Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1346/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ขณะจำเลยข่มขืนและฆ่าเด็กหญิง พ. แต่โจทก์มีพยานมาเบิกความว่าเห็นชายคนหนึ่งวิ่งไล่เด็กผู้หญิง พยานจำไม่ได้ว่าเป็นใครเพราะยืนดูอยู่ห่าง ปรากฏว่าเวลาที่พยานเห็นเหตุการณ์นั้นตรงกับเวลาที่เกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุเล็กน้อยพยานได้พบจำเลยอยู่ตรงบริเวณใกล้กับที่พบศพเด็กหญิง พ. จำเลยสวมเสื้อผ้าเช่นเดียวกับเสื้อผ้าของชายที่วิ่งไล่เด็กผู้หญิง ทั้งพฤติการณ์ของชายและเด็กผู้หญิงที่พยานเห็นนั้นก็ตรงกับข้อเท็จจริงตามคำรับสารภาพของจำเลย ประกอบกับได้ความว่า การทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพของจำเลยนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคอยถามจำเลยทุกขั้นตอน และบางครั้งเมื่อผู้แสดงแทนผู้ตายทำไม่ถูก จำเลยก็บอกให้ทำใหม่ให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุผลแสดงว่าจำเลยได้ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ ดังนี้ ฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดโต้เป็นอาวุธขู่เข็ญเด็กหญิงพรรณีอายุ 13 ปี 3 เดือน ไม่ให้ขัดขืนและข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงพรรณีจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง แล้วจำเลยใช้มีดโต้ดังกล่าวฟันเด็กหญิงพรรณีจนถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 288, 289, 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา276, 289(7), 91 ลดโทษและรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว โจทก์และจำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีพยาน 1 ปาก คือนายสน เห็นเหตุการณ์ขณะชายคนหนึ่งวิ่งไล่เด็กผู้หญิงไปและในมือข้างขวาของชายผู้นั้นมีวัตถุยาวประมาณ 1 ศอกเศษ พยานได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงร้องว่า 'กูจะบอกพ่อกู' พยานยืนดูอยู่ห่างจึงไม่สามารถจำได้ว่าเป็นใคร แต่เวลาที่พยานว่าเห็นเหตุการณ์นั้นตรงกับเวลาที่เกิดเหตุ และชายที่วิ่งไล่เด็กหญิงไปก็สวมเสื้อผ้าเช่นเดียวกับที่พยานพบจำเลยหลังเกิดเหตุเพียงเล็กน้อย เมื่อนำไปพิจารณาประกอบกับรายละเอียดในคำรับสารภาพของจำเลยแล้วข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ว่า ชายที่กำลังถือวัตถุในมือขวาวิ่งไล่เด็กผู้หญิงไปนั้นก็คือจำเลยซึ่งกำลังใช้มีดโต้ไล่ฟันผู้ตาย เนื่องจากผู้ตายจะนำเรื่องที่ถูกจำเลยข่มขืนไปบอกให้บิดาทราบ และถ้อยคำที่พยานได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงร้องว่า'กูจะบอกพ่อกู'

ก็ตรงกับข้อเท็จจริงตามคำรับสารภาพของจำเลยและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพอดี บริเวณที่เกิดเหตุอยู่ห่างหมู่บ้านถึง 7 กิโลเมตรมีสภาพเป็นภูเขาและมีป่าล้อมรอบสลับกับทุ่งนา ไม่ค่อยมีบุคคลสัญจรผ่านไปมา เป็นสถานที่เปลี่ยวจึงไม่มีเหตุที่จะชวนให้สงสัยเป็นอย่างอื่นว่า บุคคลทั้งสองที่พยานเห็นกำลังวิ่งไล่กันไปนั้น อาจจะเป็นผู้อื่นที่มิใช่จำเลย และเมื่อพยานไปดูศพผู้ตาย ก็พบจำเลยยืนอยู่ก่อนแล้วตรงบริเวณใกล้กับศพนั่นเอง หลังจากจำเลยถูกจับกุมและรับสารภาพแล้วขณะจำเลยแสดงท่าให้เจ้าหน้าที่ถ่ายภาพประกอบคำรับสารภาพ ก็ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคอยถามจำเลยทุกขั้นตอนในการทำแผนประทุษกรรม ในบางครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้แสดงแทนผู้ตายทำไม่ถูกจำเลยก็บอกให้ทำใหม่ให้ถูกต้องตรงตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จึงเป็นเหตุผลแสดงว่าจำเลยได้ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ มิได้มีการขู่บังคับแต่ประการใด พยานหลักฐานโจทก์เท่าที่นำสืบเมื่อพิเคราะห์ประกอบกับคำรับสารภาพของจำเลยดังกล่าวจึงเพียงพอที่จะฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ รอดเจริญ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2538

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปล้นเอาเงินสดของส.ไป โดยร่วมกันใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทง ส. เป็นเหตุให้ ส.ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 288, 289 และ 340 คดีฟังได้แต่เพียงว่า จำเลยที่ 2 ได้ล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3563/2536

คดีความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไม่พอฟังลงโทษจำเลยโจทก์อุทธรณ์ว่าพยานหลักฐานของโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3578/2536

ผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานอยู่ในที่เกิดเหตุเพียงคนเดียวแม้โจทก์ไม่สามารถนำผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาลได้ คงมีแต่คำให้การชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ นำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพซึ่งสอดคล้องก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4974/2533

การรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยปฏิเสธชั้นศาลมาใช้ลงโทษจำเลยโจทก์ต้องมีพยานประกอบว่าจำเลย กระทำผิดจริงและพยานประกอบนั้นมิใช่มีเพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวนผู้สอบสวนคำรับสารภาพเท่านั้น คดีนี้พ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1581/2531

ก่อนจับกุมจำเลย พนักงานสอบสวนได้เรียกจำเลยมาสอบสวนในฐานะพยานและทำบันทึกคำให้การไว้ ซึ่งตามบันทึกคำให้การดังกล่าวก็ระบุว่าเป็นคำให้การของจำเลยในฐานะเป็นพยานมิใช่ในฐานะผู้ต้องหา ไม่มีข้อความที่แสดงว่าได…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้