คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2534 เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยกับพวกได้ใช้อาวุธปืนปล้นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจำนวน 1 คัน ไป เหตุเกิดที่ตำบลปากทาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตรขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี ริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษา จำคุกจำเลย 10 ปี 12 เดือน ริบอาวุธปืนของกลางศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาปล้นทรัพย์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้มีประจักษ์พยานอยู่ในที่เกิดเหตุเพียงคนเดียวคือผู้เสียหาย แม้โจทก์ไม่สามารถนำผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาลได้ คงมีแต่คำให้การชั้นสอบสวนที่จำเลยให้การรับสารภาพนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ
พนักงานสอบสวนได้ถ่ายภาพได้คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยสอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายและพยานบุคคล คำให้การรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนสามารถรับฟังใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น