกเฉย การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์พิพาทคืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย

หากไม่สามารถคืนได้ให้ใช้เงิน 3,550,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 มีอำนาจจัดเก็บภาษีอากร ยึด อายัดของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 การยึดรถยนต์พิพาทจำเลยกระทำโดยสุจริตตามอำนาจหน้าที่ชอบด้วยกฎหมาย รถยนต์พิพาทเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย หลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อจำกัด เป็นความผิดตามมาตรา 27, 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 กรมการค้าต่างประเทศได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้นางสาวรุ่งระวีนำรถยนต์พิพาทเข้ามาในราชอาณาจักร รถยนต์พิพาทจึงเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โจทก์รับโอนรถยนต์พิพาทโดยรู้เห็นเป็นใจกับนางสาวรุ่งระวีให้นำรถยนต์พิพาทเข้ามาในราชอาณาจักรโดยสำแดงเท็จ เพื่อโจทก์จะได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณานายก้อง ชำนิกลการ ยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมอ้างว่า เป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีเนื่องจากโจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทจากตน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้จำเลยทั้งสองคืนรถยนต์พิพาทในสภาพเรียบร้อยให้แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงินจำนวน 2,840,000 บาทจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทมาโดยสุจริตจากโจทก์ร่วมผู้เป็นพ่อค้าขายรถยนต์ โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาทและมีสิทธิติดตามเอาคืนตามอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 แม้จำเลยที่ 1 ที่ 2 จะมีอำนาจยึดรถยนต์พิพาทเพราะนางสาวรุ่งระวีนำเข้าโดยสำแดงเท็จและหลีกเลี่ยงกฎหมายและข้อจำกัดอันเกี่ยวแก่การนำเข้า ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 99 และรถยนต์พิพาทพึงยึดและริบตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรดังกล่าว แต่ขณะโจทก์รับโอนมาศาลยังมิได้พิพากษาให้ริบ หรือตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรดังกล่าว โดยโจทก์ขอรถยนต์พิพาทคืนภายในกำหนด 30 วัน นับแต่ถูกยึด จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงต้องคืนรถยนต์พิพาทแก่โจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · อัมพร เดชศิริ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 723/2534

โจทก์ซื้อเพลา รถยนต์ เก่าของกลางจากพ่อค้าซึ่งขายของเก่าโดยสุจริตในตลาดเทศบาลเมืองหาดใหญ่ ของกลางดังกล่าวจึงไม่ใช่สิ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรเจ้าพนักงานของจำเลยไม่มีอำนาจยึด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1889/2546

ในชั้นชี้สองสถานศาลภาษีอากรกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ 5 ข้อ คือ 1. โจทก์มีอำนาจฟ้องและหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 2. ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ 3. คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ 4. ห้างหุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1342/2546

การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับพวกตรวจสินค้าของโจทก์แล้วพบว่าโจทก์กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ จึงยึดสินค้าดังกล่าวแล้วนำไปฝากไว้ในตู้เก็บสินค้า โดยผนึกตะกั่วประทับตราของจำเลยที่ 1 ไว้ การเปิดตู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1933/2545

คำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายให้เห็นว่า จำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์โดยระบุจำนวนเงินราคาสินค้าว่าเป็นเท่าไร จำเลยชำระให้โจทก์แล้วจำนวนเท่าไร เหลือหนี้ค่าสินค้าอีกเท่าไรที่จำเลยต้องรับผิดพร้อมดอกเบี้ย โดยกำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6925/2538

บทบัญญัติของมาตรา16แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่9)พ.ศ.2482ซึ่งบัญญัติว่า"การกระทำที่บัญญัติไว้ในมาตรา27แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช2469นั้นให้ถือว่าเป็นความผิดโดยมิพักต้องคำนึงว่าผู้กระทำมีเจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้