คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายและค่าจ้างระหว่างถูกพักงานและค่าจ้างตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2530 ถึงเดือนธันวาคม 2532ขาดอายุความเพราะโจทก์นำคดีมาฟ้องเกินกว่า 2 ปีศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า คำสั่งเลิกจ้างของจำเลยที่ให้มีผลเลิกจ้างเป็นการย้อนหลังไม่ชอบ สิทธิเรียกร้องเงินค่าจ้างเป็นการเรียกเอาสินจ้างมีกำหนดอายุความสองปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(9) ค่าจ้างเดือนมิถุนายน 2530 ถึงธันวาคม 2532ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้าง 84,808.50 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน 80,503.50 บาทนับแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2534 จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า
"เงินเดือนของโจทก์เป็นค่าจ้างที่คนงานเรียกเอาจากนายจ้างมีอายุความสองปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(9) เมื่อคดีนี้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงมาแล้วว่า กำหนดจ่ายค่าจ้างในวันสิ้นเดือน เช่นนี้ การจ่ายค่าจ้างสำหรับวันที่ 1 มิถุนายน 2530 ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2530 ก่อนโจทก์ถูกสั่งพักงานจึงตกเป็นวันที่30 มิถุนายน 2530 โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ตั้งแต่วันที่30 มิถุนายน 2530 เป็นต้นมา การที่โจทก์ถูกสั่งพักงานและถูกดำเนินคดีอาญาไม่เป็นอุปสรรคที่โจทก์จะบังคับตามสิทธิเรียกร้องของตนและไม่เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง โจทก์มิได้บังคับตามสิทธิเรียกร้องของตนภายในเวลาซึ่งกฎหมายกำหนดไว้
ดังนั้น ค่าจ้างตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2530 ถึงเดือนธันวาคม 2532 จึงขาดอายุความอุทธรณ์โจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น... คำสั่งพักงานโจทก์ของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.1 อ้างเหตุว่า โจทก์ถูกดำเนินคดีอาญา จึงให้พักงานตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2530 จนกว่าคดีจะถึงที่สุดซึ่งตามคำสั่งนี้ปรากฏชัดแจ้งอยู่แล้วว่าในระหว่างช่วงระยะที่ให้พักงานดังกล่าว จำเลยไม่มีเจตนาจะเลิกจ้างโจทก์แต่อย่างใดเป็นเพียงแต่จำเลยประสงค์ให้โจทก์หยุดทำงานเพียงชั่วคราวเพื่อรอฟังผลที่โจทก์ถูกดำเนินคดีอาญาเท่านั้น เมื่อผลคดีอาญาศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีความผิด จำเลยกลับมาอ้างเหตุว่าพฤติการณ์ของโจทก์ส่อไปในทางทุจริต แล้วบอกเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลย้อนหลังไปจนถึงวันที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์เช่นนี้ เป็นการขัดกับคำสั่งพักงานเดิม และขัดกับคำพิพากษาในคดีอาญา
คำสั่งเลิกจ้างโจทก์ของจำเลยที่ให้มีผลเลิกจ้างเป็นการย้อนหลังจึงไม่ชอบอุทธรณ์จำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ระหว่างช่วงเวลาพักงานถึงวันเลิกจ้าง โจทก์ไม่ได้ทำงานตอบแทนค่าจ้างให้แก่จำเลยแต่อย่างใดโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าจ้างในช่วงพักงานนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในระหว่างช่วงเวลาที่จำเลยสั่งให้โจทก์พักงานนั้น โจทก์ยังเป็นลูกจ้างของจำเลยอยู่ สภาพของการเป็นลูกจ้างและนายจ้างยังคงมีอยู่ต่อไป การที่โจทก์ไม่ได้ทำงานให้แก่จำเลยก็เนื่องมาจากคำสั่งของจำเลยเอง และไม่มีระเบียบว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ อุทธรณ์จำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.